ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล

ดูบทความทั้งหมด

กรรมการบริหาร บริษัท ABSMEDiQ จำกัด

24 มีนาคม 2563
249

จดหมายถึงลุงตู่ ประเทศไทยจะชนะได้อย่างไร

เรากำลังอยู่ในสงคราม สงครามที่เราต้องรบกับไวรัส !

ผมเขียนบทความมามาก ไม่เคยอยากให้ลุงอ่าน

นี่อาจเป็นบทความเดียวที่ผมอยากให้ลุงอ่าน

ประเทศไทยจะชนะได้อย่างไร

อย่างที่ลุงทราบ เรากำลังอยู่ในสงคราม สงครามที่เราต้องรบกับไวรัส ทำอย่างไรเราจะรบชนะในสงครามนี้

เป้าหมายของสงครามนี้ ทั้งของลุงและคนไทยทั้งชาติไม่ต่างกัน คือต้องรักษาชีวิตคนให้ได้มากที่สุด ให้คนติดน้อยสุด ทอดเวลาการติดออกไปในคนหมู่มากให้ได้นานที่สุด เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ (ทั้งแพทย์ พยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ ยา อุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ) ที่มีอยู่จำกัด ถูกนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
หัวใจหลักในการเอาชนะสงครามนี้อยู่ที่ 'ลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่จะเพิ่มขึ้นให้ได้ไวที่สุด'

เพราะต้นทุนของการมีผู้ติดเชื้อเพิ่มหนึ่งคน มีทั้ง

-ตัวคนนั้นเองที่ติด

-คนอื่นที่จะถูกคนนั้นแพร่เชื้อให้

-ทรัพยากรทางการแพทย์ที่จะต้องแบ่งเอามาใช้กับคนนี้

-ทรัพยากรทางการแพทย์ที่จะต้องแบ่งเอามาใช้กับทุกคนที่เพิ่มขึ้นจากคนนี้

-ความเสี่ยงของแพทย์ พยาบาล ที่จะเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้น จากจำนวนคนป่วยที่เพิ่ม

-ต้นทุนทางเศรษฐกิจ ทั้งค่ารักษา ค่าปิดสถานที่ ค่าทำสะอาด ค่าเสียโอกาสในการทำธุรกิจ 

เอาเป็นว่า ถ้ารัฐยังไม่สามารถยับยั้งการเพิ่มของผู้ติดเชื้อได้ เราซึ่งหมายถึงทั้งรัฐบาลไทยและคนไทยจะแพ้ในสงครามนี้แน่นอน
เราจะยับยั้งจำนวนคนติดเชื้อได้อย่างไร

หัวใจคือ ต้อง 'จริงจัง' ในการแยกคนติดเชื้อ (ทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการ) ออกจากคนไม่ติดเชื้อให้ได้

ถ้าเรายังปล่อยให้มีการเดินทางอยู่ ยังต้องไปทำงานด้วยขนส่งสาธารณะแบบตอนนี้ เราไม่มีทางควบคุมจำนวนคนติดเชื้อได้ เราต้องจำกัดการเดินทาง ประกาศวันหยุดราชการ ให้ทุกคนอยู่ในเคหะสถาน (เหมือนตอนที่ลุงประกาศกฎอัยการศึกนั่นแหละ) ใครมีความจำเป็นต้องเดินทางเข้าออก ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ ปิดการเดินทางเข้าออกกรุงเทพทุกเส้นทาง เพื่อจำกัดการขยายตัวของเชื้อโรคไปส่วนอื่นของประเทศให้ได้มากสุด เพราะหากกระจายไปต่างจังหวัดมากเท่าไหร่ ผลกระทบจะยิ่งกว้างและร้ายแรงขึ้นเท่านั้น

บทเรียนจากจีนและไต้หวันสะท้อนให้เห็นว่า ความจริงจังและเข้มงวดในการจำกัดการเดินทาง และแยกคนออกจากกัน คือหัวใจของความสำเร็จในการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อ

เมื่อแยกคนติดเชื้อและคนไม่ติดเชื้อออกจากกันได้ รัฐก็จะมีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ เอาแค่เรื่องหน้ากากอนามัยที่วันนี้รัฐต้องปวดหัวและใช้ทรัพยากรไปแก้ปัญหาอย่างบ้อท่า น่าขายหน้า ปัญหานี้ก็จะลดลงทันที มีหน้ากากไปให้คุณหมอใช้อีกด้วย ประการสำคัญการลดจำนวนผู้ติดเชื้อ ยังเป็นวิธีเดียวในการถนอมแพทย์และพยาบาล ทั้งทางกายและใจ ที่ทุกวันนี้ต่างทำงานหนัก ให้เผชิญปัญหาหน้างานลดลง มีพลังไปทำสงครามนี้ได้นานๆ

เมื่อจำกัดการเดินทางแล้ว สำหรับคนติดเชื้อ เราจะได้จำแนกถูกว่าต้องรักษา หรือ ให้พักอยู่บ้าน ขณะเดียวกันสำหรับคนไม่ติดเชื้อ เราจะได้ปกป้องเค้าให้ไม่ติดเชื้อได้นานที่สุด

ในแง่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ...

แน่นอนว่ามาตรการจำกัดการเดินทาง ควบคุมการเข้าออกประเทศ/เมือง ก่อผลกระทบทางเศรษฐกิจแน่ๆ แต่อยากบอกลุงว่า ยิ่งเราไม่เด็ดขาดเท่าไหร่ ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะยิ่งรุนแรง ยาวนาน และเสียหายมากขึ้นเท่านั้น

ประเทศจีนเป็นตัวอย่างว่า เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย รัฐทำให้เห็นว่า 'เอาอยู่' ความเชื่อมั่นก็กลับมา เศรษฐกิจก็กลับมา ในทางตรงข้าม ถ้าเรา 'เอาไม่อยู่' ปล่อยให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ประเทศไทยจะเข้าสู่พื้นที่มรณะ จุดตายทั้งคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจไปอีกนานแสนนาน 

และไม่ว่ารัฐมนตรีหรือที่ปรึกษาของท่านจะบอกว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจมากขนาดไหนจากมาตรการเหล่านี้ ขอให้ท่านยืนหยัดถึงเป้าหมายของเราในวันนี้ ที่ต้องรักษาชีวิตพี่น้องคนไทยให้ได้มากที่สุด รักษาระบบสาธารณสุขให้ได้นานที่สุด ...การรักษาชีวิตคนไทย แก้ไขสถานการณ์ไวรัสให้ไว คือการรักษาระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ดังนั้นตอนนี้ประเด็นเศรษฐกิจในระยะสั้นมีเพียง 

- จะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร ทั้งสำหรับ ก) ธุรกิจในระบบ ข) ธุรกิจนอกระบบ ค) แรงงานที่เกี่ยวข้องในระบบ ง) แรงงานที่เกี่ยวข้องนอกระบบ 

- จะออกมาตรการควบคุม กำกับการเดินทางอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ จะมีบทลงโทษอย่างไรกับคนไม่ปฏิบัติตาม รัฐจะส่งเสริม work from home อย่างไร เพื่อรักษาผลิตภาพทางเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด เอาจริง ช่วงเวลานี้ อาจเป็นเวลาที่ 'ใช่' และ 'เหมาะ' สุดในการสนับสนุนนโยบายดิจิทัลด้วยซ้ำ 

- จัดการเรื่องขนส่งอาหาร/สิ่งจำเป็นให้ครัวเรือนต่างๆ อย่างไร ธุรกิจที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนมีอะไรบ้าง จะเปิดดำเนินการต่ออย่างไร ควบคุมอย่างไร 

- หลายมาตรการรัฐอาจไม่อยากทำ เพราะกลัวกระทบเศรษฐกิจเช่น การท่องเที่ยว หากห่วงเรื่องการท่องเที่ยว ผมอยากบอกลุงว่า ยิ่งเราทำให้ประเทศสะอาดเร็วเท่าไหร่ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย นักท่องเที่ยวจะยิ่งกลับมาไว ในทางตรงข้าม หากบ้านเมืองเรายังไม่สะอาด ต่อให้เราเปิดอยู่ เราก็จะได้แต่นักท่องเที่ยวที่ไม่กลัวโรค หรือกลุ่มเสี่ยงที่นำพาโรคมาประเทศเราด้วยซ้ำ นักท่องเที่ยวคุณภาพดีที่ไหนจะกล้ามาในประเทศที่เสี่ยงหรือสกปรกอยู่

โดยสรุป ประเทศจะไม่มีวันชนะได้เลย หากท่านนายกฯไม่เด็ดขาด มาวันนี้ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจไทยที่จะเจ๊ง หากควบคุมการระบาดไม่ได้  สถานการณ์ที่เลวร้ายลงจะลากชีวิตหมอ พยาบาล และประชาชนทั้งหมดให้เข้าสู่หายนะไปด้วย

ในทางกลับกัน ประเทศไทยจะชนะได้ มีวิธีเดียวคือรัฐบาลต้องเด็ดขาด เข้าใจสถานการณ์เฉพาะหน้า เลือกใช้มาตรการที่เหมาะสม เอาเรื่องสุขภาพและชีวิตประชาชนเป็นเป้าหมายหลักเสียก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน 

หากประชาชนอยากเห็น 'ความเด็ดขาด' จากลุงตอนไหนมากสุด ก็ตอนนี้แหละครับ

ผมขอยืนยันว่า การรักษาชีวิตคนไทย แก้ไขสถานการณ์ไวรัสให้ไว คือการรักษาระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ผมไม่ใช่แฟนคลับลุง แต่ผมรักประเทศไทยและพี่น้องประชาชน ทุกชีวิตสำคัญไม่ต่างกัน ทุกชีวิตต่างมีคนที่รัก ผมหวังว่าลุงจะตัดสินใจอย่างถูกต้อง เป็นที่พึ่งให้ประชาชนและประเทศชาติในยามนี้ได้

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล

แชร์ข่าว :