‘บิลล์ แอคแมน’ไม่เห็นด้วยฮ่องกงตรึงค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐ

‘บิลล์ แอคแมน’ไม่เห็นด้วยฮ่องกงตรึงค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐ

‘บิลล์ แอคแมน’ไม่เห็นด้วยฮ่องกงตรึงค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐ เพราะหนี้ที่เพิ่มสูง ราคาสินทรัพย์ร่วง เศรษฐกิจซบเซา

บิลล์ แอคแมน ผู้ก่อตั้งบริษัทเพอร์ชิ่ง สแควร์ แคปิตอล แมเนเมนต์ ลิมิเต็ด พาร์ตเนอร์ชิป ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก สหรัฐ กล่าวว่า เขายังคงเดิมพันให้ดอลลาร์ฮ่องกงเลิกผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งมองว่าฮ่องกงไม่ควรตรึงค่าเงินไว้กับดอลลาร์สหรัฐอีกต่อไป เพราะหนี้ที่เพิ่มสูง ราคาสินทรัพย์ร่วง เศรษฐกิจซบเซา ถ้าฮ่องกงยังคงใช้รูปแบบการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนต่อไป จะทำให้เกิดปัญหาได้

ทั้งนี้ สภาพคล่องในระบบธนาคารที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางฮ่องกง ขณะนี้อยู่ที่ 1.03 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ปี 2563

สภาพคล่องดังกล่าวลดลงเหลือ 1 ใน 4 ของปีที่แล้ว เนื่องจากธนาคารกลางฮ่องกง ดูดซับเงินดอลลาร์ฮ่องกงออกจากตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินหลุดกรอบที่ตรึงไว้ที่ 7.75-7.85 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านนักวิเคราะห์และนักลงทุนต่างจับตาว่า สภาพคล่องในระบบธนาคารจะแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกงหรือไม่ ซึ่งถือเป็นระดับที่กดดันตลาด และผลกระทบจะสะท้อนผ่านอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบภาคอสังหาริมทรัพย์ก่อน

ที่ผ่านมา นายพอล ชาน รัฐมนตรีคลังฮ่องกงเปิดเผยว่า ฮ่องกงมีเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศจำนวนมากถึงประมาณ 4.4 แสนล้านดอลลาร์ของฮ่องกง ซึ่งมากเพียงพอที่จะรักษาระบบการผูกติดค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงกับดอลลาร์สหรัฐต่อไป แม้ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐจะนำไปสู่ภาวะเงินทุนไหลออกก็ตาม

นายชานเป็นเจ้าหน้าที่คนล่าสุดที่ออกมายืนยันสถานะอันแข็งแกร่งของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของฮ่องกง หลังนายไคล์ แบส จากบริษัทเฮย์แมน แคปิตอล เมเนจเมนต์ กล่าวผ่านทวิตเตอร์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของฮ่องกงที่ใช้ในการปกป้องดอลลาร์สหรัฐเริ่มลดน้อยลง เพราะการเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงเมื่อไม่นานมานี้ โดยเขาอ้างว่าทุนเงินตราต่างประเทศของฮ่องกงอาจหมดลงภายในสิ้นเดือนหน้า

นายชาน ระบุว่า ฮ่องกงเผชิญภาวะอุปสงค์ที่อ่อนแอและเงินทุนไหลออกตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายหลายครั้งในปีนี้ แต่สถานะด้านการเงินสาธารณะของฮ่องกงนั้นมีความแข็งแกร่ง และกลไกเฝ้าระวังความเสี่ยงของฮ่องกงมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสำหรับใช้รับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

“ฮ่องกงมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมูลค่าสูงกว่า 4.4 แสนล้านดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 1.7 เท่าของฐานเงินของดอลลาร์ฮ่องกง นอกจากนี้ ระบบการเงินและธนาคารของฮ่องกงมีความคล่องตัว การดำเนินการของภาคธนาคารมีเสถียรภาพ และคุณภาพสินทรัพย์ก็อยู่ในเกณฑ์ดีเลิศ” นายชานกล่าว

“หลังจากที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนได้เทขายดอลลาร์ฮ่องกงและเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เราคาดว่าหากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก ก็จะส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเงินทุนและทำให้ราคาสินทรัพย์ในตลาดฮ่องกงเปลี่ยนแปลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” รมว.คลังฮ่องกง กล่าว