ความผิดปกติเกิดขึ้น กระบวนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

ความผิดปกติเกิดขึ้น  กระบวนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

คุณเคยได้ยินสถิติที่ว่า 70% ของความพยายามในการเปลี่ยนแปลงองค์กรล้มเหลวหรือไม่?

นั่นแปลว่ามีเพียง 30% ของความพยายามในการเปลี่ยนแปลงองค์กรเท่านั้นที่ประสบผลสำเร็จ

ตัวเลขนี้ ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องยาก! และเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนจำนวนมากที่ลุกขึ้นมาต่อต้านการเปลี่ยนแปลง!

คุณคิดว่ามีอะไรผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร?

งานวิจัยใหม่โดย Academy of Management Journal พบว่า ความล้มเหลวนั้นเกิดจากผู้นำองค์กรนั่นแหละที่ใช้วิธีการเดิม ๆ จากหนังสือเรื่องการเปลี่ยนแปลงเล่มเดิมๆ ที่พยายามบอกว่า การเปลี่ยนแปลงที่สำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลงของผู้นำ (Change Vision) และผู้นำต้อง “สร้างความเร่งด่วน” (Sense of Urgency) ด้วยการอธิบายว่า เกิดอะไรผิดปกติในสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ และการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่อนาคตใหม่ที่สดใสไฉไลกว่าเดิมอย่างไร

การสื่อสารจึงเน้นการอธิบาย ให้ข้อมูล ทั้งจากผ่านการประชุมประจำปี มีผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล ผ่านกราฟ ตัวเลข เทรนด์ ซึ่งพบว่ามีความพยายามในการยกแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบายให้เห็นข้อดีของการเปลี่ยนแปลง และข้อไม่ดีมากมายของสถานการณ์ปัจจุบัน

จุดนี้เองกลับกลายเป็นต้นเหตุแห่ง “ความกลัว” ของพนักงานที่รุนแรงขึ้นและยิ่งต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น สุดท้ายเหล่าผู้นำองค์กรต่างถอนหายใจ และสรุปว่าแม้ตนเองจะใช้ความพยายามในการอธิบายบ่อยแค่ไหนก็ตาม พนักงานก็ไม่มี Sense of Urgency ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

การศึกษาด้านประสาทวิทยา พบว่า สมองไม่ได้สนใจ “ข้อเท็จจริง” แต่สมองให้ความสำคัญกับ “อารมณ์” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยและความเป็นเจ้าของ 

เมื่อพนักงานมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นภัยคุกคามและผู้นำไม่เคยจัดการกับความกลัวเหล่านั้น กลับสื่อสารให้ยิ่งน่ากลัวเพราะเกรงว่าพนักงานจะไม่มี Sense of Urgency 

ทุกคนเลยติดอยู่ในวงจรแห่งความกลัวและการต่อต้านที่เลวร้าย การหลุดพ้นจากวงจรนี้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ทักษะนักสื่อสารที่เข้าใจคน Empathic Communicator เพื่อจัดการกับความกลัวเหล่านั้น เพราะคนไม่มีเหตุผลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความเห็นอกเห็นใจและความไว้ใจ 

ยิ่งกว่านั้น ผู้นำนอกจากจะสื่อสารวิสัยทัศน์ของการเปลี่ยนแปลงแล้ว ผู้นำจำเป็นต้องสื่อสารวิสัยทัศน์ของความต่อเนื่องด้วยกล่าวคือ มีอะไรบ้างที่ยังคงเหมือนเดิมควบคู่ไปกับอะไรบ้างที่จะต้องเปลี่ยนแปลง  

ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยกฎมาก่อน ผู้นำที่ให้ความสำคัญกับทั้งเหตุผลและอารมณ์เป็นสิ่งที่ต้องการมากขึ้นกว่าเดิม เพราะแม้ว่าในสภาวะแวดล้อมในที่ทำงาน เราจะเข้าใจว่าการตัดสินใจต่าง ๆ ตัดสินด้วยเหตุผล แต่ในความเป็นจริง อารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อนคนและคนคือผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นหรือแย่ลง

#EmpathicCommunicator

#LeadershipACT

#ChangeManagement

#LeadingChange