ไพบูลย์ นลินทรางกูร

ดูบทความทั้งหมด

The Fundamental View ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้ และประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

18 พฤศจิกายน 2563
393

หุ้น Tech vs. หุ้น Cyclical – ลงทุนอะไรดี  

ปีนี้ หุ้นเทคโนโลยีคือหุ้นที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับนักลงทุนทั่วโลก 

เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่นๆ ทุกกลุ่ม รวมทั้ง Asset Class แบบดั้งเดิมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น หุ้นกู้เอกชน ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ หรือ เงินสกุลหลักๆ ของโลก

ปัจจัยที่สนับสนุนให้หุ้นเทคโนโลยีโดดเด่นกว่าสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ คือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ ซึ่งต้องพึ่งพาอุปกรณ์เทคโนโลยีมากขึ้นกว่าเดิมมาก

ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ราคาหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 40% ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ​ เพิ่มขึ้นเพียง 1% หุ้นในกลุ่ม FAANG Facebook, Apple, Amazon, Netflix, Google ปรับขึ้นเฉลี่ย 50% หุ้นน้องใหม่อย่าง Zoom ที่ได้อานิสงส์จากการ Work from Home ปรับขึ้นเกือบ 600%

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสหรัฐฯ แต่หุ้นเทคโนโลยีในทุกประเทศปรับขึ้นกันถ้วนหน้า อาทิ หุ้น Tencent ของจีน ขึ้น 59% หุ้น Alibaba ขึ้น 44% หุ้น SEA ของสิงคโปร์ เจ้าของ Shopee ขึ้นเกือบ 300% เป็นต้น 

ในทางกลับกัน หุ้น Cyclical หรือ หุ้นที่ขึ้นลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ติดลบกันเกือบหมดในช่วง 10 เดือนแรก หุ้นธนาคารทั่วโลกปรับลงเฉลี่ย 40% หุ้นสายการบินทั่วโลกลง 47% หุ้นโรงแรมในสหรัฐฯ ลง 46% หุ้น Exxon ลง 54% หุ้น Macys ลง 63% เป็นต้น

                จึงไม่น่าแปลกใจที่นักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาซื้อหุ้น Cyclical หลังบริษัทยา Pfizer/BioNTech ตามด้วย Moderna เปิดเผยผลการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ที่ประสบความสำเร็จถึง 90% และ 94.5% ตามลำดับ เพราะเริ่มเกิดความคาดหวังในตลาดทุนว่าเศรษฐกิจโลกมีโอกาสฟื้นตัวเร็วและแรงกว่าคาด

ปัจจัยหลักที่สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนคือ ประสิทธิภาพของวัคซีนที่สูงกว่า 90% เพราะหมายถึงสัดส่วนประชากรที่ต้องได้รับวัคซีนเพื่อทำให้เกิด Herd Immunity หรือ ภูมิคุ้มกันระดับชุมชน จะลดลงเหลือเพียง 60-65% เทียบกับ100% ถ้าประสิทธิภาพอยู่ที่ 50%

ถึงแม้กำลังการผลิตของทั้ง Pfizer และ Moderna รวมกันที่ 1,800 ล้านโดสในปีหน้าจะไม่เพียงพอสำหรับทุกคน แต่น่าจะพอที่จะทำให้เกิด Herd Immunity ในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น แคนาดา เกาหลีใต้ บราซิล ออสเตรเลีย และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมี GDP รวมกันคิดเป็น 60% ของ GDP โลก มีประชากรรวมกัน 1,300 ล้านคน และเกือบทุกประเทศได้สั่งซื้อวัคซีนล่วงหน้าจากสองบริษัทนี้แล้ว

นอกจากนั้น ถ้าจีน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ถึง 18% ของ GDP โลก สามารถผลิตวัคซีนได้สำเร็จเช่นกัน (บริษัทยาของจีน 4 แห่งกำลังอยู่ในขั้นทดลองเฟส 3) ก็จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ได้เร็วยิ่งขึ้น

คำถามที่ผมถูกถามมากที่สุดในช่วงนี้คือ ควรซื้อหุ้น Cyclical หรือยัง?

ในความเห็นของผม นักลงทุนควรเริ่มทยอยสะสมหุ้น Cyclical เพราะหุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสสูงที่จะ Outperform หุ้นกลุ่มอื่นๆ ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า ด้วยเหตุผลดังนี้

ข้อหนึ่ง ดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจหลายตัว เช่น Global PMI หรือ OECD CLI บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกได้เข้าสู่ภาวะฟื้นตัวแล้วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา และถ้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 เริ่มพร้อมใช้งานในต้นปีหน้าได้จริง ก็จะยิ่งช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดการทรุดตัวอีกรอบของเศรษฐกิจโลกดูแล้วมีต่ำมาก 

ข้อสอง ผลประกอบการของหุ้น Cyclical มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดในปีหน้า จากฐานที่ต่ำมากๆ ในปีนี้ และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น ซึ่งก็จะช่วยทำให้ระดับ Valuations และ P/E Ratio ของหุ้นกลุ่มนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว 

ข้อสาม ถึงแม้ราคาหุ้น Cyclical จะเริ่มกระเตื้องขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังเป็น Laggard ที่ Underperform หุ้นกลุ่มอื่นๆ อยู่พอสมควร

สำหรับตลาดหุ้นไทย เราน่าจะได้รับอานิสงส์ด้วยประการทั้งปวง เพราะหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทยคือ หุ้น Cyclical จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เม็ดเงินต่างชาติจะทยอย Rotate เข้าตลาดหุ้นไทยในระยะข้างหน้า

ถ้าถามต่อว่าควรขายหุ้นเทคโนโลยีออกไปทั้งหมดหรือไม่ คำตอบคือไม่จำเป็น เพราะแนวโน้มในระยะยาวของหุ้นกลุ่มนี้ยังสดใส จากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ยังไม่น่าจบสิ้นเพียงเท่านี้

ดูบทความทั้งหมดของ ไพบูลย์ นลินทรางกูร

แชร์ข่าว :
Tags: