ธีรพล แซ่ตั้ง

ดูบทความทั้งหมด

คิดแบบกลยุทธ์ ทำแบบมืออาชีพ

6 มีนาคม 2564
344

ลักษณะ 'เด่น' ของผู้จัดการ ที่จะพาทีมงานและหน่วยงาน 'ดับ'!

ที่ได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้รับตำแหน่งผู้จัดการ? ต้องบอกเลยว่ามีน้อยมาก จะมีแต่ในองค์กรใหญ่ๆ

Part 1. จะมีสักกี่คน...!?

ที่ได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้รับตำแหน่งผู้จัดการ? ต้องบอกเลยว่ามีน้อยมาก จะมีแต่ในองค์กรใหญ่ๆ (ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกที่ที่จะทำได้เช่นกัน) ที่จะมีการเตรียมความพร้อม ตั้งแต่การประเมินศักยภาพของคนที่มีแนวโน้มจะเป็นผู้จัดการในอนาคตได้ แล้วก็สร้างกระบวนการบ่มเพาะหล่อหลอม จัดฝึกอบรมให้คนนี้ได้เรียนรู้ในเรื่องที่ต้องรู้ ทดลองมอบหมายงาน โครงการต่างๆในการนำทีมเป็นต้น

Part 2. ผู้จัดการในชีวิตจริง...

ของธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปจนถึงขนาดใหญ่ (บางที่) ส่วนมากได้ขึ้นเป็นผู้จัดการ ไม่ใช่ได้เป็นเพราะมีคุณสมบัติและความสามารถพร้อม แต่ได้ขึ้นเพราะ "มองซ้ายมอง มองขวาไม่รู้จะเอาใคร เลือกมันนี่แหละเป็นผู้จัดการซะงั้น! “ หรือไม่ก็ ” อยู่มานาน ขึ้นเป็นผู้จัดการเลยก็แล้วกัน!" หรือขาดคน หรือกำลังขยายคนเพิ่มทีมงาน จำเป็นต้องมีผู้จัดการ ก็เลยไม่มีเวลาคัดสรร เลือกเอามาซักคนให้จบๆไป หรือรับคนที่เคยเป็นผู้จัดการ(ที่ล้มเหลวในที่ทำงานเดิม) ให้มาเริ่มความล้มเหลวต่อกับที่นี่ละกัน!

Part 3. สังเกตยังไงล่ะ!?

ขนาดผู้จัดการที่ได้รับการเตรียมความพร้อมมาอย่างดี ยังไม่การันตีเลยว่าจะเป็นผู้จัดการที่ประสบความสำเร็จได้ นับประสาอะไรกับผู้จัดการที่แทบไม่เคยได้รับการเตรียมความพร้อม...

วิธีการง่ายๆ ในการสังเกตผู้จัดการที่จะพาทีมงานและหน่วยงานดับ ให้ดูที่..

Part 4. ผลงานของทีม

ถ้าเป็นผู้จัดการทีมขาย ยิ่งดูง่ายเพราะยอดขายของทีมขายทั้งทีม 'ต่ำ' จน 'ตำหัวใจ' ผู้บริหาร แต่สวนทางการยอด Turn Over หรืออัตราการเข้าออกของทีมขายสูง! คือลูกน้องใหม่อยู่ได้ไม่นานเพราะขายไม่ได้ ผู้จัดการก็ไม่มีแนวทางสร้างทีมให้ขายได้ ส่วนทีมขายเก่าบางคนที่ทนอยู่ได้นานก็เพราะไม่มีที่ไป ไล่ก็ไม่ยอมออก นั่งตีหน้ามึนไปวันๆ

ส่วนผู้จัดการฝ่ายอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงานขาย จะเป็นงานอะไรก็แล้วแต่ ผลงานของหน่วยงานไม่เคยได้มาตรฐาน ขึ้นๆลงๆหนักไปทางลงๆเละๆ อัตราการเข้าออกของพนักงานก็สูง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานอะไรในบริษัท ถ้ามีผู้จัดการที่ขาดความสามารถ หน่วยงานนั้น 'จะไม่เคยสามารถบรรลุเป้าหมายของหน่วยงานและบริษัทได้เลย!'

Part.5.บรรยากาศของทีม

อย่าหวังว่าจะได้เห็น 'ความมีชีวิตชีวา' ของหน่วยงานที่มีผู้จัดการที่ขาดความสามารถ แต่สิ่งที่เห็นจนชินชาทุกวันคือบรรยากาศทึมๆ อึมครึม หรือไม่ก็เฉื่อยชา ทำงานไปวันๆ เสียงหัวเราะ จะได้ยินตอนก่อนเข้ามาทำงานและหลังเลิกงานตอนกำลังกลับบ้านเท่านั้น ต่างคนต่างทำ ไม่มีการช่วยเหลือกัน มีอะไรผิดพลาดก็โบ้ยโทษกันไปโทษกันมา ทุกคนเน้นเอาตัวรอดไปวันๆ

Part 6. การสื่อสารของผู้จัดการกับทีม

ส่วนมาก ไม่ค่อยมีการสื่อสารระหว่างผู้จัดการกับทีมงาน แทบไม่มีการทักทายกันด้วยซ้ำ เดินผ่านกันยังแทบไม่อยากมองหน้ากันให้เสียอารมณ์เลย! เมื่อถึงเวลาสื่อสาร ก็จะสื่อสารในกรณีที่เกิดปัญหา เรียกมาถามไล่เรียงจับผิด หรือสื่อสารด้วยอารมณ์บูดๆ

ถ้าจำเป็นต้องอธิบายให้ทีมเข้าใจเป้าหมายใหม่ๆเรื่องใหม่ๆ ผู้จัดการก็มักจะสื่อสารแบบเข้าใจเองคนเดียว ลูกน้องนั่งฟังหน้ามึนๆปราศจากอารมณ์ร่วมเพราะปราศจากความเข้าใจกันมานาน

Part 7. วิธีการทำงานของผู้จัดการ

วันๆ เวลาหมดไปกับเรื่อง 'แก้ปัญหารายวัน' และ 'เรื่องงานหยุมหยิม' ที่ปราศจากคุณค่า ไม่สร้างคุณค่าและประโยชน์ให้กับหน่วยงานและองค์กร ผู้จัดการบางคน วางแผนได้ แต่ไม่เคยนำแผนที่วางไปบริหารจัดการหรือนำไปปฏิบัติได้ เพราะเชี่ยวชาญแต่ทฤษฎี แต่ขาดความสามารถในการบริหารจัดการงาน จัดการคน

ขณะที่ผู้จัดการบางคนไม่ชอบและไม่เน้นวางแผน อาศัยลุยมั่วไปวันๆ วิธีการทำงานก็เลยเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ผลงานก็เลยมั่วๆเละๆไปวันๆ

Part...สุดท้าย

สรุปง่ายๆ..วิธีคิดและวิธีการทำงานของผู้จัดการ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสื่อสาร ระหว่างผู้จัดการกับทีมงาน (สื่อสารในขณะที่พูด และสื่อสารในขณะที่ไม่ได้พูด ด้วยภาษากาย) จะเป็นตัวกำหนดบรรยากาศของทีม ซึ่งในท้ายที่สุด ส่งผลกับผลงานของทีม ว่าจะมีผลงานหรือไร้ผลงาน!

เมื่อ Check List ตามนี้แล้วมีหลายข้อที่ตรงหรือโชคดีกว่านั้นคือมีครบทุกข้อ ขอแสดงความยินดีด้วย! ถ้าท่านในฐานะผู้บริหารระดับสูงมีลูกน้องที่เป็นผู้จัดการแบบนี้ หรือถ้าเป็นผู้จัดการมาอ่านเจอว่าตัวเองมีคุณสมบัติเกือบครบ มี 2 ทางเลือกง่ายๆครับ

1.เปลี่ยน...วิธีคิดและวิธีการทำงาน วิธีการบริหารทีมงาน ตั้งแต่วันนี้ เรียนรู้วิธีการเป็นผู้จัดการที่มีความสามารถแล้วยกระดับพัฒนาตัวเองให้เป็น Coach เพื่อสร้างคนไปสร้างงานหรือไม่ก็....

2.เปลี่ยนที่ทำงานซะ! ถ้ายังคิดจะทำเหมือนเดิม!

ลาออก หรือไม่ก็ต้องให้ผู้บริหารระดับสูงเชิญออกไปสร้างความระทมผสมร้าวรานที่อื่น! แต่ถ้าคิดจะเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น พิสูจน์ให้เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นภายใน 1 เดือนและเป็นผู้จัดการที่เก่งมีศักยภาพมากขึ้น เริ่มเป็น Coach ให้กับทีมงานได้ภายใน 3 เดือน ถึงจะถือว่าผ่านครับ!

รีบปรับรีบเปลี่ยนพัฒนาให้เป็นผู้จัดการที่มีความสามารถ เป็น Coach ในการนำทีมให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งช้า.. หน่วยงานและบริษัทจะยิ่งเละครับ.

ดูบทความทั้งหมดของ ธีรพล แซ่ตั้ง

แชร์ข่าว :