ดร. ฐนิตพงศ์ ชื่นภิบาล

ดูบทความทั้งหมด

Fund Insight - ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุน บลจ. กรุงศรี จำกัด

12 มีนาคม 2563
391

โอกาสในวิกฤติ?

ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงเผชิญมรสุมหลายด้าน โดยล่าสุดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้แพร่กระจาย

อย่างรุนแรงนอกประเทศจีน ส่งผลให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงอย่างมาก โดยภาคการผลิตหลายๆประเทศเริ่มหยุดชะงัก การเดินทางท่องเที่ยว และการบริโภคเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว เนื่องจากผู้คนต่างหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางไปในที่ที่มีผู้คนหนาแน่น เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ

ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.50% ในการประชุมฉุกเฉิน เพื่อลดผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่อาจมีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยประธานเฟดระบุว่า ถึงแม้การลดดอกเบี้ยจะไม่ช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อ แก้ปัญหาของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงไม่น่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้จ่ายหรือเดินทางมากขึ้น  แต่ก็น่าจะช่วยให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นมากขึ้นและช่วยลดภาระทางการเงิน

ในขณะที่ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวล  ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการที่รัสเซียไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกลุ่มโอเปกในการปรับลดปริมาณการผลิตลงอีก ส่งผลให้ซาอุดิอาระเบียเปิดฉากสงครามน้ำมันโดยการปรับลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ และมีแผนที่จะปรับเพิ่มปริมาณการผลิตกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงอย่างรุนแรง และฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกลงกว่า 7% ในวันจันทร์ที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา    

ปัจจัยลบต่างๆที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องนี้ บดบังปัจจัยบวกที่มีอยู่บ้าง ได้แก่ สหรัฐและจีนลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกไปแล้ว และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีโอกาสที่จะชะลอตัวลง เนื่องจากผลของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังส่งผลกระทบรุนแรงในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่าน 

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ถึงแม้ดูเหมือนว่าจะไม่กังวลต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 มากนัก โดยทวีตข้อความว่าในปีที่ผ่านมามีชาวสหรัฐเสียชีวิตราว 27,000 คนจากไข้หวัดตามฤดูกาล และโดยเฉลี่ยแล้วมีชาวสหรัฐเสียชีวิตจากไข้หวัดตามฤดูกาลราว 20,000 – 70,000 คนต่อปี  ซึ่งสูงกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกมาก แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าเตรียมใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการปรับลดภาษีเงินเดือน มาตรการช่วยเหลือพนักงานที่รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง และมาตรการเร่งด่วนด้านอื่นๆ  ทั้งนี้ คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้มาตรการต่างๆอย่างเต็มที่เพื่อพยุงและผลักดันเศรษฐกิจสหรัฐให้ขยายตัวได้ดี เนื่องจากจะส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีนี้

ในส่วนของยุโรป มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศ โดยอิตาลีได้ประกาศปิดประเทศอย่างเป็นทางการเพื่อสกัดกั้นการระบาด หลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก  ในขณะที่เครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจของยุโรปมีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันติดลบ และมีการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) มาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว  โดยก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจยุโรปเริ่มมีการฟื้นตัว แต่ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปกลับมาชะลอตัว

สำหรับประเทศจีน ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มดีขึ้น ในขณะที่ภาคการผลิตและขนส่งของจีนเริ่มกลับมาดำเนินการ และกลับมาเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานในตลาดโลกมากขึ้น  ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงคาดหวังว่ารัฐบาลจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม   

ในส่วนของไทย ถึงแม้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีไม่มาก แต่ความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างมาก ผู้ใช้บริการห้างสรรพสินค้าดูบางตาลงอย่างชัดเจน และงานอีเวนต์ต่างๆประกาศยกเลิกเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดรัฐบาลได้มีมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมาตรการที่บรรเทาผลกระทบและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน  ทั้งนี้คาดว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเพิ่มเติม เนื่องจากมาตรการล่าสุดนี้ยังไม่มีมาตรการกระตุ้นการบริโภคและการท่องเที่ยวเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายยังคงมองว่าการระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นปัญหาระยะสั้นและเป็นปัจจัยชั่วคราว โดยคาดว่าปัญหานี้จะเริ่มคลี่คลายลงเมื่อโลกเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนในเดือนเมษายน และน่าจะประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนในเร็วๆนี้  ทั้งนี้ คาดว่าหลายประเทศจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมถึงสหรัฐและจีนอาจมีการผ่อนคลายสงครามการค้าเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีทางเศรษฐกิจ  ดังนั้น นักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงและสามารถลงทุนได้ในระยะยาว อาจทยอยลงทุนในหุ้น เนื่องจากราคาหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงมามากจนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ แต่ต้องขอย้ำว่าท่านต้องรับความเสี่ยงได้สูงมากจริงๆ เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงนี้มีความผันผวนสูงกว่าปกติ  

ดูบทความทั้งหมดของ ดร. ฐนิตพงศ์ ชื่นภิบาล

แชร์ข่าว :
Tags: