CEO Blog

 เฟค นิวส์: ทำไปทำไม?

บิล เกตส์ เป็นข่าวอีกแล้ว คราวนี้ ไม่เกี่ยวกับความร่ำรวย หรือการบริจาคเงินก้อนใหญ่ แต่เป็นเรื่องการหย่าร้างกับเมลินด้า

 ภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานานถึง 27 ปี 

เป็นธรรมดาครับ คนดังระดับโลก รวยระดับโลกอย่างเขา ใครๆก็อยากรู้ว่า การหย่าครั้งนี้ มีสาเหตุจากอะไร นักข่าวก็รีบทำหน้าที่ครับ ตามหาข่าวจนได้วี่แวว แล้วก็ระบุว่า น่าจะเป็น “บุคคลที่สาม” สาวจีนที่เป็นล่ามภาษาจีน ทำงานใกล้ชิดกับเขามานาน มีชื่อว่า Shelly Wang แต่เธอผู้นี้ ก็ปฏิเสธไปแล้ว 

ผมเริ่มอย่างนี้ คุณคงคิดว่า ผมมีข้อมูลอะไรลึกๆมาเล่า ไม่ใช่ครับ ผมจะไม่พาคุณ ไปยุ่งกับเตียงนอนของบิลหรอก แต่ที่ผมพูดถึงบิล ก็เพราะว่าวันก่อน ผมไปคัดหนังสือเพื่อเตรียมบริจาค แล้วไปหยิบหนังสือเล่มที่ บิล เกสต์ เขียนไว้นานแล้ว จนกระดาษบางส่วน ออกรอยเหลือง 

หนังสือเล่มนี้ “The Road Ahead” ผมได้อ่าน ตั้งแต่ช่วงวางจำหน่ายเมื่อปี 2538 หนังสือยังมีรอยไฮไลต์ของผมอยู่หลายแห่ง แต่ที่ผมกลับมาอ่านอีกครั้ง เป็นพิเศษ ก็คือหน้า 9 ครับ 

บิล เกสต์ เขียนไว้ว่า ในอนาคต ถ้าเราอยากรู้อะไร ก็จะหาข้อมูลได้ง่ายๆ เช่น อยากรู้ว่า ถนนที่เราจะขับรถผ่าน มีอุบัติเหตุขวางอยู่หรือไม่ มีใครอยากจะแลกตั๋วดูคอนเสริต สลับวันที่กับเราไหม ร้านไหนส่งสินค้าให้เราได้พรุ่งนี้ก่อนเที่ยง จะบอกรับหนังสือพิมพ์  WSJ ในราคาถูกที่สุดได้ทางไหน ฯลฯ 

คนอะไร พยากรณ์ในปี 2538 ได้แม่นยำขนาดนั้น วันที่ผมอ่านหนังสือ ผมคิดว่าสิ่งที่บิลเขียนไว้ ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ วันนั้นนึกภาพไม่ออกจริงๆ แต่วันนี้ เราต้องยอมรับว่าทุกอย่างเป็นจริง และ คนที่เก่งระดับนี้ พยากรณ์ถูกเป๊ะขนาดนี้ ก็ต้องรวยระดับนี้แหละครับ 

สมัยนั้น ศัพท์ฮิตคือคำว่า “Information Superhighway แต่วันนี้เราก้าวสู่ โลกโซเชี่ยล บิ๊กดาต้า และ เอไอ แล้ว เป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่นำความท้าทายใหม่ๆเข้ามาด้วย 

สองวันก่อน เพื่อนผมคนหนึ่งแชร์คลิปขาว-ดำ ยาว 1.58 นาที มาให้ เป็นคลิปพยากรณ์เหมือนกัน เก่ากว่าบิลเสียอีก 

เริ่มต้น มีตัวหนังสือขึ้นมาว่า เทปนี้ อัดเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 1956 (ตอนนั้นบิล อายุเพียง 1 ขวบ) แต่อัดเทปที่ไหน และอัดโดยใคร ไม่ได้ระบุไว้ ก็ไม่เป็นไรครับ ดูเนื้อหาดีกว่า 

เสียงบรรยายบอกไว้หลายอย่าง เช่น ในอนาคตจะมีหุ่นยนต์ไว้ใช้ในบ้าน  มีรถไฟฟ้า และเราสามารถพิมพ์ข้อความ ส่งไปในอากาศ ถึงคนเป็นล้านๆคนได้ ในเวลาอันรวดเร็ว การคอรัปชั่นทางการเมือง จะเพิ่มขึ้นมากมาย ฯลฯ” และ ตอนท้ายของเทป เป็นภาพเด็กหญิงนอนป่วยอยู่บนเตียง จามคล้ายเป็นหวัด 

ตรงนี้มีเสียงบรรยายว่า “ก่อนปี 2020 จะมีไวรัสร้าย เกิดขึ้นที่เอเซีย แล้วกระจายไปทั่วโลก ในเวลาอันรวดเร็ว” 

โห! แม่นยำขนาดนั้น ถูกต้องทุกอย่างจนผมต้องดูซ้ำ แต่แล้วผมก็มีคำถามแว่บเข้ามาว่า นี่นอสตราดามุส มาเกิดใหม่หรืออย่างไร ทุกคำพยากรณ์มันจริง จนผมชักเริ่มสงสัยว่า มันจริงเกินจริงหรือเปล่า? 

คลิปนี้ ผมเชื่อว่า มีการตัดต่อภาพเก่าๆ แล้วบรรยายเสียงพูดเข้าไป ที่ผมยังไม่ยอมเชื่อ ก็สะท้อนความระแวงว่า โลกที่เราอยู่กันทุกวันนี้  เฟคนิวส์ มันมีมากมาย บ่อยครั้งทำได้แนบเนียนมาก ดังนั้นพอพบอะไรที่คล้ายจะเกินจริง ผมก็สงสัยไว้ก่อนว่า มันจริงหรือเปล่า? 

โดยวิสัยนักวิชาการ เวลาเห็นข่าวที่จริงเกินจริง หรือไม่น่าเชื่อ บางครั้งผมจะยอมเสียเวลา ค้นหาแหล่งที่มา บ่อยครั้งที่พบว่าเป็นข่าวหรือข้อมูล ที่ไม่มีความจริงอยู่เลย แต่ข่าวชิ้นนั้น หรือข้อมูลชุดนั้น ก็ยังวนเวียนกลับมาหาผมอีก แม้ผมพยายามแจ้งผู้ที่แชร์มาว่า มันเฟค นะ อย่าแชร์ต่อ แต่อีกไม่นาน มันก็มาอีกจนได้ 

คำพยากรณ์ของ บิล เกตส์ ถูกต้องอย่างไม่น่าเชื่อ แต่พิสูจน์ได้ เพราะเขาเขียนไว้ชัดเจนในหนังสือ ส่วน คลิปนี้ก็ถูกต้องอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ผมก็ยังไม่อยากจะเชื่อนัก เพราะการตัดต่อน่าจะทำได้ไม่ยาก แต่ผมไม่มีเวลาพอ ที่จะไปเสาะหาความจริง 

ผมเคยตั้งคำถามว่า “ใครสร้างเฟคนิวส์? มันสนุกนักหรือ หัวเราะสะใจ และสุขใจมากนักหรือ ที่หลอกคนอื่นได้? ผมจึงค้นคว้าวรรณกรรมวิชาการ เรื่อง เฟคนิวส์ ก็พบว่า เฟคนิวส์ ไม่ใช่ของใหม่ มีมาตั้ง 2 พันปีแล้วครับ 

ประวัติศาสตร์ 2,000 ปี ตอนหนึ่งบันทึกไว้ว่า มาร์ค แอนโทนี่ ถูกศัตรูกระหน่ำด้วยข่าวปลอม เพื่อให้ประชาชนเชื่อว่า เขาไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำ และในช่วงท้ายของชีวิต ก็มี ข่าวปลอม ที่ทำให้เขาเข้าใจว่า ชู้รัก คลีโอพัตรา เสียชีวิตแล้ว เขาจึงฆ่าตัวตายตาม 

กาลเวลาผ่านไป จนถึง โดนัล ทรัมพ์ ที่เล่นทุกรูปแบบกับสื่อโซเชี่ยล ด้วยข่าวที่ไม่จริง เพราะดิจิทัลเทคโนโลยี เอื้อให้เขาทำได้ 

ข่าวลวงบางส่วน คนทำอาจจะทำเพื่อความสนุก แต่ส่วนใหญ่แล้ว ทำเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เพื่อเปลี่ยนความเชื่อ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ และเพื่อหารายได้ ที่จะได้รับจากการโฆษณา เพราะว่ามีคนอ่านกันมาก ฯลฯ 

โดยธรรมชาติ มนุษย์ ก็มักหลงกล รีบส่งข่าวลวง หรือข้อมูลลวง เข้าไปในกลุ่มต่างๆ เพราะอยากเป็นคนแรก ที่ส่งข่าวพิเศษให้เพื่อนรักได้อ่าน! 

คงคล้ายกับข่าววัคซีนโควิด ที่ส่งต่อกันจนไม่รู้ว่าข่าวไหนจริง ข่าวไหนปลอม แม้คุณหมอจากทุกค่าย จะออกมาพูดจนปากเปียกปากแฉะ ยกมือไหว้ก็แล้ว ขอร้องก็แล้ว อะไรก็แล้ว ก็ยัง ปสด กลัววัคซีนกันไม่จบสิ้น เพราะเจ้าข่าวสารที่จริงบ้าง ลวงบ้างนี่แหละ

 ผมไม่ใช่หมอ แต่ผมเชื่อหมอ ขออนุญาตช่วยเชียร์ ด้วยเสียงเล็กๆอีกเสียงหนึ่งครับ รีบไป “ฉีดเพื่อชาติ” กันเถอะ 

ที่ผมพูดนี้ ผมพูดจริงๆนะ... ไม่ใช่พูดปลอม