ธีรพล แซ่ตั้ง

ดูบทความทั้งหมด

คิดแบบกลยุทธ์ ทำแบบมืออาชีพ

29 พฤศจิกายน 2563
1,611

ผู้จัดการ.. ‘ที่ไม่เป็นที่ต้องการ’ ในปี 2021

Part 1. บรรดาผู้จัดการของธุรกิจแต่ละขนาด ผู้จัดการ -ผู้บริหาร- ผู้นำทีม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันรวมไปถึงในอนาคต มีทั้ง ผู้จัดการที่แย่มากๆ

มีผู้จัดการที่ค่อนไปทางแย่ มีผู้จัดการที่แค่พอใช้ได้ มีผู้จัดการที่ดี มีผู้จัดการชั้นยอด บรรดาผู้จัดการ ผู้นำทีมในแต่ละระดับ (แย่ไปจนถึงชั้นยอด) ต่างก็แฝงตัวอยู่ในทุกธุรกิจ

            ถ้าเป็น Micro SME ธุรกิจขนาดจิ๋ว เจ้าของ-ผู้นำ-ผู้จัดการ จะรวมร่างอยู่ในคนๆเดียวกัน ซึ่งธุรกิจจะไปรอดหรือไม่รอด มักจะขึ้นอยู่กับ เจ้าของที่เป็นผู้นำ

            ถ้าเป็น SME ขนาดใหญ่กว่า Micro SME  จะมีเจ้าของเป็นผู้นำ แต่จะมีบรรดาผู้จัดการในแต่ละสายงานบ้างซึ่งส่วนมากมักจะเป็นญาติๆหรือเพื่อนๆมาช่วยงาน(ส่วนจะช่วยให้งานดีขึ้นหรือแย่ลงอีกเรื่องนึง!)

            ถ้าเป็นธุรกิจขนาดกลาง บรรดาผู้จัดการ มีส่วนอย่างมากในการขับเคลื่อนแต่ละหน่วยงานของธุรกิจ เพียงแต่จะขับเคลื่อนให้เดินหน้า หรือขับเคลื่อนถอยหลังจนลงเหวเท่านั้น!

            ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่ ระบบจะเป็นตัวควบคุม ขับเคลื่อนบรรดาผู้จัดการในแต่ละสายงาน

           

Part 2. ผู้จัดการที่ไม่สามารถจัดการแม้กระทั่งตัวเอง!

            ในอดีต บรรดาผู้จัดการ ผู้นำทีมที่มีความสามารถ จะมีและใช้เวลาในการ"สั่งควบคู่กับการสอน"ลูกน้องในทีม เรียกว่าในระหว่างที่คุยกับลูกน้องก็มักจะสอนแบบไม่เป็นทางการ ปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องไปด้วยในการคุยแต่ละครั้ง

            แต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันเช่นกัน ก็จะมีผู้จัดการที่แม้กระทั่งตัวเอง ยังสร้างปัญหาให้ตัวเอง! เพราะ"ไม่สามารถจัดการตัวเองได้"ไม่สามารถ บริหารงานและเวลาของตัวเองได้  ก็ไม่ต้องไปหวังเลยว่าจะสามารถบริหารงานของลูกน้องในทีมได้!

            แต่ละวันบรรดาผู้จัดการเหล่านี้(ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทุกวัน ทั้งในธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปจนถึงขนาดใหญ่) จะทำงานแบบ ลน ล่ก รีบๆ ลวกๆ เน้นแต่สั่ง แต่สอนไม่เป็น แต่ละวันดูวุ่นวาย สับสน แต่ปราศจากผลงานเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้!

  

 Part. 3 คงรอดยาก!

            ก่อนวิกฤติไวรัสโควิด19 จะมาเยือน มาสร้างความหายนะให้หลายๆธุรกิจ บรรดาผู้จัดการที่ขาดความสามารถในการจัดการเหล่านี้ ยังคงมีอาชีพ มีตำแหน่ง ไม่ตกงาน เพราะผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าของธุรกิจมักจะไม่รู้ มองไม่เห็นถึง"การขาดศักยภาพขั้นวิกฤติ"ของผู้จัดการประเภทนี้!

            หรือไม่ก็ปล่อยปละละเลย หยวนๆกันไป อย่างดีก็จัดอบรมให้ผู้จัดการเหล่านี้ซักครั้งแล้วก็หวังว่าจะดีขึ้น แต่สุดท้ายก็สูญเปล่า เพราะขาด กระบวนการ การฝึก การพัฒนา การเปลี่ยนผู้จัดการเหล่านี้ให้พัฒนาขึ้นแบบต่อเนื่องที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน ถึงจะเห็นผลเป็นรูปธรรม

            ตัดกลับมาสถานการณ์ปัจจุบัน...

            แต่ละธุรกิจ สภาพคล่องไม่ได้มีมากเหมือนก่อนยุคโควิดจะมา เจ้าของธุรกิจเริ่มมาพิจารณาถึงจำนวน

บุคคลากรแล้วว่า... ตรงไหนควรรักษาไว้ ตรงไหนเป็นส่วนเกิน ตรงไหนยังพัฒนาได้ ตรงไหนควรตัดทิ้ง!

  

Part 4. เมื่อเบื้องบนและเบื้องล่าง.. ต่าง ไม่ต้องการผู้จัดการประเภทนี้!

            แน่นอนว่า พนักงานระดับปฏิบัติการจำนวนไม่น้อยในหลายธุรกิจ ถูกตัดถูกลดถูกเลิกจ้าง ขั้นตอนต่อไปก็คือ บรรดา ผู้จัดการ ที่ขาดศักยภาพขั้นวิกฤติ ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม ไม่ได้รับการยอมรับจากคนที่เป็นลูกทีม ก็จะกลายสภาพเป็น ผู้จัดการที่ไม่เป็นที่ต้องการของเจ้าของธุรกิจในเวลาอันใกล้!

            ขนาดพนักงานที่อายุงานไม่มาก เมื่อตกงานยังหางานใหม่ไม่ง่าย ไม่ต้องพูดถึงบรรดาผู้จัดการที่ขาดศักยภาพขั้นวิกฤติ เมื่อถูกเลิกจ้าง เมื่อถูกบีบออก  ก็ยากมากที่จะหางานใหม่ (คาดว่าน่าจะเห็นสถานการณ์แบบนี้มากขึ้นตั้งแต่ต้นปีหน้า)

 

Part5. ผู้ที่อยู่รอด

            ผู้จัดการชั้นยอด ผู้จัดการที่เก่ง ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง เพราะเป็นผู้จัดการที่ทุกที่ต้องการตัวอยู่แล้ว ส่วนผู้จัดการที่มีศักยภาพแค่พอใช้ ไม่ควรประมาท เพราะศักยภาพพอใช้ที่มีในวันนี้ พอถึงปีหน้า (อีกแค่เดือนเศษก็ปีหน้าแล้ว!) ศักยภาพที่มีวันนี้อาจไม่พอให้ใช้ในปีหน้า นั่นก็หมายความว่า คงต้องไปหาที่ทำงานที่อื่น ว่ายังต้องการคนที่มี ศักยภาพแค่พอใช้อยู่หรือเปล่า? ( ซึ่งน่าจะหายากนะ)

 

Part6. ผู้จัดการที่ยังอยากจะรอด

            อย่างที่บอกไปแล้ว วันใดที่ลูกน้องและเจ้าของธุรกิจ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ผู้จัดการคนนี้ขาดศักยภาพขั้นวิกฤติ วันนั้นชีวิตและตำแหน่งผู้จัดการ ก็จะกลายเป็นอดีต แปลสภาพจาก ผู้จัดการ เป็น ผู้ตกงาน!

            ถ้าอยากจะรอด...

            1.ต้องรู้วิธีบริหารจัดการตัวเองก่อนว่า อะไรคือจุดอ่อน อะไรคือจุดแข็งที่มี จะใช้จุดแข็งที่มีต่อยอดในหน้าที่การงานอย่างไร? จุดอ่อนที่มีอะไรคือจุดวิกฤติเร่งด่วนที่ต้องรีบพัฒนา

            2.เรื่องความเข้าใจใน"คน"เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้! ด้วยLogicง่ายๆคือ ถ้าขาดความเข้าใจในเรื่องคน แล้วจะคุมคน จะบริหารคนบริหารทีมให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร!? ผมก็ไม่เคยเห็นผู้จัดการที่ขาดทักษะเรื่องคนอย่างมาก นำทีมประสบความสำเร็จในประเทศไทยซะด้วยสิ!

            3.ความยืดหยุ่น ความรวดเร็วในการปรับเปลี่ยน เป็นทักษะสำคัญภาคบังคับของคนที่จะประสบความสำเร็จในการนำทีม ต้องกล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าปรับเปลี่ยน และยืดหยุ่นอย่างมากในสถานการณ์ที่จะมีความไม่แน่นอนทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้นในปีหน้านี้

            4.เทคโนโลยีและ Online ต้องใช้ให้เป็น ใช้ให้เกิดประโยชน์กับงานและทีม ต้องสามารถบริหารทีมได้ทั้งทางใกล้ในที่ทำงานและทางไกล รวมไปถึงเรียนรู้ว่า Online ช่วยสร้างรายได้อย่างไรให้กับธุรกิจ Online ช่วยให้หน่วยงานที่ทำที่ไม่เกี่ยวโดยตรงกับการขายการตลาด แต่สามารถใช้ประโยชน์จากOnlineได้

            ถ้าทำได้ อาจไม่ครบไม่เก่งทั้ง4 ข้อ แต่ต้องให้พอใช้ได้ค่อนไปทางดีในแต่ละข้อ ผู้จัดการคนนั้น ก็จะแปรสภาพจาก ผู้จัดการที่ไม่เป็นที่ต้องการ ให้เป็น ผู้จัดการที่ใครๆ ก็ต้องการ ในปี 2021 ได้ครับ!

 

 

ดูบทความทั้งหมดของ ธีรพล แซ่ตั้ง

แชร์ข่าว :
Tags: