CEO Blog

ในวิกฤติโควิด-19 คาดยังคงมีโอกาสสำหรับการลงทุน

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ในหลายประเทศทั่วโลกยิ่งนานวันจะยืดเยื้อและขยายวงกว้างมากขึ้นส่งผลเสียต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

จะเห็นได้ว่าในหลายประเทศได้ออกมาตรการทางสาธารณะสุขและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  สำหรับประเทศไทยเองมาตรการที่ออกมาแล้วอย่าง มาตรการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่าย ได้ทั้งภาคธุรกิจและภาคเอกชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานอย่างไม่เป็นปกติของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และคาดว่าภาครัฐจะใช้มาตรการทางการเงิน ซึ่งภายใต้ภาวะอัตราดอกเบี้ยเป็นขาลงมีโอกาสที่ กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งสำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งที่2/2563 ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ เพื่อช่วยลดภาระให้กับภาคธุรกิจ

  ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวได้ทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เกิดจากความวิตกกังวลกับการแพร่ระบาด ทำให้ทุกคนรักษาความสะอาด ระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ลดการเดินทาง ลดการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน  เมื่อทุกๆคนทิ้งระวังห่างต่อกันมากขึ้นทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Social Distancing หรือ ระยะห่างทางสังคม มาตรการของรัฐที่ให้มีการปิดสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันอันจะทำให้ง่ายต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคเป็นวงกว้าง รวมถึงภาคเอกชนและธุรกิจหลายภาคส่วนที่ดำเนินแผนสำรองการทำงานในภาวะฉุกเฉิน (Business Continuity Planning: BCP) สำหรับพนักงานให้สามารถ Work from Home ได้

  ในด้านของตลาดทุนเช่นเดียวกัน ตลาดหุ้นของไทยในช่วงไตรมาสที่ผ่านมานั้นได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงไม่แพ้กัน โดยดัชนี SET ปรับตัวลงมามากกว่า 33% นับตั้งแต่ต้นปี ราคาหุ้นปรับตัวลงมาทั้งตลาดเป็นผลในเชิงของ sentiment ความเชื่อมั่นที่ลดลงส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี ทำให้เกิด Panic Sell จากกลุ่มผู้ลงทุนต่างชาติและในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม การท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มหุ้นผู้ประกอบการโรงแรม ERW CENTEL MINT กลุ่มธุรกิจการบิน AAV THAI NOK แม้กระทั่งหุ้นท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ AOT ก็ไม่สามารถทนต่อแรงกระแทกที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น ณ ตอนนี้ ประกอบกับราคาน้ำมันที่ก่อนหน้าปรับตัวลงมาแรงจากความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลง และการที่รัสเซียไม่เข้าร่วมลดกำลังการผลิตน้ำมันกับกลุ่มโอเปก ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียประกาศแผนเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเป็นการตอบโต้ ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงรุนแรงเป็นประวัติการณ์ซึ่งปรับตัวลงมามากถึง 45.86% YoY ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานของไทยปรับตัวลงยกแผง

แต่ในภาวะเช่นนี้ก็หากมองโดยดีแล้ว เรายังคงมองเห็นถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากผลกระทบดังกล่าว  ฝ่ายวิจัย เอเอสแอล ขอนำเสนอ กลยุทธ์การลงทุน ในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการแพร่ระบาดของโควิท-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ กลุ่มหุ้นที่มี Div. Yield สูง โดยเราชอบ LH TISCO กลุ่มหุ้นสื่อสารที่ได้รับแรงหนุนจากกระแส Work from Home ได้แก่ ADVAND TRUE DTAC หุ้นกลุ่มบริหารหนี้ที่ได้จะได้รับประโยชน์ในช่วงเศรษฐกิจอ่อนแอ BAM CHAYO และหุ้นกลุ่ม Defensive เช่น หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM GULF RATCH โดยกลุ่มที่ได้กล่าวมาข้างต้นถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสทำให้ราคาปรับตัวลงมา ในขณะที่ผลการดำเนินงานไม่ถูกกระทบมากนัก อีกทั้งปัจจัยพื้นฐานยังคงดีไม่ได้เปลี่ยนแปลง