ADVANC ครึ่งปีแรก 65 กำไร 1.2 หมื่นล้านบาท วูบ 7.8%

ADVANC ครึ่งปีแรก 65 กำไร 1.2 หมื่นล้านบาท วูบ 7.8%

แอดวานซ์ ครึ่งปีแรก 65 มีกำไรสุทธิ 12,616 ล้านบาท ลดลง 7.8% ปรับคาดการณ์รายได้การให้บริการ เติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ จากเศรษฐกิจครึ่งปีหลังผันผวนภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก กระทบกำลังซื้อกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระดับราคาในตลาด

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/65 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,305 ล้านบาท ลดลง 10.4% และมีรายได้รวม 45,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ครึ่งปีแรก 2565 มีกำไรสุทธิ 12,616 ล้านบาท ลดลง 7.8% และมีรายได้รวม 90,552 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน


มุมมองของผู้บริหารต่อแนวโน้มและกลยุทธ์ในปี 2565
รายได้จากการให้บริการหลัก : เติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ (จากเดิมเติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับกลาง)

กำไร EBITDA : คงที่ถึงลดลงเล็กน้อย (จากเดิมเติบโตในอัตราตัวเลขตัวเดียวระดับต่ำ)

งบประมาณการลงทุน (ไม่รวมคลื่นความถี่) : ประมาณ 30,000 ล้านบาท (จากเดิม 30,000 - 35,000 ล้านบาท)

ปรับคาดการณ์รายได้จากการให้บริการหลักเป็นเติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ จากความผันผวนทางเศรษฐกิจ

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง จะยังคงเปราะบางแม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวในครึ่งปีแรก และจะ
ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นของราคาพลังานทั่วโลก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่เป็นผลกระทบจากสงครามรัสเซียรบกับยูเครน ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกส่งผลกระทบต่อการบริโภค และกำลังซื้อของภาคเอกชนในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระดับราคาในตลาด

อย่างไรก็ตาม เอไอเอส ยังคงมุ่งสร้างรากฐานเพื่อนำไปสู่การเป็น "ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอัจฉริยะ" หรือ " Cognitive Tech-Co" และมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าของเรา
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงมีแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้ออันเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคโดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้เปลี่ยนไปใช้แพ็กเกจที่ถูกลง เอไอเอส จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในเชิงรายได้จากการเป็นผู้นำการให้บริการ 5G ที่เหนือกว่าเพื่อขยายการให้บริการกับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และมุ่งเสริมความแข็งแกร่งในด้านการดูแลรักษาฐานลูกค้าด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และเน้นการเสริมสร้างคุณภาพโครงข่าย รวมถึงการสร้างความผูกพันกับลูกค้า (customer engagement)

ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงเติบโตในระดับที่สูงกว่าอุตสาหกรรม แม้จะมีความต้องการในตลาดที่ลดน้อยลงตามการลดลงของการทำงานที่บ้าน

เอไอเอสยังคงขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านในพื้นที่ใหม่ในบริเวณที่มีการเข้าถึงที่ไม่เพียงพอ และส่งมอบการให้บริการที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า ซึ่งเรายังคงดำเนินการเพื่อเพิ่มความครอบคลุมครัวเรือนด้วยกลยุทธ์การให้บริการหลากหลายในแพ็กเกจเดียวทั้งบริการมือถือ เน็ตบ้านและคอนเทนต์ หรือ Fixed-Mobile-Contents Convergence (FMC) เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้เล่นรายหลักในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านโดยยังคงเป้าหมายผู้ใช้บริการ 2.2 ล้านรายภายในปี 2565

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรยังคงเติบโตในระดับสองหลัก (double-digit growh) เรายังคงมุ่งเน้นในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และการสร้างความร่วมมือกับลูกค้าองค์กรเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล (Digital transformation) เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และเติบโตไปพร้อมกับเอไอเอส ปรับคาดการณ์กำไร EBITDA คงที่ถึงลดลงเล็กน้อย
เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นสร้างการเติบโตของรายได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากหลายกลุ่มธุรกิจรวมถึงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อความท้าทายในส่วนของกำไร 

อันเนื่องมาจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทยังคงมุ่งเน้นในการดำเนินการเพื่อปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านต้นทุน และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ต้นทุนจะได้รับผลกระทบจากค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น ใช้ในการขยายธุรกิจภายใต้สภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมในส่วนของคอนเทนต์ (cost of content) เพิ่มมาจากช่วงครึ่งปีหลังของ 2564 จะยังคงอยู่เพื่อเป็นบริการเสริมให้กับลูกค้า และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นจากการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ และจากปีที่แล้วที่มีค่าใช้จ่ายในระดับที่ต่ำที่จากการล็อกดาวน์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้เอไอเอสจะยังคงออกแคมเปญเพื่อขยาย และรักษาฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลัง
การลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อโอกาสในการเติบโต

เราคาดการณ์งบการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท เอไอเอสตั้งเป้ารักษาความเป็นผู้นำในโครงข่ายการให้บริการ 5G ในประเทศไทย ทั้งในด้านความครอบคลุมของโครงข่าย และความจุของโครงข่ายจากความต้องการใช้งาน 4G/5G ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าด้วยเทคโนโลยี 5G ที่ดีที่สุด และให้บริการบนคลื่นความถี่ที่ครบถ้วน ตั้งแต่คลื่นความถี่ย่านต่ำ ย่านกลาง ตลอดจนคลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร เพื่อมอบคุณภาพที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าโดยเฉพาะใน
พื้นที่ ที่มีอัตราการใช้งาน 5G สูง

นโยบายการจ่ายงินปันผล : จ่ายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิ
เอไอเอสมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว และส่งมอบผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นมาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เอไอเอสจึงให้ความสำคัญต่อการรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่ง และมีความคล่องตัวเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

นโยบายการจ่ายเงินปันผลจะจ่ายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิ โดยนโยบายการจ่ายเงินปันผลนี้จะทำให้เอไอเอสมีกระแสเงินสดเพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเป็นผู้นำตลาด ความสามารถในการแข่งขัน และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงพร้อมรับต่อสภาวการณ์ต่างๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลง

เอไอเอสยังคงการจ่ายเงินปันผลปีละสองครั้ง จากผลการดำเนินงานบริษัท และกำไรสะสมบนงบการเงินเฉพาะกิจการ ทั้งนี้การจ่ายเงินปันผลในทุกกรณี จะขึ้นอยู่กับกระแสเงินสด และแผนการลงทุน รวมถึงความจำเป็น และความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคตของบริษัท และ/หรือบริษัทย่อย และการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องไม่เกินกำไรสะสมที่ปรากฏในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท และ/หรือ มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานปกติของบริษัท และบริษัทย่อย

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์