ดร.บวร ปภัสราทร

ดูบทความทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำคอลัมน์ "ก้าวไกล วิสัยทัศน์"

10 สิงหาคม 2563
247

แล้วจะไม่มี 2 มาตรฐาน

2 มาตรฐานเป็นสิ่งที่พบเห็นกันบ่อยๆ คนเห็นต่างติเตียนคนทำ แต่จนแล้วจนรอด 2 มาตรฐานก็ยังอยู่ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็เกลียด

ถ้าไม่อยากเห็นอะไรที่เป็น 2 มาตรฐาน มาลองป้องกันตัวเราเองไม่ให้หลงไปกระทำในสิ่งที่เป็น 2 มาตรฐานกันก่อนดีกว่า เผื่อว่าสักวันหนึ่งใครคนนั้นที่ชอบทำ 2 มาตรฐานได้เห็นความพยายามของเรา อาจปรับเปลี่ยนมาเลิกทำ 2 มาตรฐานตามเราบ้างก็เป็นได้

2 มาตรฐานเกิดขึ้นได้ทั้งจงใจและโดยบังเอิญ ถ้าเป็นการจงใจให้เกิดนั้น แก้ไขง่ายมาก คือ เลิกใช้ 2 มาตรฐานในการแสวงหาประโยชน์ใส่ตน หรือเลิกคิดที่จะใช้ 2 มาตรฐานในการทำให้คนอื่นเสียประโยชน์ซึ่งพูดง่ายกว่ากระทำมากนัก การมุ่งหวังการได้ประโยชน์หรือการเสียประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้ชักจูงจิตสำนึกของคนนั้นให้เชื่อโดยสนิทใจว่า เรื่องที่เหมือนกันทุกประการนั้นกลับมีความแตกต่างกัน ทำให้มีการตอบสนองที่แตกต่างมากๆ จนบางครั้งถึงขั้นกระทำในทางตรงข้ามต่อเรื่องเดียวกันที่กระทำ โดยต่างคนไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ถ้าหลอกตนเองจนสนิทขนาดนี้ได้แล้ว คนเหล่านั้นจะกระทำแบบ 2 มาตรฐานโดยไม่รู้สึกเลยว่าคนอื่นจะพบเห็น เพราะตรรกะความคิดบิดเบือนไปหมดจนเห็นความเหมือนเป็นความต่าง 2 มาตรฐานแบบจงใจแก้ได้ทางเดียว คือ เอาแรงขับเคลื่อนเรื่องได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ออกไปให้พ้นจากตัวเราแล้วเราจะไม่หลอกตัวเองให้กระทำในสิ่งที่ใครๆ ก็เห็นว่าเป็น 2 มาตรฐาน

2 มาตรฐานแบบไม่จงใจ มาจากการที่เราใช้อคติในการมองการกระทำของคนต่างคนที่กระทำในเรื่องเดียวกัน โดยเฉพาะในสังคมที่มีมิติวัฒนธรรมที่เชื่อในอำนาจคนใหญ่ คนโต ทำผิดกติกา เราบอกว่าเป็นการให้เกียรติกัน แต่ถ้าคนเล็กคนน้อยทำผิดกติกาเดียวกัน เราบอกว่าท้าทายกติกา ดังนั้น จึงต้องมองไปที่การกระทำก่อนมองคนกระทำเพื่อป้องกันอคติไม่ให้มาโน้มน้าวให้เรามี 2 มาตรฐาน มองก่อนว่าใช่การกระทำที่ผิดกติกาหรือไม่ อย่ามองก่อนว่าใครเป็นคนทำ "มอง What ก่อนมอง Who"

2 มาตรฐานแบบไม่ตั้งใจ บ่อยครั้งที่มีต้นเหตุมาจากอัตตาภิวัฒน์ คือ ฉันถูกเสมอ มองอะไรว่าเหมือนใครบอกว่าไม่เหมือน ก็ไม่ยอมเชื่อ ทั้งบ้านทั้งเมืองบอกว่าเหมือน อัตตาบอกว่าต่าง ทำให้การกระทำที่ต่างกันแต่อัตตาบอกว่าเหมือนเกิดขึ้นกับเรื่องเดียวกันต่างผู้กระทำได้ อัตตาบังตาไม่ให้เราเห็นความแตกต่างของการกระทำของเราทำเรื่องเสียหายเดียวกัน ไม่ว่าใครทำฉันตอบสนองเหมือนกัน คนหนึ่งฉันบ่น อีกคนหนึ่งฉันด่าเอาแรงๆ ซึ่งอัตตาบอกว่าได้กระทำเหมือนกันกับเรื่องเสียหายที่กระทำโดยใครก็ตาม อัตตาบอกว่าบ่นกับด่าแรงๆ คือการตำหนิคนทำเสียหายเหมือนกันอยากลดเรื่อง 2 มาตรฐาน เริ่มได้ด้วยการลดทอนอัตตาภิวัฒน์ลงไปบ้าง จะช่วยให้เห็นเหมือนเห็นต่างได้กระจ่างขึ้น

ถ้าเป็นเรื่องที่เราดูแล้วเห็นความต่าง ลองถามคนใกล้ชิดดูก่อนว่ามีใครเห็นว่าเหมือนกันหรือไม่ ถ้าคนอื่นบอกว่าเหมือนกันทุกประการ ให้ถามตัวเองว่าที่เราตั้งใจจะกระทำแตกต่างกันในเรื่องที่คนอื่นเห็นว่าเหมือนกันนั้น เราตอบตัวเองได้หรือไม่ว่า ทำไมจึงต้องมีการกระทำของเราที่แตกต่าง สำหรับเรื่องที่คนอื่นอาจเห็นว่าเหมือนกันนั้น ถ้าเป็น 2 มาตรฐานโดยไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ถ้าเราไม่สามารถหาคำตอบที่ดีพอให้กับตัวเราเองได้ เราอาจสำนึกได้ว่าแท้จริงแล้วเรามองบางอย่างคลาดเคลื่อนไปจากที่ผู้คนทั่วไปมองเห็นกัน จนกระทั่งกระทำในสิ่งที่แตกต่างกันกับเรื่องที่กระทำเหมือนกัน โดยผู้กระทำต่างกัน ถ้าไม่ตั้งใจ 2 มาตรฐานไม่ตามมาแน่นอน

2 มาตรฐานติดต่อระหว่างคนกับคนได้เหมือนโรคระบาด ถ้าพบเห็นการกระทำที่เป็น 2 มาตรฐานจนชินชา ก็คล้ายกับได้รับเชื้อโรคติดต่อมาสู่ตัวเรา ดังนั้นทุกครั้งที่พบเจอการกระทำที่แตกต่างกับเรื่องเดียวกัน ที่กระทำโดยต่างคน อย่าทำแค่เห็นแล้วก็เฉย แต่ไม่ต้องถึงขนาดไปออกโรงเสนอตนเข้าไปขัดขวางการกระทำ 2 มาตรฐานที่พบเจอ เพียงแต่สละเวลาตรึกตรองดูนิดเดียวว่า การกระทำที่พบเห็นนั้นเป็น 2 มาตรฐานเพราะอะไรเขาตั้งใจหรือแค่หลงไปเอง ซึ่งนอกจากจะให้ตรรกะที่ใช้ป้องกันตัวเราจากการกระทำที่เป็น 2 มาตรฐานแล้ว ยังรู้ด้วยว่าคนใหญ่คนโตคนนั้น น่าคบน่าเข้าใกล้หรือไม่อีกด้วย

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.บวร ปภัสราทร

แชร์ข่าว :
Tags: