ดร.บวร ปภัสราทร

ดูบทความทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำคอลัมน์ "ก้าวไกล วิสัยทัศน์"

21 กันยายน 2563
275

ความล้มเหลวของความกลัว

เคยเชื่อกันว่าไม้เรียวสร้างคนดี เคยเชื่อว่าไม้เรียวสร้างความกลัว

และความกลัวทำให้กระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตนเองหรือละเว้นการกระทำที่เป็นโทษกับตนเอง มีผู้บริหารบางมหาวิทยาลัยที่อยากยกระดับไปสู่ระดับโลกที่ยังเชื่อในพลังของไม้เรียว จึงออกกฎกติกาให้อาจารย์ใหม่ของมหาวิทยาลัยต้องตระเกียกตะกายสร้างผลงานเพื่อให้ได้เป็นผศ. รศ. ภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่งั้นจะเจอไม้เรียวคือโดนปลดออกจากงานโดยหวังว่าความกลัวที่เกิดขึ้นนั้น จะนำไปสู่ความพยายามในการกระทำ หรือไม่กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งคนสร้างความกลัวเชื่อว่ากระทำ หรือไม่กระทำเรื่องนั้นจะสร้างผลดีให้เกิดขึ้น ความกลัวจึงกลายเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจที่ผู้บริหารจำนวนไม่น้อยชอบใช้กันอยู่ ทั้งที่ใช้อย่างตั้งอกตั้งใจหรือใช้ไปโดยที่ไม่รู้ตัว

ถ้าเป็นยุคโบราณที่การงานไม่มีความสลับซับซ้อน การข่มขู่สร้างให้เกิดความกลัวว่าถ้าไม่ยอมทำงานให้มากขึ้น มีหวังถูกโละความกลัวจะทำให้ขยันมากขึ้นเป็นผลให้ได้ผลงานมากขึ้น แต่ความกลัวสร้างแรงจูงใจให้ทำงานได้มากขึ้นได้เฉพาะงาน ที่วันนี้เครื่องจักรสามารถทำแทนได้เกือบทั้งหมดคืองานที่ประเภทที่คนทำซำ้ซากสู้กับหุ่นยนต์ไม่ได้ อธิบายง่ายๆ ได้ว่าถ้างานนั้นกระทำได้โดยไม่ต้องคิดวิเคราะห์ความกลัวที่เกิดขึ้นในสมองไม่ไปรบกวนการคิดวิเคราะห์ใดๆ สำหรับการทำงานนั้นเพราะเป็นงานที่กระทำกึ่งๆ อัตโนมัติ ตาเห็นมือก็ทำไปตามที่คุ้นเคย ผู้บริหารจำนวนไม่น้อยที่เคยเห็นผลของการใช้ความกลัวไปสร้างแรงจูงใจกับงานแบบนี้จึงพากันเชื่อว่าต้องมีไม้เรียวการงานจึงจะก้าวหน้าไปด้วยดี

เมื่อการงานในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นจะทำงานให้เสร็จต้องคิดต้องวิเคราะห์มากขึ้นจะแค่มือทำตามตาเห็นไม่ได้อีกแล้ว ความกลัวที่เกิดขึ้นมาจะไปจำกัดพื้นที่สมองที่จะมาใช้คิดวิเคราะห์ให้ลดน้อยลง เป็นผลให้คิดวิเคราะห์ได้ไม่ดีเท่าเดิม การสร้างความกลัวเพื่อหวังจะได้ผลงานมากขึ้นจึงเป็นไปไม่ได้สำหรับการงานในปัจจุบัน ในทางตรงข้ามกลับทำให้การงานแย่ลงเสียด้วยซำ้ ความกลัวจึงไม่ใช่เครื่องมือที่ดีในการสร้างแรงจูงใจในการทำงานอีกต่อไป

ความกลัวทำให้คนคิดได้แคบลงและจดจ่ออยู่กับผลเสียที่จะเกิดขึ้นตามมา จนลดเวลาที่จะคิดค้นหาวิธีทำงานที่มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลมากขึ้น เคยทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้นซำ้ซาก ยิ่งกลัวมากยิ่งทำซำ้ซากมากขึ้น ความกลัวยังลดทอนความสามารถในการเรียนรู้ไปเกือบทั้งหมด เมื่อเรียนรู้ไม่ได้การแก้ปัญหาก็ไม่เกิดขึ้น ความบกพร่องเดิมจะคงอยู่ต่อไปกลายเป็นความผิดซำ้ซาก ลองนึกถึงอาการทำผิดซำ้ซากที่พบเจอในเด็กที่กำลังหวาดกลัวคำขู่เข็ญของผู้ใหญ่จะเข้าใจที่มาของความผิดซำ้ซากจากความหวาดกลัวได้เป็นอย่างดี ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่หวังจะใช้ความกลัวตกงานมาเป็นแรงจูงใจสำหรับการคิดสร้างผลงานวิจัยจึงได้ผลในทางตรงข้ามคือ ยิ่งกลัวตกงาน งานวิจัยยิ่งคิดได้น้อยลง ครูอาจารย์ที่คิดจะใช้ไม้เรียวสร้างความกลัว โดยหวังว่าจะไปสร้างแรงจูงใจให้ลูกศิษย์ ต้องคิดใหม่ได้แล้ว ในวันนี้เพราะวันนี้เราต้องการลูกหลานที่คิดสร้างสรรค์เป็นเนื่องจากความคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่มนุษย์ในโลกปัจจุบันต้องมี

ถ้าคนมีที่เก่งตรงกับงานที่ทำจริงๆ และอยากได้ผลงานเพิ่มขึ้นไม่จำเป็นจะต้องไปกำหนดกฎกติการอะไรต่อมิอะไรมาทำให้เกิดความกลัวต่างๆ นาๆ แต่ให้สร้างความหวังที่จะมีความเป็นอิสระขึ้นมาพร้อมๆ กับการปลูกฝั่งความรับผิดชอบในการงานควบคู่กันไปด้วยหลักการ Freedom and Responsibility ให้อิสระในการทำงานนั้น แต่ความเป็นอิสระจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่องานนั้นคือเลือกวิธีทำเลือกเวลาทำเลือกสถานที่ทำได้ตามใจ ตราบเท่าที่การงานนั้นต้องสำเร็จตามกรอบเวลาและเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ความเป็นอิสระให้ความหวังพร้อมๆ กับที่ความรับผิดชอบจะเป็นแรงจูงใจให้มุ่งมั่นให้การงานประสบความสำเร็จ หลักการFreedom and Responsibility ถูกนำมาใช้อย่างประสบความสำเร็จในบริษัทให้บริการภาพยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ตที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในวันนี้คนเก่งๆ ในบริษัทนั้นทุ่มเทสร้างงานสร้างสรรค์ โดยไม่ต้องมีกฎกติกาให้เกิดความกลัวว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ต้องทำอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา

ถ้าไม่คิดว่าคนที่ทำงานด้วยมีแต่คนโง่ดักดาน คนใหญ่คนโตต้องระลึกไว้เสมอว่าถ้าต้องการคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ต้องใช้ความเป็นอิสระเป็นความหวังและใช้ความรับผิดชอบเป็นแรงจูงใจไม่ใช่ใช้ความกลัว

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.บวร ปภัสราทร

แชร์ข่าว :
Tags: