ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม

ดูบทความทั้งหมด

เจ้าของคอลัมน์ศุกร์ เว้น ศุกร์

24 กรกฎาคม 2563
1,631

เธอเป็นใคร อีกไม่กี่วันก็รู้

ปลายปีนี้ ชาวอเมริกันอาจได้ประธานาธิบดี ที่อายุมากที่สุด ในประวัติศาสตร์ของประเทศ

Joe Biden อายุ 77 ปี ถ้าเขาสามารถรักษาระดับความนิยมไว้ได้เช่นปัจจุบัน ก็มีโอกาสได้เป็นประธานาธิบดี เมื่ออายุ 78 ปี

ขณะนี้ Biden กำลังจะตัดสินใจครั้งสำคัญคือ การเลือกผู้สมัครเป็นรองประธานาธิบดี  ที่จะต้องมีส่วนช่วยเพิ่มคะแนนนิยมของเขาด้วย และ Biden บอกว่าเขาจะเลือก สุภาพสตรี ซึ่งก็น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

ในบรรดาผู้หญิงเก่งที่ได้รับการกล่าวถึงนั้น มีหญิงไทย สายเลือดไทย เกิดเมืองไทย พูดภาษาไทย อัธยาศัยอบอุ่นแบบไทย รวมอยู่ด้วย เธอคือ แทมมี่ ลัดดา ดั๊กเวิร์ธ อดีตนักรบประจันบานของกองทัพอเมริกัน

มีหลากหลายประเด็นที่ Biden และพรรคเดโมแครต จะต้องคำนึงถึงในการพิจารณาเลือกรองประธานาธิบดี เริ่มตั้งแต่ สีผิว เลยก็ว่าได้ เพราะรายชื่อ 5-6 คน ที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้ มีทั้งผิวขาว ผิวดำ และผิวเอเชี่ยน ซึ่งตรงๆเลยก็คือ สีผิวของผู้สมัคร จะมีผลต่อคะแนนเสียง มากเพียงใด

แน่นอนว่า ท่ามกลางบรรยากาศเรื่อง George Floyds ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่นี้ การเลือกผู้สมัครผิวดำ น่าจะทำให้ Biden ได้คะแนนเพิ่มขึ้น จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผิวดำ ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก

ถ้า Biden เลือก ส.ว. จากแมสซาชูเซ็ต Elizabeth Warren แม้เธอจะมีผลงานและคะแนนนิยมสูง แต่เธอก็คืออเมริกันผิวขาวทั่วไป อาจถูกมองว่า Biden และพรรคเดโมแครต ยังไม่ให้ความสำคัญกับ ชนกลุ่มน้อย (Minority) หรือ กับความหลากหลายของ ชาติพันธุ์ (Ethnic) เท่าที่ควร

ถ้าหันมาที่ .. ลัดดา สายเลือดไทย และสัญชาติอเมริกันโดยสมบรูณ์ สะท้อนความเป็น Ethnic ได้ด้วย มีเลือดรักชาติสูง ออกรบจนต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างมาแล้ว สะท้อนถึงความกล้าหาญเยี่ยงชาย แถมได้รับชัยชนะการเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก ของรัฐอิลลินอยส์อีกด้วย

หญิงเก่งอย่าง .. Kamala Harris และ ส.. Val Demings และ Susan Rice รวมทั้งคุณ Keisha Bottoms นายกเทศมนตรีแห่งเมือง Atlanta ก็อยู่ในกลุ่มผิวดำ ที่ฝีมือดี ผลงานดีและได้รับความสนใจมากเช่นกัน

เป็นการตัดสินใจที่ยาก สำหรับ Biden และ พรรคเดโมแครตครับ

ที่สำคัญมากอีกข้อหนึ่งก็คือ บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกนั้น จะต้องมีความพร้อมที่จะขึ้นเป็นประธานาธิบดี ในยามฉุกเฉินได้ด้วย แม้มีโอกาสน้อย แต่มันก็เกิดขึ้นได้

เช่น Lyndon Johnson ต้องสาบานตนบนเครื่องบิน เพื่อเข้ารับตำแหน่งหลังจาก John F. Kennedy ถูกลอบยิงเสียชีวิต หรือเมื่อ Gerund Ford เข้ารับตำแหน่ง เพราะ Richard Nixon ต้องลาออกกลางคัน ด้วยเหตุพัวพันในคดี Watergate เป็นต้น

Ford ซึ่งได้เป็นรองประธานาธิบดี ก็เพราะว่า Spirow Agnew ลาออก ก็เลยกลายเป็นบุคคลเดียวในประวัติศาสตร์อเมริกัน ซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ โดยไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยหาเสียงเลือกตั้งจากประชาชน!

ผมอยู่อเมริกา ตอนที่ Ronald Reagan ถูกลอบยิง ผมจำได้ว่าช่วงนั้นสถานีข่าวต่างโฟกัสไปที่ รองประธานาธิบดี เพราะในนาทีแห่งความเป็นความตายนั้น คนๆนี้แหละที่ อยู่ห่างจากตำแหน่งประธานาธิบดี (ถ้าหาก Reagan เป็นอะไรไป)… เพียงแค่ลมหายใจเดียว”… “just one heartbeat away” เท่านั้นเอง!

คงไม่มีใครคิดว่าจะเกิดอะไรแบบนั้นกับ Joe Biden แต่ด้วยวัยของเขาที่จวนจะ 78 ปี แล้ว พรรคก็ต้องเลือกรองประธานาธิบดีหญิงให้รอบคอบ เพราะถ้า Biden เป็นอะไรขึ้นมา เธอจะกลายเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรก ของชาวอเมริกันทันที

แม้ Joe Biden จะสุขภาพดี แข็งแรง และไปได้ตลอดรอดฝั่ง แต่ผู้หญิงคนนี้ ก็มีโอกาสสูง ที่จะได้รับการส่งต่อให้สมัครเป็นประธานาธิบดีหญิงในสมัยต่อไปด้วย เพราะเธอจะมีโอกาสได้สร้างโปรไฟล์ ในระหว่างดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ดังนั้น จึงต้องพิจารณาคัดเลือกกันอย่างพิถีพิถัน

อย่าง Joe Biden เอง ก็เคยเป็นรองประธานาธิบดีให้กับ Barack Obama มานานถึง 8 ปี ทำให้วันนี้เขามีความสามารถ และบารมีแก่กล้าพอ ที่จะเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้

โดยทั่วไป รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ให้อำนาจรองประธานาธิบดี ไว้มากนัก และบางครั้งยังถูกล้อเลียนว่าตำแหน่งนี้เป็นเพียง กระป๋องบรรจุฉี่ (a bucket of warm piss) ด้วยซ้ำไป แต่การสรรหาผู้สมัครคราวนี้ กลับมีผู้สนใจมากเป็นพิเศษ

ส่วน Biden ถ้าหากเขาชนะ เขาจะลงสมัครเทอมต่อไปหรือไม่ ก็ยากที่จะคาด แต่อีก 2 ปี Biden ก็ 80 แล้ว จะไหวไหม ถ้าไม่ไหว ผู้หญิงคนนี้แหละ ที่จะโดดเด่นขึ้นมาทันที เพราะสื่อจะโฟกัสไปที่เธอ พอๆกับที่ตัวประธานาธิบดี

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ผู้สมัครในตำแหน่งนี้ เขามักคัดสรรมาให้ทำหน้าที่ สุนัขจู่โจม(attack dog) ด้วย เพราะการเมืองอเมริกัน คาดหวังให้รองประธานาธิบดี ช่วยจู่โจมคู่แข่ง เรียกว่าช่วยจู่โจมทรัมพ์...ให้บอบช้ำไปเลย

ผมว่าการเมืองไทย ใช้ภาษาที่ไพเราะกว่าครับ เราไม่ให้ใครเป็น สุนัขจู่โจม ของเราลีลาสุภาพกว่า เช่นหาคนมายืนประดับบารมี เป็น วอลเพเพอร์ (ซึ่งผมก็ไม่เคยเข้าใจว่า ทำไมต้องเอาคนมายืนปะข้างหลังด้วย มาถึงตำแหน่งนี้แล้ว ยืนพูดคนเดียวไม่ได้รึไง?)

ถ้าต้องมีการจู่โจมให้เจ็บ ไทยเราก็เรียกอย่างไพเราะว่าองครักษ์แล้วตามด้วย พิทักษ์......” (จะเป็น ปู.. ตู่.. ชวน ฯลฯ ก็เติมชื่อเข้าไปเอง)

ใครที่หนักหนาหน่อย ก็อาจถูกเรียกว่า ไอ้.... แต่มันก็แค่ภาษาไทยโบราณนะ

 กลับมาที่หญิงเก่งอีกครั้ง ต้นเดือนสิงหาคมนี้ ก็จะทราบว่าใครเข้าวิน สำหรับ คุณลัดดา นั้น พิธีกร Fox News ไปกล่าวหาเธออย่างไม่ยุติธรรมว่าไม่รักชาติ ก็เลยมีผู้ปกป้องและกลายเป็นทำให้เธอโดดเด่นระดับชาติ ถ้าเธอได้รับการคัดเลือก คนไทยคงภูมิใจกันทั่วหน้า และเธอก็คงไม่ทำให้เราผิดหวัง (เหมือนนักกอล์ฟ สายเลือดไทยคนหนึ่งในอดีต)

เพราะเธอยังมีความเป็นไทยอยู่มาก ปรัชญาชีวิต และความคิดอ่านของเธอ ก็ลึกซึ้งคมคายมากทีเดียว

ดูบทความทั้งหมดของ ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม

แชร์ข่าว :
Tags: