ดร.บวร ปภัสราทร

ดูบทความทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำคอลัมน์ "ก้าวไกล วิสัยทัศน์"

20 เมษายน 2563
235

ทำให้ความโศกเศร้า จบลงอย่างมีความหมาย

วิกฤติจากสิ่งที่ยากเย็นที่จะบอกว่าจะจบลงเมื่อใดและอย่างไร หนีไม่พ้นที่จะมีการยืมความทุกข์จากอนาคตมาสร้างความโศกเศร้าในวันนี้

เศร้าจากความเกรงกลัวโรคภัยไข้เจ็บในวันหน้า กลัวเงินทองจะไม่พอ กลัวการงานจะถดถอย และอีกสารพัดความกลัวกับอนาคตที่จะตามมาหลังจากวิกฤตินั้นจางหายไป

ซึ่งล้วนเป็นความทุกข์ใหญ่ๆ ทั้งนั้น เพราะไม่รู้ว่าวิกฤติจะอยู่อีกยาวนานแค่ไหน ซ้ำเติมด้วยการบริโภควิกฤติเสมือนที่ช่วยกันสร้างขึ้นในเครือข่ายสังคม ความโศกเศร้าที่มาจากการหยิบยืมทุกข์จากอนาคตนั้นปรากฏขึ้นในแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นกับว่าจะเก็บกดความโศกเศร้าไว้ได้ดีแค่ไหน น้อยคนนักที่จะเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รู้จักทุกข์โศกใดๆ จากวิกฤติที่เกิดขึ้น

ก่อนจะเกิดความโศกเศร้ามากบ้างน้อยบ้างนั้น มักเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายๆ กัน คือการพยายามปฏิเสธว่าไม่ใช่วิกฤติจริงๆ เป็นเรื่องหลอกๆ เพื่อให้ตนเองสบายใจได้ในระดับหนึ่ง แต่วันเวลาผ่านไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เห็น ทำให้สิ่งที่เคยแกล้งปฏิเสธนั้น ทำท่าว่าจะเป็นวิกฤติจริงๆ แล้ว จากเริ่มต้นด้วยคำว่าไข้หวัดธรรมดา ก็กลายมาเป็นโรคร้ายติดอันดับไปได้จากคนเดียวกัน การปฏิเสธวิกฤติจึงไม่ใช่ทางออกที่ดี ดังนั้น อย่าสะกดจิตตนเองให้คงปฏิเสธวิกฤติไว้นานเกินไป

หลังจากที่หลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏขึ้น ทำให้ไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปว่าไม่มีวิกฤติเกิดขึ้นจริง หลายคนจะโกรธแบบตีโพยตีพายว่าวิกฤติจะไม่เกิดขึ้นถ้าคนนั้นไม่ทำเช่นนั้นเช่นนี้ คนสนิทกันแท้ๆ แค่วันนั้นไม่ใส่หน้ากาก ก็กลายเป็นผู้ร้ายไปได้ในยามโรคระบาด คนเดินทางกลางคืนก็โกรธว่าจะแพร่เชื้อโรคระบาด ใครมาจากเมืองนั้นเมืองนี้ก็โกรธว่าบ้านฉันอยู่ดีๆ แกจะพาโรคภัยไข้เจ็บมาหาฉัน

ดังนั้น ถ้าไม่รู้ตัวว่ากำลังอยู่ในภาวะโกรธ จากต้นเหตุความโศกเศร้าซึมลึกที่มาจากวิกฤติที่เกิดขึ้น เราจะทำให้วิกฤตินั้นสร้างศัตรูขึ้นมารอบตัว และจะยังเป็นศัตรูกันต่อไป แม้ว่าวิกฤติจะเจือจางไปแล้วก็ตาม

เมื่อพบว่าโกรธเรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น บางทีกลับดูแย่ลงเสียอีก อาการที่ตามมาคือเริ่มคาดการณ์ไปต่างๆ นานาว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ต้องเสร็จในวันนั้นวันนี้ เราเริ่มอยากให้ทุกอย่างนำไปสู่ตอนจบที่คาดการณ์ได้ และมักเป็นการคาดการณ์ที่เริ่มมีเหตุมีผลน้อยลง เริ่มใส่มโนเข้าไปในการคาดการณ์นั้น เราจะแสวงหาสารพัดเครื่องมือคณิตศาสตร์และสถิติที่สนับสนุนความหวังของเรา เพื่อเป็นทางออกที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นอีกครั้ง

หลังจากเริ่มต้นด้วยการปฏิเสธไปแล้วแต่ไม่ได้ผล การต่อรอง หรือคาดการณ์ในระยะนี้ อย่าไปเชื่อมั่นตนเองมากนักว่าจะถูกต้องเสมอไป เพราะไม่ใช่การคาดการณ์อย่างมีเหตุมีผล เป็นอารมณ์ที่มาจากความโศกเศร้ากับวิกฤติที่ซึมลึกลงไปในจิตใจ ดังนั้น ทางที่ดีคือพาตนเองออกจากระยะนี้ให้เร็วที่สุด

หลังจากคาดการณ์ไปตามมโนสักพัก ก็พบว่าสิ่งที่ปรากฏให้เห็นไม่ค่อยจะเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ถ้าจมลงไปกับความผิดหวัง ความโศกเศร้าอย่างแรงจะตามมา คราวนี้จะทำอะไรไม่ได้เลย ความทุกข์กับอนาคตมาลอยมาอยู่รอบตัว จนนึกอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ได้

แต่ถ้าเริ่มมองความเป็นจริงว่าวิกฤติที่เจอะเจออยู่นั้น วันนี้เรายังอยู่ดีอยู่ในระดับหนึ่ง ทุกข์ในวันหน้ายังมาไม่ถึง วันนี้เรามีอะไรหลายอย่างที่เก่งขึ้น มีโรคระบาดทำให้เราทำงานจากบ้านได้ดีไม่น้อยกว่าที่เราเคยทำได้ในสำนักงาน บางคนอยู่ใกล้ชิดกับลูกหลานมากขึ้น มีเวลาเติมเต็มความสามารถให้กับลูกหลานได้มากกว่าที่เคยทำมา วันนี้เราทำให้บ้านช่องเราน่าอยู่มากขึ้น วิกฤติจึงทำให้เราและลูกหลานได้อะไรบางอย่างที่ดีขึ้น

เมื่ออยู่กลางวิกฤติและทุกข์จากอนาคตยังมาไม่ถึง ให้มองด้านบวกไว้บ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เราจมลงไปกับความโศกเศร้าจนทำอะไรไม่ได้เลย รับความจริงที่เป็นจริงโดยตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ไม่ใช่รับความจริงโดยไม่เตรียมเนื้อเตรียมตัวอะไรเลย ต้องเตรียมตัวให้มากกว่าก่อนวิกฤติ แต่ต้องไม่ทำมากเกินกว่าที่สมควรจะทำ

วิกฤติทำให้เราจบลงทางใดทางหนึ่ง จะจบลงพร้อมความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะตามมาไม่ว่าดีหรือร้าย หรือจะจบลงด้วยการจมอยู่กับความโศกเศร้ากับอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.บวร ปภัสราทร

แชร์ข่าว :
Tags: