ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม

ดูบทความทั้งหมด

เจ้าของคอลัมน์ศุกร์ เว้น ศุกร์

27 พฤศจิกายน 2563
643

รางวัลเกียรติคุณ - รางวัลเกลียดติคุณ

ก่อนที่จะพูดเรื่อง “รางวัลเกลียดติคุณ” ผมขอเริ่มด้วย “รางวัลเกียรติคุณ” ก่อนนะครับ เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา

กระทรวงการคลังได้จัดพิธีมอบรางวัล “รัฐวิสาหกิจดีเด่น” ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล ซึ่งถือว่าเป็น “รางวัลเกียรติคุณ” และเป็นสัญญลักษณ์แห่งความสำเร็จ  

ปาถกฐาของนายกฯตู่ ไม่ต้องอ่านสคริปต์อะไรมากมาย ท่านถึงลูกถึงคน มีครบทุกอย่าง มีทั้งปลุกเร้าให้กำลังใจ แต่บางทีก็แถมด้วยการแซว ถากถาง เป็นกันเอง และเฮฮา ฯลฯ

ปีนี้มีโควิด-19 งานที่เคยจัดอย่างยิ่งใหญ่ในห้องแกรนด์บอลรูม เลยปรับเปลี่ยนเป็นจัดที่ทำเนียบฯ แบบเรียบง่าย มีแขกรับเชิญรวมผู้เข้ารับรางวัล ประมาณ 80 คนเท่านั้น

ตอนหนึ่ง ท่านนายกฯ หยอกล้อว่าหน้าที่ของท่าน ก็คือการมาให้รางวัลเพื่อเป็นกำลังใจ แต่ถ้าหากว่ามาแจกปีละครั้งมันเนิ่นนานเกินไป จะให้มามอบปีละสองครั้ง ก็ทำได้นะ! ว่าแล้วก็ทิ้งจังหวะให้ผู้ร่วมงาน ได้หัวเราะเบาๆ

ผมขอแสดงความยินดีอีกครั้ง สำหรับรัฐวิสาหกิจที่ได้รับรางวัล ผู้บริหารที่ไปรับรางวัลวันนั้น คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะพบกันในหลักสูตรต่างๆ ที่สถาบัน IRDP เป็นผู้จัด ก็ดีใจครับ ที่เห็นท่านทั้งหลายได้ดิบได้ดีกัน 

การที่สังคมให้ “รางวัลเกียรติคุณ” แสดงว่า เราใช้ “รางวัล” เป็นเครื่องมือในการสร้างแรงบันดาลใจ ให้แก่คนหรือหน่วยงานที่ทำดี เราเชื่อว่าถ้าได้รับรางวัลไปแล้ว เขาจะทำดีที่สุด เพื่อรักษาคุณค่าของรางวัลนั้นไว้

โดยทั่วไปก็คงเป็นเช่นนั้น แต่ก็ไม่เสมอไปครับ เช่น บอร์ดของบริษัทเอ็นรอน ได้รับรางวัลบอร์ดดีเด่นไม่ถึง 1 ปีเท่านั้น เอ็นรอนก็ล้มละลาย และบอร์ดต้องจ่ายเงินค่าปรับจำนวนมากมาย

รางวัลเกียรติคุณ ของกระทรวงการคลังอีกรางวัลหนึ่ง มีชื่อว่า “เพชรวายุภักษ์” ซึ่งหน่วยงานต่างๆของกระทรวงฯ ส่งผลงานนวัตกรรมเข้าแข่งขันกัน นับเป็นแนวคิดที่ดี ผมเองได้รับเชิญให้เป็นกรรมการตัดสิน ครั้งที่ผ่านมาและในปีนี้ด้วย

ครั้งที่แล้ว บุคลากรของกระทรวงการคลัง สร้างสรรค์นวัตกรรม ส่งเข้าประกวด หลากหลายรูปแบบ น่าชมเชยอย่างยิ่ง เป็นการยืนยันว่าโครงการแบบนี้ ช่วยกระตุ้นให้บุคลากรคิดและทำอะไรใหม่ๆ เพื่อให้ผลงานดีขึ้นแบบก้าวกระโดด 

เล่าเรื่อง “รางวัลเกียรติคุณ” ไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเรื่อง “รางวัลเกลียดติคุณ” บ้างละครับ 

ผมเป็นคนตั้งชื่อรางวัลนี้เองแหละ เพราะมันคล้องจองกันดี กับคำว่า เกียรติคุณ แต่เป็นรางวัลที่บอก   ความหมายว่า ทั้ง “เกลียด และ ติ” คุณ... เลยนะจะบอกให้ 

รางวัลที่แจกในประเทศไทยเรานั้น มีอยู่รางวัลหนึ่งซึ่งตั้งชื่อมาจาก “หอย” นั่นคือรางวัล “สังข์เงิน” ซึ่งมอบให้แก่นักประชาสัมพันธ์ดีเด่น แต่ที่ประเทศจีน รัฐบาลมณฑลเจ้อเจียง เมื่อเดือนส.ค. 2562 ได้มอบรางวัล (ที่มีชื่อ หอย อยู่เหมือนกัน) เรียกว่า “รางวัลหอยทาก” (The Snail Awards) 

หน่วยงานของรัฐ ที่ได้รับรางวัลนี้ คือหน่วยงานที่เชื่องช้าที่สุด ในการทำงานและในการให้บริการ พูดง่ายๆก็คือ เรียกมารับรางวัลเพื่อ “ประจานในที่สาธารณะ” มีการมอบรางวัลกันจริงๆ และหน่วยงานก็ต้องส่ง     ผู้แทนขึ้นไปรับรางวัล มีการถ่ายภาพ และสำนักข่าวเผยแพร่ข่าวไปทั่วโลก 

ใครขึ้นไปรับรางวัลนี้ ใบหน้าคงหดเหลือนิดเดียว ไม่รู้จะปั้นสีหน้าอย่างไร จะยิ้มก็คงยิ้มไม่ออก จะหัวเราะก็หัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ก็คงไม่น่าจะใช่ คงทำได้แค่หน้าเศร้าๆเท่านั้นกระมัง 

หน่วยงานใด ต้องไปรับรางวัล “เกลียดติคุณ” แบบนี้ ถ้าหากจะเรียกเกียรติยศและศักดิ์ศรีกลับคืนมา ก็ต้องหาวิธีคืนรางวัลนี้ให้แก่รัฐ แต่การจะส่งกลับคืนได้ ก็มีทางเดียว คือต้องกลับไปแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน ให้เสร็จโดยเร็ว 

ใครว่ารัฐบาลเผด็จการสังคมนิยม คงจะไม่มีอารมณ์ขัน นี่ไงครับอารมณ์ขัน ทว่าไม่ใช่ “ขบขัน” แต่เป็นการ “ขันน็อต” เสียมากกว่า และก็ได้ผลครับ หน่วยงานที่ได้รับรางวัลนี้ รีบกลับไปแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว 

รัฐบาลจีนมีหลากหลายวิธี ในการแก้ไขปัญหาของประชาชน เช่นเขา กำจัดความยากจน ค่อนข้างได้ผลในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยการตั้ง “โจทย์หิน” ให้ข้าราชการท้องถิ่น ต้องเข้าไปแก้ปัญหาความยากจนของหมู่บ้านนั้นๆ โดยต้องเข้าไปดูแลทีละครอบครัว ตามสภาพปัญหาที่แตกต่างกันไป และช่วยให้ทุกครอบครัว หลุดพ้นจากความยากจนให้ได้  

ถ้าแก้ไขไม่สำเร็จ ก็ไม่ต้องมาขอโยกย้ายไปอยู่ที่อื่น จะต้องเป็นข้าราชการสังกัดหมู่บ้านจนๆแห่งนี้ตลอดไป รับได้ไหมล่ะ  

ผมไม่ได้เสนอให้เราเอาอย่างรัฐบาลจีนหรอกนะ แต่ถ้าหากเราเชื่อว่า ข้าราชการไทยทุกคน อยู่ดีๆก็เกิดมีไฟแรง ลุกโชติช่วงขึ้นมาเอง แล้วต่างมุ่งหน้าเข้าแก้ไขปัญหาของประชาชนพร้อมกันทุกคน จนได้ผลดีแบบก้าวกระโดดทุกหมู่บ้าน มันคงเป็นความฝัน ที่ไม่มีวันเป็นจริง 

สมมติว่ารัฐบาลเกิดจะแจก “รางวัลเกลียดติคุณ” ขึ้นมาจริงๆ คุณว่ารางวัลนี้น่าจะชื่ออะไรดี ผมได้หาข้อมูลและพบว่า ถึงแม้หอยทากจะเคลื่อนไหวได้ช้ามากๆ คือเพียงชั่วโมงละ 45 เมตร แต่มันก็ติดอันดับสองเท่านั้น 

สัตว์ที่ช้าที่สุดในโลกจริงๆ ก็คือเจ้าตัวสล็อธ (Sloth) มันเคลื่อนที่ทั้งวัน ได้ระยะทางแค่ 37.5 เมตร เท่านั้นเอง ช้าจนตะไคร่น้ำ สามารถขึ้นบนตัวมันได้เลย! 

ถ้าหากทั่นนายกฯ เกิดมีอารมณ์ขันบวกอารมณ์กดดันผลงาน เข้ามาพร้อมๆกัน แล้วตัดสินใจแจกรางวัลปีละสองครั้ง เหมือนที่ได้หยอกเย้าในวันนั้น จะลองดูก็ได้นะ แจกครั้งที่สองก็ “รางวัลเกลียดติคุณ” (The Sloth Awards) นั่นไง 

แต่ถ้าอยากจะเรียกให้เท่ขึ้นอีกนิด ผมเสนอให้เรียกว่า “The Rungtai Awards” แปลเป็นไทยตรงๆว่า “รั้งท้ายอวอร์ด” ครับ.... 

ส่วน “คำประกาศเกลียดติคุณ” จะออกมาแนวไหน ทีมงานก็ไปร่างกันมาให้ดี และคนรับรางวัล จะต้องเตรียม ปี๊บ ไปด้วยหรือไม่ ก็บอกมาให้ชัดๆในโปรแกรม ก็แล้วกัน 

ไอเดียแบบนี้ พอจะไปรอดมั้ยเนี่ย!

ดูบทความทั้งหมดของ ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม

แชร์ข่าว :
Tags: