ดร.บวร ปภัสราทร

ดูบทความทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำคอลัมน์ "ก้าวไกล วิสัยทัศน์"

20 กรกฎาคม 2563
220

การ์ดไม่ขึ้น

เราทุกคนได้ยิน ได้ฟัง สารพัดความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ดีกับชีวิตมาเยอะแยะ

เราทราบกันดีว่าอะไรกินแล้วสุขภาพจะไม่ดี เรารู้ดีว่าถ้าออกกำลังเป็นประจำแล้วสุขภาพจะดีกว่านั่งเขียนโปรแกรมกันทั้งวัน แต่ของกินเหล่านั้นก็ยังขายดี เราทราบดีว่าพูดกันดีๆ มีคนเชื่อมากกว่า แต่เราก็ยังเห็นคนใหญ่คนโต ขู่เข็ญเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ ทั้งๆ ที่บอกครั้งแล้วครั้งเล่าว่าฉันจะเปลี่ยนนิสัยใหม่ ความจริงที่เรารู้เป็นแค่ 1 ใน 3 ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยอย่างยั่งยืน คือ เปลี่ยนแล้วอยู่ได้ต่อไป ไม่ใช่แค่แสร้งทำ เปลี่ยนโชว์คนอื่น 2 - 3 วัน ก็กลับมาเป็นแบบเดิม กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพเอาใจคนใกล้ชิด แค่ 3 - 4 วัน ก็ทนไม่ไหวกลับไปกินอาหารจานด่วนแบบเดิมๆ 

อยากเปลี่ยนพฤติกรรมให้แสวงหาแรงบันดาลใจมาขับเคลื่อนก่อนพยายาม ทำให้แรงบันดาลใจนั้นมีพลังเพียงพอที่จะทำให้ตัวเราใส่ใจที่จะเปลี่ยนตัวเราเอง แค่ไปอ่านบทความเกี่ยวกับโรคระบาดไม่ทำให้บางคนยอมเปลี่ยนนิสัยมาสวมใส่หน้ากากเวลาไปไหนมาไหน หรือแค่ประกาศกฎเกณฑ์ให้ใส่หน้ากากก็ใส่กันต่อหน้า ลับหลังก็ไม่ใส่อยู่ดี คนยอมใส่กันเพราะมีแรงบันดาลใจ คือ กลัวความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง ความจริงและกฎเกณฑ์เป็นแรงบันดาลใจที่ไม่แรงพอจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ ชีวิตที่ดีขึ้นต่างหากที่ขับเคลื่อนได้

เมื่อมีแรงบันดาลใจถึงระดับหนึ่งแล้ว แต่คนยังไม่เปลี่ยน อาจเป็นเพราะอยากเปลี่ยน แต่ขีดความสามารถไม่พอจะเปลี่ยน อยากเปลี่ยนแต่ต้องใช้ความพยายามมากมาย อยากเปลี่ยนแต่ต้องพบกับขั้นตอนมากมายในการเปลี่ยนแปลงรู้กันดีแล้วว่า ถ้ารู้ว่าใครไปมาที่นั่นบ้าง วันหน้าโชคร้ายไปเจอคนที่ติดโรคระบาดหน่วยควบคุมโรคจะช่วยดูแลได้ทันการ ไปไหน มาไหน ต้องปรับอุปนิสัยให้เช็คอินก่อนเข้าเหมือนที่กระทำกันเป็นปกติ เมื่อไปใช้บริการโรงแรมที่พักเราไม่รู้สึกแปลก อะไรถ้าเช็คอินเข้าที่พักแรมเวลาไปเที่ยวต่างบ้านต่างเมือง แต่คนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าเช็คอินเข้าศูนย์การค้าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและไม่ยอมทำให้เป็นอุปนิสัยใหม่เพราะ ขั้นตอนเช็คอินรู้สึกว่ายุ่งยากเกินไป

ถ้าอยากเปลี่ยนอุปนิสัยของเรา อย่าพยายามทำให้ยุ่งยากเกินกว่าที่จะทำได้ จะเปลี่ยนแต่ละครั้งต้องใช้เวลาและความพยายามมากมาย ชีวิตการงานก็ยุ่งยากพอแล้วในยามนี้ ถ้าเราอยากเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่สักอย่างยังต้องกระเสือกกระสน หาเวลาว่างเพิ่มเติมขึ้น ต้องฝึกอะไรต่ออะไรใหม่ๆ ที่ต้องใช้ความพยายามมากมาย เจอ 2 เงื่อนไขนี้เข้าไปก็จะกลายเป็นข้อแก้ตัวให้กับตัวเราว่ารอให้มีเวลาอีกสักนิด รอให้ฝึกเก่งกว่านี้อีกหน่อย สุดท้ายก็เปลี่ยนไม่ได้ พอเปลี่ยนไม่ได้เรากลับโทษตัวเองว่าพยายามไม่พอบ้าง ตั้งใจไม่จริงบ้าง เมื่อใดก็ตามที่ล้มเหลวในความพยายามที่จะเปลี่ยนอุปนิสัยไปในทางที่ดีกับตัวเราเองระยะแรก เราจะหาอะไรต่ออะไรมาแก้ตัวสักพักหนึ่ง เราก็กล่าวโทษตนเอง ซึ่งผลข้างเคียง คือ การลดทอนความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆของชีวิต

หนทางง่ายๆ คือทำให้เรื่องที่เราต้องการเปลี่ยนนั้น กลายเป็นขั้นตอนเล็กๆ หลายๆ ขั้นตอน อยากเปลี่ยนอุปนิสัยให้ใส่ใจหาความรู้ใหม่ๆ อย่าเริ่มด้วยการบังคับตนเองให้อ่านหนังสือหลายเล่ม หรือสมัครเรียนออนไลน์หลักสูตรยากๆ ที่ต้องเรียนสัปดาห์ละหลายชั่วโมง เพราะเราจะหาเวลา หาความพยายามจะทำเช่นนั้นไม่ได้ ถ้าจะหาความรู้จากออนไลน์ลองเริ่มจากบทเรียนสั้นๆ ที่มีอยู่เยอะแยะในยูทูป แค่วันละบทสองบทก่อน อย่าลุยไปเรียนออนไลน์เต็มหลักสูตรเลยตั้งแต่ต้น เริ่มจากอะไรที่ทำได้ง่ายๆ ทำได้โดยเติมเต็มจากการงานที่กระทำอยู่เป็นประจำแล้วก่อน

ถ้าอยากฝึกอะไรใหม่ๆ ก็ให้อยู่ใกล้ๆ กับเรื่องนั้นอยากเลิกกินเค็ม กินมัน ก็พยายามทำให้ของเค็มของมันหยิบกินได้ยากหน่อย แล้วเอาธัญญพืชมาวางไว้ใกล้ๆ แทนอยากเปลี่ยนอุปนิสัยเรื่องไหนให้แยกแยะเรื่องนั้นเป็นขั้นตอนเล็กๆ และเป็นขั้นตอนที่กระทำได้ในทัน ทีไม่ต้องใช้เวลาใช้ความพยายามมากนัก การเปลี่ยนแปลงจะประสบความสำเร็จและจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน การ์ดจะได้ไม่ตก เพราะหมดความพยายาม

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.บวร ปภัสราทร

แชร์ข่าว :
Tags: