"เจษฎา ชั้นเชิงกิจ" กับการดูแลภาพรวมธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในไทยและลุ่มแม่น้ำโขง

"เจษฎา ชั้นเชิงกิจ" กับการดูแลภาพรวมธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในไทยและลุ่มแม่น้ำโขง

"เจษฎา ชั้นเชิงกิจ" กับก้าวที่ท้าทาย ในบทบาทใหม่ Thailand and Greater Mekong Fuels Manager บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในการดูแลภาพรวมกลุ่มธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง

"สำหรับตัวผม สิ่งแรกเมื่อได้รับการมอบหมายงานใดๆ มา ไม่ว่าจะคุ้นเคยอยู่ใน comfort zone หรือไม่คุ้นเคย อยู่นอก comfort zone ก็ตาม สิ่งแรกที่จะทำคือ มองว่าจะต้องปรับตัวและเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม ให้เข้าไปกับ assignment นั้นๆ ได้อย่างไร เพื่อที่จะทำงานให้ออกมาได้ดี เชื่อว่าถ้าพยายามอย่างดีที่สุด สิ่งที่เหลือ (ความสำเร็จ) จะตามมาเอง

เจษฎา ชั้นเชิงกิจ Thailand and Greater Mekong Fuels Manager บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการได้รับมอบหมายภารกิจใหม่ ที่จะต้องดูแลภาพรวมธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมดในประเทศไทยและลุ่มแม่น้ำโขง

"เจษฎา ชั้นเชิงกิจ" กับการดูแลภาพรวมธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในไทยและลุ่มแม่น้ำโขง

จากภาระหน้าที่เดิมที่เคยดูแลด้านฝ่ายขายปลีกในฐานะกรรมการและผู้จัดการฝ่ายการตลาดขายปลีก บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เจษฎาถือว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นความท้าทายใหม่อีกครั้ง เมื่อได้รับการสนับสนุนจากองค์กรให้ก้าวขึ้นมาดูแลกลุ่มธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งได้แก่ ลาว กัมพูชา และจีนตอนใต้ เช่น ยูนนาน รวมไปถึงส่วนหนึ่งของพม่าที่ติดชายแดนไทยซึ่งมีการค้าขายน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามแดน

"เจษฎา ชั้นเชิงกิจ" กับการดูแลภาพรวมธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในไทยและลุ่มแม่น้ำโขง

แม้มีหลายสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม เช่น กระบวนการจัดการน้ำมันดิบและกระบวนการวางแผนการผลิตต่างๆ ของโรงกลั่นน้ำมัน แต่เจษฎายืนยันว่าสามารถปรับตัวได้ และนำข้อได้เปรียบที่มีคือ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการตลาดและฝ่ายขาย การวิเคราะห์และวางแผนเชิงกลยุทธ์ ที่มีค่อนข้างเยอะจากการได้คลุกคลีทำงานในหลายๆ ส่วน มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการขับเคลื่อนภารกิจในหน้าที่ใหม่ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ สร้างผลประกอบการที่สูงขึ้นได้

จากพื้นฐานความรู้ด้านวิศวกรเครื่องกล พ่วงดีกรี MBA เจษฎา เล่าว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้รับโอกาสที่แปลกใหม่และท้าทาย จากองค์กรในหลายๆ ครั้ง ตั้งแต่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ประจำอยู่ที่ฮ่องกง จนได้มีโอกาสโยกย้ายไปอยู่ฝ่ายราคาที่ประเทศสิงคโปร์ กระทั่งได้ขยับไปทำงานด้านการตลาด และวางแผนด้านกลยุทธ์ของธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสิ่งเหล่านั้นถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม ทำให้ได้เรียนรู้ธุรกิจมากขึ้น

"นับเป็นการเปิดโลกทัศน์ ที่ทำให้ได้เรียนรู้ธุรกิจทั้งระบบ ไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วย เป็นเรื่องที่ท้าทาย เป็นสิ่งที่สนุก และตื่นเต้นในการทำงาน" เจษฎา บอกเล่าประสบการณ์

"เจษฎา ชั้นเชิงกิจ" กับการดูแลภาพรวมธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในไทยและลุ่มแม่น้ำโขง

สำหรับภารกิจขอบเขตการทำงานที่จะต้องดูแลกลุ่มธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมดในประเทศไทยและลุ่มแม่น้ำโขงนั้นโดยครอบคลุมภาพรวม ทั้ง Profit and Loss (กำไรขาดทุน) รวมถึงกำกับดูแลด้านกลยุทธ์ของธุรกิจ ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งที่ผ่านมา เป็นที่ทราบว่า ตลาดน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป มีความผันผวนอย่างมาก ในขณะที่มีความกดดันจากความเข้าใจของสังคมในเรื่องราคาและกำไร ทั้งที่ในความเป็นจริง ธุรกิจต้องเผชิญกับความเสี่ยงขาดทุนจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก เพราะฉะนั้น โจทย์คือจะทำอย่างไรให้บริษัทสามารถดำเนินการและทำกำไรในจุดที่เหมาะสมในแต่ละช่วงสถานการณ์จากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน จึงเป็นความท้าทายของทุกคนในกลุ่ม ธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง

"อย่างไรก็ตาม ทีมมีจุดแข็งคือ Collaboration and Creativities ความร่วมมือกัน และมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง"

"เจษฎา ชั้นเชิงกิจ" กับการดูแลภาพรวมธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในไทยและลุ่มแม่น้ำโขง

เจษฎาทิ้งท้ายคำแนะนำที่น่าขบคิดไว้ให้น้องๆ พนักงานรุ่นใหม่ว่า เมื่อได้รับมอบหมายงานใดๆ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การปรับตัวเพื่อความพร้อมกับงานนั้นๆ และพยายามทำอย่างให้ดีที่สุด อยากให้มีความคิดว่า ไม่ว่างานอะไรที่จะไปทำ พยายามทำให้ดีที่สุดก่อน และพยายามหาจุดที่เหมาะสมด้วย สร้าง work life balance ในเวลาเดียวกัน

"นอกเหนือจากนั้น ต้องหาเวลาในการมองกลับไป เพื่อพัฒนางานนั้นให้ดีขึ้น มักจะบอกกับทีมเสมอว่า ถ้าทำอะไรแบบเดิมๆ ผลลัพธ์ก็จะคล้ายๆ เดิม แต่ถ้าสามารถแบ่งเวลางานส่วนนึงออกมาคิดว่าจะปรับปรุงสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง มันจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าได้ ผมว่าตรงนั้นเป็นจุดสำคัญที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างคนทำงานที่จะมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ จึงเป็นสิ่งที่อยากจะฝากให้ทุกคนลองคิดและนำไปปรับใช้" เจษฎา กล่าวทิ้งท้าย