"Nano Electric Product" ขยายสินค้าสู่บริษัทอสังหาฯ ตั้งเป้าปี 65 ยอดขายรวมแตะ 1,500 ล้านบาท

"Nano Electric Product" ขยายสินค้าสู่บริษัทอสังหาฯ ตั้งเป้าปี 65 ยอดขายรวมแตะ 1,500 ล้านบาท

บริษัท นาโน อิเลคทริค โปรดักส์ จำกัด (Nano Electric Product) มุ่งใช้เทคโนโลยี เดินหน้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ควบคู่พัฒนาการผลิตในทุกมิติ ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เผยยอดขาย 8 เดือนแรกเติบโต 15% พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีแตะ 1,500 ล้านบาท

วิกฤติราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนด้านการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นแรงงานและวัสดุก่อสร้างสูงขึ้นตาม แต่ถึงเช่นนั้น ภาพรวมของ ธุรกิจก่อสร้าง และ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังมีสัญญาณที่ดี โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (Economic Intelligence Center: EIC ) ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า ภาพรวมมูลค่าอุตสาหกรรมก่อสร้างในปี 2022 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการก่อสร้างภาครัฐขยายตัวอยู่ที่ 6% ขณะที่มูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชน มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อยที่ 1%

หนึ่งในธุรกิจที่ได้อานิสงส์จากการเติบโตของภาพรวมธุรกิจก่อสร้างคือ กลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับงานก่อสร้าง และหากนึกถึงบริษัทในธุรกิจกลุ่มนี้ ต้องมีชื่อ บริษัท นาโน อิเลคทริค โปรดักส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาสินค้าหลายผลิตภัณฑ์ และมีภาพรวมของธุรกิจที่เติบโตขึ้นมาตลอดในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

บริษัท นาโน อิเลคทริค โปรดักส์ จำกัด มีรากฐานมาจาก บริษัท บางบอน พลาสติค กรุ๊ป จำกัด ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2529 ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกที่ใช้ในงานวิศวกรรม อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าท่อร้อยสายไฟ รางเก็บสายไฟ ตู้กันน้ำ กล่องกันน้ำ แผงไฟฟ้าพลาสติก ตู้คอนซูมเมอร์ สวิตซ์-เต้ารับ ฯลฯ โดยได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์มาอย่างยาวนาน มุ่งเน้นการทำธุรกิจผลิตสินค้าสำเร็จรูปและชิ้นส่วนสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ทั้งภายใต้แบรนด์ นาโน อิเลคทริค โปรดักส์ และการรับจ้างผลิต Original Equipment Manufacturer (OEM) ให้แก่แบรนด์ชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ

"Nano Electric Product" ขยายสินค้าสู่บริษัทอสังหาฯ ตั้งเป้าปี 65 ยอดขายรวมแตะ 1,500 ล้านบาท

นายภัทร บุญญลักษม์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นาโน อิเลคทริค โปรดักส์ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันนี้ บริษัทฯ มีสินค้ามากกว่า 3,000 รายการ และได้รับมาตรฐานสินค้าในระดับสากล อาทิ มาตรฐาน มอก., JIS, BSEN, UL, CE และ IEC นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นพัฒนาสินค้า เพื่อให้ครอบคลุมกับทุกเซกเตอร์ในสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์พลาสติกก่อสร้าง โดยใช้นวัตกรรมเข้ามาพัฒนาเพื่อให้รูปแบบการผลิตยกระดับจากอุตสาหกรรม 3.0 เป็น 4.0 

  • โฟกัสแบรนด์ นาโนอิเลคทริค ตั้งเป้าสิ้นปี 65 มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท 

นายภัทร กล่าวว่า แม้จะครอบคลุมหลายบริการในธุรกิจก่อสร้าง แต่ปัจจุบันนี้ บริษัทจะโฟกัสไปที่กลุ่มสินค้าในแบรนด์ นาโน อิเลคทริค โปรดักส์ จำกัด โดยมี 3 แนวทางหลักคือ

  1. อุปกรณ์พลาสติกสำหรับงานก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 60%
  2. อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับงานก่อสร้าง ซึ่งมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 35%
  3. กลุ่มสินค้าใหม่ ที่เป็นกลุ่มสินค้า Smart Home ซึ่งสามารถสั่งงานผ่านไวไฟ แอพลิเคชั่นอีก 5%

"ที่ผ่านมา เราได้รับการยอมรับในเรื่องมาตรฐานสินค้าในระดับสากล ทั้งในส่วนการรับจ้างผลิต และในชื่อของแบรนด์ นาโน อิเลคทริคฯ ซึ่งถ้าโฟกัสเฉพาะกลุ่มลูกค้า ทุกวันนี้เราแบ่งลูกค้าได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มแรก ซึ่งเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ในทุกจังหวัดและมีลูกค้าที่ active ในมือราว 2,000 ร้านค้ามีสัดส่วนประมาณ 80% ส่วนกลุ่มที่ 2 งานโปรเจกต์ที่ทั้งภาครัฐ-เอกชน และกลุ่ม developer สัดส่วนอยู่ที่ 15% และอีก 5% เป็นออนไลน์ ซึ่งจำหน่ายและติดต่อลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มเว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงแพลตฟอร์มมาร์เกตเพลส อย่าง Shopee และ Lazada" 

"Nano Electric Product" ขยายสินค้าสู่บริษัทอสังหาฯ ตั้งเป้าปี 65 ยอดขายรวมแตะ 1,500 ล้านบาท

นายภัทร กล่าวว่า 8 เดือนแรกของปี 65 ผลประกอบการค่อนข้างเป็นไปตามเป้า โดยเติบโตที่ 15.5% เมื่อเทียบกับรายได้รวมของปี 2564 ขณะที่สิ้นปี 2565 นี้ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 20% หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดมาจากความแข็งแกร่งของสินค้า จากการผลิตเองในประเทศในโรงงานกว่า 11 ไร่ คิดเป็น 95% ของสินค้าทั้งหมด ขณะที่อีก 5% เป็นสินค้านำเข้าจากกลุ่มพันธมิตร 

"แม้ในครึ่งปีแรก ตลาดเผชิญกับปัจจัยลบมากมาย ทั้งโควิด-19 ที่ยังไม่แน่นอน อัตราเงินเฟ้อ ที่สูงกว่า 7% ราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้น ซึ่งกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่เรายังเติบโตได้ตามเป้า และพุ่งทะยานในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง และการเติบโตของธุรกิจก่อสร้างที่มีแนวโน้มดีขึ้น" ผู้บริหาร บริษัท นาโน อิเลคทริคฯ กล่าว

  • พัฒนาอุตสาหกรรม 3.0 เป็น 4.0 ควบคู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

หากจะหาธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูง สินค้า วัสดุก่อสร้าง และ อุปกรณ์ไฟฟ้า คือหนึ่งในนั้น นั่นเพราะสินค้าในตลาดสามารถใช้ทดแทนกันได้ และในบางรายการก็เกิดผู้เล่นใหม่ที่เข้ามาแข่งขันเพิ่มได้ง่าย

บริษัท นาโน อิเลคทริค โปรดักส์ จำกัด จึงเน้นพัฒนากระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และมีการใช้นวัตกรรมในการผลิต เพื่อเปลี่ยนอุตสาหกรรม 3.0 เป็น 4.0 โดยนำเอา Big Data มาใช้ในกระบวนการผลิต และใช้ระบบออโตเมชันมาใช้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนด้านแรงงาน และปัจจัยการผลิตจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคตซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการผลิต 

"Nano Electric Product" ขยายสินค้าสู่บริษัทอสังหาฯ ตั้งเป้าปี 65 ยอดขายรวมแตะ 1,500 ล้านบาท

ขณะที่กลยุทธ์การตลาด พัฒนาทั้งระบบ Offline และ Online เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งได้มีการพัฒนาระบบ Logistics เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่มากยิ่งขึ้น 

"เรากำลังพยายามผลักดันการผลิตทั้งระบบ โดยมีการใช้ Bigdata เป็น AI เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลง มีการ Re-Skill และ Up-skill เพื่อเปลี่ยนแรงงานฝีมือพื้นฐานให้เป็นแรงงานที่มีทักษะสูง และมีความเฉพาะตัวมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์กับตลาด และเปลี่ยนระบบอุตสาหกรรมจาก 3.0 เป็น 4.0" 

นายภัทร กล่าวว่า ความเป็น 4.0 ของ บริษัทนาโน อิเลคทริค โปรดักส์ จำกัด ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ ได้มาตรฐาน ISO 14000 ซึ่งเป็นมาตรฐานเพื่อการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และแสดงถึงการจัดการ ปัญหาสิ่งแวดล้อมขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

การได้มาตรฐาน RoHS (Restriction of Hazardous Substances) ของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งว่าด้วยเรื่องของการใช้สารที่เป็นอันตรายในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการที่ นาโน อิเลคทริคฯ ได้มาตรฐานนั่นหมายถึงชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ของนาโน อิเลกทริคฯ มีความปลอดภัย 

  • ขยายฐานสินค้า พร้อมบุกตลาดอสังหาฯ 

อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า ความแข็งแกร่งของ บริษัท นาโน อิเลคทริคฯ คือกลุ่ม Traditional Trade ซึ่งเป็นร้านค้าชั้นนำในประเทศที่เชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าและราคาที่สมเหตุสมผลของแบรนด์นาโนฯ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนใหญ่สุดคือ 80% รองลงมาคือ ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์จากภาคเอกชนชั้นแนวหน้าที่มีชื่อเสียงในสัดส่วน 15%

นายภัทร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามใน 1-2 ปีนี้ บริษัท นาโนฯ จะเน้นเพิ่มสัดส่วนกับลูกค้าโปรเจกต์ โดยเฉพาะกับกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ให้เพิ่มสัดส่วนเป็น 30-40% ในพอร์ตรายได้ทั้งหมด รวมถึงจะมุ่งขยายฐานการผลิตไปในกลุ่มสินค้ากลุ่มโลหะและแสงสว่าง เพื่อเพิ่มความความหลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น

"สัดส่วนลูกค้ากลุ่มร้านขาย วัสดุก่อสร้าง ยังเป็นความแข็งแกร่ง เป็นฐานที่มั่นของเราเช่นเดิม แต่ในช่วงที่ ธุรกิจอสังหาฯ และ ธุรกิจก่อสร้าง กลับมาฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย เราหวังว่าสัดส่วนในกลุ่มโปรเจกต์ กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตมากยิ่งขึ้น และนี่คือเป้าหมายในอนาคตอันใกล้นี้ เช่นเดียวกับการเพิ่มสินค้าที่มากขึ้นในกลุ่มอุปกรณ์ที่ผลิตจากโลหะและกลุ่มแสงสว่างที่เราหวังจะเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ในนามของแบรนด์ บริษัท นาโน อิเลคทริค โปรดักส์"

ทั้งนี้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อยู่คู่กับคนไทย และเป็นแบรนด์มาตรฐานที่ผู้คนนึกถึงเช่นในอดีตที่ผ่านมา