เศรษฐศาสตร์ + สุขภาพ

ดูบทความทั้งหมด

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเศรษฐกิจ

24 สิงหาคม 2563
1,763

ควบคุมระดับ ‘คอเลสเตอรอล-ไตรกลีเซอรไรด์’

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอรไรด์ก็มักจะเพิ่มขึ้นตามไปพร้อมกับน้ำหนักตัว ความดันโลหิตและระดับน้ำตาล

 สำหรับผู้สูงอายุนั้นปัจจัยดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากกับการรักษาสุขภาพ ซึ่งในส่วนของระดับน้ำตาลในเลือดนั้นไม่มีความสลับซับซ้อนอะไร เพราะหากน้ำตาลในเลือดสูงก็แปลว่าต้องลดการบริโภคน้ำตาล แต่สำหรับคอเลสเตอรอลนั้นสำหรับผมมีข้อมูลและความสลับซับซ้อนค่อนข้างมาก จึงขออนำมาเขียนถึงอีกครั้งในสัปดาห์นี้

คอเลสเตอรอลเป็นไขมัน(lipid)ประเภทหนึ่ง ที่มีประโยชน์สำหรับร่างกายในหลายด้าน เช่น เซลล์จำเป็นต้องใช้คอเลสเตอรอลเพื่อห่อหุ้มเซลล์(cell membrane) นอกจากนั้นยังเป็นสารเริ่มต้น(precursor) ในการที่ร่างกายสร้างฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนเพื่อสร้างวิตามินดี และที่สำคัญมากอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการที่ตับใช้คอเลสเตอรอลสร้าง “น้ำดี” (bile) เพื่อใช้ในการย่อยอาหาร

เมื่อค้นคว้าเรื่องคออเรสเตอรอลให้ลึกซึ้งมากขึ้น ผมก็พบว่าร่างกายของเรา(คือตับ)นั้นสามารถสร้างคอเลสเตอรอลให้กับร่างกายได้อย่างเพียงพอและไม่จำเป็นต้องกินอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ที่มีคอเลสเตอรอล แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ประเมินว่าคอเลสเตอรอลในร่างกายนั้นประมาณ 75% ถูกผลิตโดยตับของเราและอีก 25% ได้มาจากการกินอาหาร

อย่างไรก็ดี ร่างกายของเรามีระบบควบคุมระดับคอเลสเตอรอล กล่าวคือบทบาทของ lipoprotein ที่เราเรียกว่า “ไขมันดี” หรือ high density lipoprotein cholesterol ทั้งนี้สังเกตว่าทั้ง HDL และ LDL นั้นต่างก็เป็นคอเลสเตอรอลเหมือนกันเพียงแต่อย่างแรกมีความหนาแน่นสูงและอย่างหลัง (ที่เป็นไขมันไม่ดี) นั้นมีความหนาแน่นต่ำ

ปรากฏว่า LDL Cholesterol ที่เราว่าเป็นไขมันเลวนั้น แปลว่าหากมีมากเกินไปไม่ได้ถูกนำไปใช้ก็เสี่ยงที่จะไปเกาะตามเส้นเลือดทำให้แข็งตัวและตีบตัน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ความดันเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นเส้นเลือดจึงเสี่ยงที่จะฉีกขาดหรือไขมันที่เกาะเส้นเลือดหลุดออกมาเป็นลิ่มไปอุกตันเส้นเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเข้าไปเลี้ยงหัวใจหรือสมองได้ ซึ่งเป็นโรคที่ผู้สูงอายุกลัวและต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น

HDL Cholesterol ที่กล่าวว่าเป็นไขมันดีนั้น ความดีคือทำหน้าที่กวาดเอา LDL Cholesterol ออกจากเลือดกลับมาให้ตับเก็บเอาไว้ ดังนั้นแนวทางในการควบคุม LDL Cholesterol ไม่ให้สูงคือการลดLDL Cholesterolและ/หรือการเพิ่ม HDL Cholesterol สำหรับการลด LDL Cholesterol นั้นก็สามารถทำได้ 2 วิธีคือทำให้ตับใช้ LDL Cholesterol มากขึ้นหรือลดการกินอาหารที่เพิ่ม LDL Cholesterol

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าคอเลสเตอรอลนั้นร่างกายไม่สามารถเผาผลาญออกมาโดยตรงได้ แตกต่างจากไตรกลีเซอรไรด์ที่เป็นไขมันอีกประเภทหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อเรากินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลที่ให้พลังงาน แต่เมื่อเราใช้พลังงานไม่หมด พลังงานที่เหลือก็จะถูกแปลงเป็นไตรกลีเซอรไรด์ ดังนั้นเมื่อออกกำลังกายเช่นวิ่งหรือปั่นจักรยานก็จะสามารถเผาผลาญใช้ไตรกลีเซอรไรด์ได้

การออกกำลังกายมีผลอย่างไรต่อคอเลสเตอเรลนั้นเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เชื่อว่าการออกกำลังกายกระตุ้นเอ็นไซม์ที่ช่วยในการเพิ่ม HDL Cholesterol (แต่ไม่ได้เผาผลาญ LDL Cholesterol) นอกจากนั้นยังเชื่อด้วยว่าการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ LDLCholesterol มีขนาดใหญ่ขึ้นและนุ่มขึ้น (large and fluffy) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเพราะ LDL Cholesterol ที่ใหญ่และนุ่มจะถูก HDL Cholesterol กวาดเอาไปเก็บที่ตับได้ง่ายกว่า LDL Cholesterol ประเภทเม็ดเล็กและแข็งที่จะฝังตัวในเส้นเลือดอย่างมิดชิด

ถามว่าจะรู้ได้อย่างไรว่า LDL Cholesterol ของเราเป็นประเภทก้อนเล็กและแข็งหรือก้อนใหญ่และนุ่มนิ่ม คำตอบคือหากมีระดับไตรกลีเซอรไรด์ที่ระดับต่ำ ก็จะแปลว่า LDL Cholesterol จะมีขนาดใหญ่และนุ่มนิ่ม แต่หากไตรกลีเซอรไรด์สูงมาก LDL Cholesterol ก็จะมีขนาดเล็กและแข็ง ดังนั้นจึงมีการให้เปรียบเทียบระดับไตรกลีเซอรไรด์กับระดับ HDL Cholesterol ซึ่งพบว่าสามารถคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้แม่นยำมาก กล่าวคือให้นำเอาระดับ HDL Cholesterol ไปหารระดับไตรกลีเซอรไรด์ หากคำตอบคือ 4 หรือมากกว่า ก็แปลว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหัวใจ แต่หากคำตอบคือ 2 หรือต่ำกว่านั้นก็แปลว่าความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจต่ำ เช่น หากระดับไตรกลีเซอรไรด์เท่ากับ 100 และระดับ HDL Cholesterol เท่ากับ 70 Triglyceride/HDL ratio จะเท่ากับ 1.43 ดังนั้นหากระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมจะสูงเกิน 200 เล็กน้อยหรือ LDL Cholesterol จะสูงเกิน 130 เล็กน้อยก็จะยังไม่น่าต้องเป็นห่วงแต่อย่างใด

การงดกินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงนั้นจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ แต่จากประสบการณ์ของผมและคนอื่นๆ พบว่าได้ผลน้อย น่าจะเป็นเพราะว่าเราพยายามลดส่วน 25% ไม่ใช่ส่วน 75% ที่เป็นคอเลสเตอรอลที่สร้างโดยตับของเราเอง (นอกจากนั้นบางคนก็จะมีระดับคอเลสเตอรอลสูงมากเพราะกรรมพันธุ์)

การกระตุ้นให้ตับผลิตน้ำดีเพื่อย่อยอาหารจึงจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยให้ตับต้องดึงเอาคอเลสเตอรอลออกมาจากเลือดที่หมุนเวียนอยู่ในร่างกาย ซึ่งวิธีที่จะทำเช่นนั้นคือการกินอาหารที่มีไฟเบอร์(fiber) มากๆ แต่ไฟเบอร์นั้นก็มี 2 ประเภทคือ soluble fiber หรือไฟเบอร์ที่ละลายได้กับ insoluble fiber คือไฟเบอร์ที่ละลายไม่ได้ โดย soluble fiber นั้นมีประโยชน์ในการลดคอเลสเตอรอลอย่างมากเพราะ

  1. กักน้ำดีเอาไว้ทำให้ตับต้องผลิตน้ำดีเพิ่ม
  2. กักไม่ให้คอเลสเตอรอลในอาหารถูกลำไส้ดูดซึม กล่าวคือให้ผ่านออกไปลำไส้ใหญ่โดยไม่ถูกย่อย
  3. ชะลอการย่อยอาหารทำให้ย่อยน้ำตาลช้าลง ดังนั้นระดับน้ำตาลในเลือดก็จะไม่กระชากขึ้นมาก
  4. เป็นอ่าหารสำหรับแบคทีเรีย “ดี” ที่อยู่ในกระเพาะและลำไส้ใหญ่
  5. ทำให้รู้สึกอิ่มยาวนานกว่าจึงจะกินอาหารน้อยลง

อาหารประเภทไหนมี soluble fiber มาก สามารถกูเกิ้ลหาได้และเลือกกินได้ตามใจชอบครับ

ดูบทความทั้งหมดของ เศรษฐศาสตร์ + สุขภาพ

แชร์ข่าว :
Tags: