CEO Blog

อสังหาฯ เตรียมตั้งรับ แรงกระแทกจากวิกฤติโควิด-19

วิกฤติโควิด-19 ระลอกล่าสุด แม้จะมีความพยายามในการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

เช่น มาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติใน “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” หรือนโยบายการเปิดประเทศภายใน 120 วัน แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย และยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ความหวังที่สภาพเศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับมาจึงยังไม่มีสัญญานที่ชัดเจนนัก 

จากการวิเคราะห์ของธนาคารกรุงเทพที่ให้ข้อมูลว่า ไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศต่อปีคิดเป็นสัดส่วนถึง 10% ต่อ GDP รายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศ 5% และการจ้างงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีมากกว่า 10 ล้านคน ดังนั้นคงใช้เวลาพอสมควรกว่าที่เศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ เพราะเราพึ่งพาการท่องเที่ยวมากกว่าประเทศอื่น 

นอกจากนี้ จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็พบว่า หนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 1 ปี 2564 แตะระดับ 90.5% ต่อ GDP ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงสุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน

ในส่วนของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่การเคลื่อนไหวมักมีทิศทางที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจและต้องมีการพึ่งพากำลังซื้อจากต่างประเทศ จึงเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่ต้องตั้งรับศึกหนักเช่นกัน 

ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องประเมินสถานการณ์บนพื้นฐานข้อมูลจริง และเตรียมแผนตั้งรับที่พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ เพราะในเวลานี้นอกจากกำลังซื้อของผู้บริโภคจะลดลงแล้ว สถาบันการเงินยังเข้มงวดเรื่องการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นอีก ดังนั้นการดำเนินธุรกิจและการลงทุนที่เหมาะกับสภาพความเป็นจริงของตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

โดยจากการสำรวจตลาดในฝั่งของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายค่าย ต่างก็มีการปรับตัวมีกลยุทธ์มากมาย เช่น

เน้นพัฒนาโครงการในราคาที่เข้าถึงง่าย ไม่ใช่เพียงการลดราคาหรือมีโปรโมชั่นสุดพิเศษเท่านั้น เราได้เห็นผู้ประกอบบางค่าย หันมาพัฒนาโครงการกลุ่มใหม่ที่ราคาไม่แพง ในราคาล้านต้นๆ ให้สอดคล้องกับกำลังซื้อในยุคปัจจุบัน ซึ่งผมมองว่า นอกจากความสามารถในการทำราคาให้เข้าถึงง่ายแล้ว หากผู้ประกอบการสามารถพัฒนาโครงการให้ยังคงมีคุณภาพงานก่อสร้างที่ดี และการออกแบบที่ทำให้โครงการนั้นคุ้มค่ากว่าโครงการอื่น เช่น การมีฟังก์ชั่นห้องที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ มีความยืดหยุ่นสามารถปรับพื้นที่ทำกิจกรรมได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกการใช้สอยในทุกตารางเมตร รวมทั้งเรื่องที่ตั้งที่อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ก็จะทำให้โครงการนั้นคุ้มค่าและเพิ่มโอกาสในการขายได้ในยุคนี้

ออกบริการใหม่ อำนวยความสะดวกในยุคโควิด-19 เช่น บริการที่ปรึกษาด้านการเงินและการขอสินเชื่อ ช่วยวางแผนและหาทางออกด้านการเงินในการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งก็ตอบโจทย์ด้านความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อในปัจจุบัน รวมถึงด้านกำลังซื้อที่หดตัว หากมีบริการพิเศษที่มีผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้มาช่วยให้คำปรึกษาแบบส่วนตัวที่ช่วยวางแผนการเงินให้ ก็จะช่วยสร้างโอกาสในการขายได้ นอกจากนี้ การมีบริการพิเศษที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในทุกขั้นตอนการซื้อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การช่วยแนะนำเลือกบ้านที่เหมาะสมกับความต้องการและกำลังซื้อ บริการด้านการกู้เงิน สินเชื่อบ้าน บริการในขั้นตอนการโอนและการย้ายเข้าอยู่ เช่น มีพาร์ทเนอร์ช่วยให้บริการด้านการตกแต่งบ้าน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ การขนย้ายของ ก็จะช่วยลดภาระและความกังวลให้ลูกค้าได้

สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าและลูกบ้านในโครงการ ผู้ประกอบการหลายค่ายเน้นการสนับสนุนให้เซลล์และพนักงานประจำโครงการ ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับและสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้า เพราะเป็นคนหน้าด่านในธุรกิจที่ต้องพบเจอลูกค้า เช่น แสนสิริ พนักงานขายและพนักงานนิติบุคคลประจำโครงการได้รับวัคซีนแล้ว 100% 

นอกจากนี้ การมีมาตรการตรวจคัดกรองและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สำนักงานขายและภายในโครงการ ก็เป็นอีกส่วนด้านความปลอดภัยที่จะสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้าได้เช่นกัน เช่น การสอบถามประวัติความเสี่ยงเบื้องต้น การตรวจวัดอุณภูมิ การพ่นฆ่าเชื้อ การมีหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ให้บริการ ซึ่งในสถานการณ์ที่มีการจำกัดการเดินทางออกจากบ้าน อาจใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น การเยี่ยมชมโครงการแบบ Virtual

เราจะเห็นว่า ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่างก็มีการปรับตัวเพื่อผ่านสถานการณ์นี้และพยายามนำพาธุรกิจให้ยังเดินต่อไปได้ อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน ผู้ประกอบการยังคงต้องเฝ้าติดตามและเตรียมแผนตั้งรับวิกฤตินี้อย่างใกล้ชิดต่อไป ซึ่งการฟื้นตัวของทั้งอุปทานและอุปสงค์ในตลาดที่อยู่อาศัยนั้น จะขึ้นอยู่กับความเร็วในการฉีดวัคซีนในประเทศ เพื่อให้สามารถเปิดประเทศและให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และกระตุ้นให้ฝั่งนักลงทุนที่มีสัดส่วนมากในตลาดคอนโดมิเนียมให้กลับมามีความมั่นใจในการจับจ่ายและลงทุนครับ