แบงก์กรุงเทพค้านแก้แผนฟื้นฟู 'การบินไทย' ลุ้นศาลล้มละลาย

แบงก์กรุงเทพค้านแก้แผนฟื้นฟู 'การบินไทย' ลุ้นศาลล้มละลาย

“การบินไทย” ลุ้นศาลล้มละลายกลาง เคาะแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ ต.ค.นี้ หลังเร่งไต่สวนปมเจ้าหนี้ “ธนาคารกรุงเทพ” เจ้าหนี้รายใหญ่ยื่นคัดค้าน ยืนยันเป็นเงื่อนไขดีที่สุด แปลงหนี้เป็นทุน ลดการก่อหนี้ถึง 2.5 หมื่นล้านบาท เผยเจ้าหนี้รัฐยอมแปลงหนี้เป็นทุน 100%

การแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการได้ผ่านความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ 78.59% ไปเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2565 หลังจากนั้นเข้าสู่การพิจารณาของศาลล้มละลายกลางที่มีการนัดไต่สวนครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2565 โดยมีเจ้าหนี้ยื่นคัดค้านคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ 4-5 ราย

นายสุวรรธนะ สีบุญเรือง รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2565 ศาลล้มละลายกลางได้นัดไต่สวนนัดแรก กรณีที่เจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ โดยเบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุปผลการพิจารณา ซึ่งทางศาลล้มละลายกลางได้นัดไต่นัดที่ 2 ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ แต่เนื่องจากตัวแทนเจ้าหนี้ธนาคารกรุงเทพ ไม่สะดวกในวันนัดไต่สวนดังกล่าว ศาลฯ จึงอนุมัติให้เลื่อนนัดไต่สวนเป็นวันที่ 27 ก.ย.นี้

รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การยื่นคัดค้านข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ยื่นคัดค้าน ซึ่งในการลงคะแนนมติที่ประชุมเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหนี้รายนี้ลงคะแนนโหวตไม่ผ่านแผนฟื้นฟูกิจการฉบับใหม่ ดังนั้นการยื่นคัดค้านสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายกำหนด แต่การบินไทยเชื่อว่ามติที่ประชุมเจ้าหนี้ที่ลงคะแนนโหวตผ่านแผนฟื้นฟูกิจการเป็นส่วนใหญ่ 78.59% จะเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาของศาลล้มละลายกลางด้วย

“ธนาคารกรุงเทพมีตัวแทนที่เป็นคณะผู้บริหารแผนจำนวน 2 คน และเป็นคณะกรรมการเจ้าหนี้อีก 1 คน ซึ่งที่ผ่านมาก็รับทราบในรายละเอียดแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการมาโดยตลอด แต่ก็เชื่อว่าเจ้าหนี้คงจะมีเหตุผลในการยื่นคัดค้านแผนฟื้นฟู ด้วยประโยชน์ที่เจ้าหนี้พิจารณาแตกต่างกันออกไป เช่น เจ้าหนี้ธนาคารก็อาจอยากได้ลูกค้าจากยอดกู้เงิน เป็นต้น”

ยืนยันแผนใหม่เหมาะสม

อย่างไรก็ดี การบินไทยยืนยันว่าการปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการฉบับนี้ เป็นแผนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเป็นแผนที่ส่งผลดีต่อองค์กรในระยะยาว เพราะไม่ต้องก่อหนี้ผูกพันสูงถึง 50,000 ล้านบาท แต่ลดการก่อหนี้เหลือเพียง 25,000 ล้านบาท อีกทั้งจะทำให้การบินไทยกลับเข้าไปซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เร็วขึ้น โดยคาดว่าแผนฉบับนี้จะทำให้ส่วนของทุนกลับมาเป็นบวกในปี 2567 และหลักทรัพย์ของการบินไทยจะสามารถกลับมาทำการซื้อขายได้ในปี 2568

รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า กระบวนการพิจารณาข้อคัดค้านแก้ไขแผนฟื้นฟูนั้น ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งนัดไต่สวนเจ้าหนี้ 2 นัด หลังจากนั้นคาดว่าศาลล้มละลายจะพิจารณาเห็นชอบแผนฟื้นฟูฉบับแก้ไขได้ประมาณสัปดาห์แรกหรือสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ต.ค.นี้ โดยการบินไทยยืนยันว่าแผนฟื้นฟูกิจการฉบับปรับปรุงถือเป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุด เพราะการบินไทยก็สามารถลดการก่อหนี้จากการกู้เงินไปได้ถึง 25,000 ล้านบาท

เจ้าหนี้รัฐยอมแปลงทุน 100%

สำหรับแผนฟื้นฟูฉบับนี้มีรายละเอียดสาระสำคัญ คือการทำให้ส่วนทุนกลับมาเป็นบวกโดยเร็ว รวมทั้งได้มีการรเจรจากับเจ้าหนี้ภาครัฐ เพื่อแปลงหนี้เป็นทุน 100% ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่การบินไทยต้องการให้ภาครัฐเข้ามาเพิ่มทุน 25,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากรัฐไม่มีนโยบายในการเพิ่มทุน การบินไทยจึงปรับแผนและมีการเจรจาจนสามารถมีข้อตกลงในการแปลงหนี้เป็นทุน

ทั้งนี้ รายละเอียดของการจัดหาทุนใหม่ส่วนที่เหลือ 25,000 ล้านบาทจากภาคเอกชน การบินไทยได้กำหนดจัดหาสินเชื่อใหม่แบบสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) ไม่เกิน 6 ปี และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอายุ การไถ่ถอนไม่น้อยกว่า 6 ปี เป็นจำนวนไม่เกิน 12,500 ล้านบาท นอกจากนั้น ได้เตรียมการจัดหาสินเชื่อหมุนเวียนในวงเงินไม่เกิน 12,500 ล้านบาท เผื่อไว้อีกด้วย พร้อมดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวนประมาณ 31,500 ล้านหุ้น

โดยมีเป้าหมายในการทำให้ส่วนทุนเป็นบวก เพื่อทำให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทมีความมั่นคงและเพื่อให้หลักทรัพย์ ของการบินไทยสามารถกลับไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อีกครั้ง รวมเป็นส่วนทุนที่การบินไทยคาดว่าจะได้รับจากการปรับโครงสร้างหนี้และโครงสร้างทุนตามข้อเสนอขอแก้ไขแผนประมาณ 80,000 ล้านบาท

เจ้าหนี้ส่วนใหญ่หนุนแก้แผน

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการเจ้าหนี้การบินไทย ระบุว่า มุมมองของเจ้าหนี้ส่วนใหญ่มีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย เพราะภาพรวมจะทำให้เจ้าหนี้ได้มีโอกาสในการรับชำระหนี้ได้เร็วขึ้น จากการแปลงหนี้เป็นทุนในอัตรา 2.5452 บาทต่อหุ้น อีกทั้งการแปลงหนี้เป็นทุนในช่วงที่ธุรกิจการบินขาขึ้น ธุรกิจของการบินไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าหนี้

อย่างไรก็ดี กรณีที่มีเจ้าหนี้ 4-5 รายคัดค้านแก้ไขแผนฟื้นฟูนั้น ถือเป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ โดยธนาคารกรุงเทพเป็นหนึ่งในเจ้าหนี้ยื่นคัดค้าน มีประเด็นคัดค้านราว 6-7 ข้อ แต่ในภาพรวมของเจ้าหนี้ทั้งหมดมองว่าแผนฟื้นฟูฉบับนี้จะทำให้การบินไทยออกจากแผนฟื้นฟูได้เร็วกว่าเดิม และการกลับเข้าไปซื้อขายหลักทรัพย์ก็ทำให้เจ้าหนี้มีโอกาสรับชำระหนี้ได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ การไต่สวนเพื่อพิจารณาข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทย สืบเนื่องจากศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและแต่งตั้งผู้ทำแผนเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2563 และเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2564 ศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการและแผนที่มีการแก้ไขตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ แผนฟื้นฟูกิจการได้กำหนดให้ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายพรชัย ฐีระเวช นายไกรสร บารมีอวยชัย นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ และนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เป็นผู้บริหารแผน

มีเจ้าหนี้ใช้สิทธิยื่นค้านแก้แผน

รวมทั้งต่อมาเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2565 ผู้บริหารแผนได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กองฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ กรมบังคับคดี และวันที่ 1 ก.ย. 2565 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีการจัดการประชุมเจ้าหนี้การบินไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยที่ประชุมเจ้าหนี้ได้มีมติตามมาตรา 90/46 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สัดส่วน 78.59% ของจำนวนหนี้ของเจ้าหนี้ทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน ยอมรับข้อเสนอขอแก้ไขเผนฟื้นฟูกิจการตามที่ผู้บริหารแผนได้ยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ทั้งนี้ เจ้าหนี้บางส่วนได้ใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นคำร้องคัดค้านข้อเสนอขอแก้ไขเผนฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มละลายกลางจึงมีกำหนดนัดไต่สวน

สำหรับการยื่นแก้ไขแผนฟื้นฟู เกิดจากการฟื้นตัวของธุรกิจส่งผลให้การบินไทยมีกระแสเงินสด (แคชโฟว์) สะสมในปัจจุบันกว่า 10,000 ล้านบาท ทำให้ผู้บริหารแผนประเมินว่าเงินทุนใหม่ที่เป็นต้องหาเพื่อบริหารกิจการช่วงฟื้นฟูกิจการไม่จำเป็นต้องสูงถึง 50,000 ล้านบาท โดยจะลดกรอบวงเงินจัดหาทุนใหม่เหลือ 25,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้การบินไทยต้องเสนอแผนใหม่ต่อศาลล้มละลายกลาง