ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม

ดูบทความทั้งหมด

เจ้าของคอลัมน์ศุกร์ เว้น ศุกร์

22 มกราคม 2564
1,814

ฟุตบอล กับ ขนมปัง: อาวุธร้ายที่สุดในโลก

วันที่ โจ ไบเดน สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนั้น ทรัมพ์ ไม่ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย ผมเลยมีเรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว มาเล่า 3 เรื่อง

เรื่องแรกคือ รัฐธรรมนูญและกฏหมาย ไม่ได้กำหนดให้ประธานาธิบดีที่พ้นตำแหน่ง จะต้องอยู่ร่วมในพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่ การเข้าร่วมพิธีดังกล่าว เป็นเพียงมารยาททางการเมือง และทางสังคมเท่านั้น ดังนั้นทรัมพ์จึงไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฏหมาย

 แต่ทรัมพ์ ก็ผิดมารยาททางการเมืองและทางสังคมอย่างมาก จริงๆแล้ว ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งนาน 4 ปี เขาทำให้คนทั้งโลกได้เห็นตลอดมาว่า เขาไม่มีมารยาทที่กล่าวถึงเท่าไรนัก

 นอกจากไม่ร่วมพิธีแล้ว นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงวันประกาศผลเลือกตั้ง และวันอำลาจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 เขาก็ไม่ยอมประกาศรับความพ่ายแพ้ และไม่ยอมกล่าวชื่อของ โจ ไบเดน เลย แม้แต่ครั้งเดียว 

ผมว่าออกไปเสียได้ก็ดี เพราะผู้นำจะต้องยอมรับระบบ ต้องให้เกียรติคู่ต่อสู้ และต้องมีมารยาท ที่ดีกว่านี้มากๆ 

เรื่องที่สองก็คือ ทรัมพ์ เป็นประธานาธิบดีคนแรกในร้อยกว่าปี ที่ไม่ยอมเข้าร่วมพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อ 152 ปีที่แล้ว โดย Andrew Johnson ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมพิธีสาบานตน ของ Ulysses Grant ด้วยเหตุผลคล้ายทรัมพ์ คือ...ฉันไม่ชอบแก!  

นอกจากไม่มีมารยาทแล้ว Andrew Johnson ยังเป็นประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา ที่ถูก “กล่าวโทษ”  (Impeachment) อีกด้วย ฟังแล้วคล้ายๆทรัมพ์มาก ใช่ไหมครับ 

แต่ทรัมพ์ไม่ยอมน้อยหน้าหรอกครับ เขาเอาชนะ Johnson ได้ด้วย เพราะ Johnson เป็นเพียง คนแรก ที่ถูกกล่าวโทษ แต่ทรัมพ์คือ ประธานาธิบดี เพียงคนเดียว ที่ถูกกล่าวโทษ ถึง 2 ครั้งด้วยกัน ในการดำรงตำแหน่งเพียง 4 ปี! 

เรื่องที่สาม ก็เป็นไปตามชื่อเรื่องวันนี้ครับ คือ เรื่องของฟุตบอลกับขนมปัง 

วันที่ 20 มกราคม เป็นวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง และทรัมพ์ ไม่ประสงค์จะพบกับ โจ ไบเดน เขาจึงเดินทางออกจากทำเนียบขาวตั้งแต่เช้า ก่อนที่พิธีสาบานตนจะเริ่มต้น โดยเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ “Marine One” เพื่อไปกล่าวคำอำลาที่รัฐแมรี่แลนด์ จากนั้นก็ขึ้นเครื่องบินประจำตำแหน่ง “Air Force One” กลับสู่บ้านพักที่รัฐฟลอริดา 

ตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้เกิดประเด็นเรื่อง “ฟุตบอล และ ขนมปัง” ขึ้นมา 

เพราะในพิธีสาบานตนนั้น ตามปกติประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และประธานาธิบดีคนใหม่ ก็อยู่ในพิธีด้วยกัน และ ทันทีที่พิธีสาบานตนเสร็จสิ้นลง เจ้าหน้าที่ทหารของประธานาธิบดีคนเดิม ก็จะส่งฟุตบอล และ ขนมปัง ให้แก่เจ้าหน้าที่ทหาร ของประธานาธิบดีคนใหม่ ทันที 

มาถึงตรงนี้ คุณผู้อ่านคงจะงงอย่างมาก ว่า เจ้าฟุตบอลกับขนมปัง มันมาเกี่ยวอะไร กับพิธีสาบานตน คำตอบก็คือ “ฟุตบอล” (Football) ที่กล่าวถึงนั้น คือชื่อเรียก กระเป๋าหนัง ขนาดที่เราใส่เสื้อผ้าและของใช้ เพื่อไปออกกำลังกายนั่นแหละครับ 

ส่วน “ขนมปัง” (Biscuit) คือบัตรที่ประธานาธิบดีจะต้องติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อใช้คู่กับ “ฟุตบอล"  

กระเป๋า “ฟุตบอล” ใบนี้มีกลไก ที่ประธานาธิบดีจะใช้ในการแสดงตนว่าเป็นประธานาธิบดีตัวจริง ผู้ใช้อำนาจสูงสุดได้ตามกฏหมาย ส่วน “ขนมปัง” คือบัตรบรรจุรหัส ที่ใช้สั่งการ... ให้ยิงอาวุธนิวเคลียร์ครับ! 

ทั้ง ฟุตบอล และ ขนมปัง จึงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด ในการใช้อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดบนโลกใบนี้ครับ 

ถ้าท่านสังเกตภาพถ่ายประธานาธิบดีบางภาพ ท่่านอาจจะเห็นว่ามีทหารคนหนึ่ง หิ้วกระเป๋าฟุตบอลที่ว่านี้ อยู่ไม่ไกลจากประธานาธิบดี เพราะประธานาธิบดีจะต้องเรียกใช้ได้ ตลอดเวลา 

ประเด็นที่ทำให้ซับซ้อนขึ้นมาก็คือ ในช่วงเวลาที่ ไบเดน จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนั้น ทั้งฟุตบอลและขนมปัง ก็ยังอยู่ในมือของทรัมพ์ เพราะเขายังเป็นประธานาธิบดีอยู่ และเขากำลังเดินทางไปฟลอริดา และพอ ไบเดน สาบานตนเสร็จ ในเวลา 12.00 น. เขาก็จะต้องเป็นผู้มีฟุตบอลและขนมปัง อยู่กับตนเอง 

แล้วจะทำอย่างไรเล่าครับ ก็ของมันอยู่ที่ฟลอริด้าโน่นแน่ะ 

ฝ่ายความมั่นคงจึงต้องคิดวิธีการว่า ในวันนั้นจะดำเนินการเช่นใด เพื่อให้การสืบทอดอำนาจ ในส่วนของการส่งมอบ กระเป๋าฟุตบอล และขนมปัง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

สรุปได้ว่าจะต้องมีฟุตบอล และขนมปัง สองชุด  ชุดหนึ่งอยู่กับทรัมพ์ อีกชุดหนึ่งอยู่ที่เวทีสาบานตน เมื่อถึงเวลา 12.00 น. ไบเดน ได้เป็นประธานาธิบดีโดยสมบรูณ์แล้ว ชุดที่อยู่กับทรัมพ์ ก็จะถูกปลดรหัส ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป 

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบอกว่า แม้จะฟังวุ่นวายอยู่บ้าง แต่มันไม่ได้ยุ่งยากอะไรขนาดนั้นหรอก เจ้าหน้าที่บางคนเล่ารายละเอียดเพิ่มเติมว่า ชุดของทรัมพ์ จะถูกปลดรหัสตั้งแต่ 11.59 น. และ ชุดของ ไบเดน จะใช้รหัสได้ เวลา 12.01 น. เป็นต้นไป 

ผมเลยอดสงสัยในใจไม่ได้เหมือนกันว่า ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง มันจะไม่ทำให้ 2 นาที กลายเป็นช่องโหว่ไปหรือ แล้วถ้าผู้นำบางชาติที่คุยว่าฉันมีนิวเคลียร์ ยิงได้ไกลถึงอเมริกา เกิดอยากสนุก ใช้เวลาช่วงนั้นยิง แล้วจะทำอย่างไรล่ะ 

เอาเถอะครับ อย่าไปคิดมากเลย บัดนี้ พิธีการต่างๆก็จบสิ้นไปแล้ว ถือว่าการส่งมอบฟุตบอลและขนมปัง จบไปแล้วอย่างเรียบร้อยและสมบรูณ์ 

บัดนี้ ทรัมพ์ก็กลับไปนอนที่บ้านแล้ว แต่เขาน่าจะนอนฝันร้ายนะครับ เพราะนอกจากจะต้องเผชิญกับกระบวนการถอดถอน ที่จะดำเนินการต่อโดยวุฒิสภาแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะต้องโดนคดีอะไรตามมาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีปลุกระดมให้คนไปบุกรัฐสภา 

ระหว่างนี้ ผมว่า ทรัมพ์ น่าจะไปหาซื้อฟุตบอลจริงๆ มาเตะเล่นหน้าบ้าน แก้เหงา แก้เซ็ง และ ซื้อขนมปังจริงๆมาปิ้งกินเวลาหิว น่าจะดีนะครับ 

แล้วก็... อย่าจิตใจโหดร้าย ไปยุให้ใครต่อใคร ทำร้ายบ้านเมืองตัวเองอีกเลย 

เพราะพฤติกรรมแบบนั้น มันทั้งไร้คุณค่า และไร้ราคา... จริงๆนะ! 

 

 

 

 

 

 

ดูบทความทั้งหมดของ ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม

แชร์ข่าว :
Tags: