อาร์ม ตั้งนิรันดร

ดูบทความทั้งหมด

คณะนิติศาสตร์ และผู้อำนวยการ ศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คอลัมนิสต์ประจำ "มองจีนมองไทย"

12 มีนาคม 2563
756

โรคกลับขั้ว

ตอนนี้กำลังเกิดปรากฏการณ์ “โรคกลับขั้ว” นั่นก็คือการระบาดของโรค COVID-19 กำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว

จากเดิมที่ระบาดหนักในจีนเป็นหลัก เปลี่ยนมาเป็นสถานการณ์ที่จีนเริ่มควบคุมการระบาดของโรคได้ ขณะที่นอกประเทศจีนกลับกำลังเริ่มต้นระบาดหนัก ไล่ไปตั้งแต่ที่เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน และสหรัฐ

เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลกคือสหรัฐ อันดับ 2 คือจีน เมื่อตอนที่ระบาดหนักที่จีนนั้น ก็กระทบจนเศรษฐกิจโลกป่วนและป่วยกันหมด เพราะเศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงและพึ่งพาจีนอย่างมาก แต่วันนี้เราต้องเตรียมรับสถานการณ์ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดใหญ่ในสหรัฐด้วยแล้วครับ

หลายท่านอาจบอกว่าจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปส์กินส์ มหาวิทยาลัยแพทย์ชื่อดังของสหรัฐ ได้เคยจัดอันดับไว้ว่าสหรัฐเป็นประเทศที่มีความพร้อมเรื่องการรับมือกับโรคระบาดได้ดีเป็นอันดับ 1 ของโลก (ส่วนประเทศไทยอยู่อันดับที่ 6)

ความพร้อมด้านสาธารณสุขของสหรัฐอาจเหมาะกับการรับมือกับโรคระบาดในอดีต เช่น SARS, MERS, EBOLA ที่ผู้ติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ไม่สามารถออกไปแพร่เชื้อได้ ดังนั้น หากสามารถรักษาและกักตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างเด็ดขาด แต่ลักษณะของโรค COVID-19 มีความพิเศษ เพราะเป็นโรคที่มีลักษณะคล้ายไข้หวัด มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่อาการไม่รุนแรง คล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่สามารถแพร่เชื้อได้ รวมทั้งมีผู้ป่วยที่ช่วงแรกอาการไม่รุนแรง คล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่ต่อมาอาการจึงค่อยรุนแรงขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่งที่อาการเริ่มรุนแรงตั้งแต่ต้น

ในสหรัฐนั้นคนที่ป่วยเป็นไข้หวัดโดยทั่วไปมักพักรักษาอาการด้วยตัวเอง น้อยมากที่จะไปพบแพทย์ ทั้งเมืองใหญ่ๆ ในสหรัฐมีความหนาแน่นสูงและมีการเดินทางระหว่างเมืองมหาศาล จึงมีความเป็นไปได้ที่เชื้อจะแพร่กระจายเงียบๆ อย่างรวดเร็ว ในช่วงที่ผ่านมาในสหรัฐยังมีการจำกัดการตรวจเชื้อ COVID-19 อยู่ที่แล็บไม่กี่แห่งเท่านั้น เพิ่งมีการขยายศักยภาพในการตรวจค้นหาเชื้อตามแล็บทั่วประเทศเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

นอกจากนั้น สหรัฐไม่สามารถสั่งปิดเมือง ยกเลิกกิจกรรม หรือคุมผู้คนในลักษณะเดียวกันกับที่จีนทำอย่างเด็ดขาดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาด้วย

ตอนนี้เราเริ่มเห็นรายงานข่าวว่ามีการระบาดอย่างชัดเจนในรัฐวอชิงตันและนิวยอร์ก ยอดรวมจำนวนคนตายในสหรัฐจากโรคนี้สูงถึง 30 คนแล้ว และมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบเกือบ 1,000 คน ซึ่งตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณในเวลาไม่กี่วัน และแนวโน้มที่พบคือมักมีการตรวจพบโรคเมื่ออาการหนักแล้ว ซึ่งหมายถึงก่อนหน้านี้ย่อมมีการแพร่กระจายไปมาก และโอกาสในการเสียชีวิตจะสูงกว่าการพบโรคตั้งแต่อาการยังน้อย

ตอนนี้สหรัฐกำลังเข้าสู่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งจะมีการประชุมผู้คนอย่างมากมาย ยิ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการแพร่กระจายเชื้อในที่ประชุมชน ซึ่งก็จะยิ่งสร้างความวุ่นวายและทำให้เกิดความตื่นตระหนก

มหาวิทยาลัยในสหรัฐหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสแตนฟอร์ดหรือฮาร์วาร์ด ได้ประกาศเปลี่ยนการเรียนการสอนทั้งหมดเป็นระบบออนไลน์เรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นความกังวลถึงความรุนแรงของการระบาดในสหรัฐ

ตอนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐเองเริ่มปรับตัวตกหนักอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งย่อมจะลดโอกาสที่ทรัมป์จะกลับมาชนะการเลือกตั้ง ทั้งการรับมือโรคระบาดของทรัมป์ที่ขาดประสิทธิภาพย่อมจะส่งผลโดยตรงกับคะแนนนิยมของเขาด้วย

สมัยก่อน เราพูดกันว่าถ้าจีนพังก็พังกันทั้งโลก แต่วันนี้จีนเริ่มฟื้นแล้ว แต่เรากลับต้องพูดใหม่ว่าถ้าสหรัฐพัง เราจะพังกันทั้งโลกเหมือนกัน ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอยอยู่หลายปี

วิกฤติจากไวรัสในครั้งนี้จึงไม่ใช่วิกฤติระลอกเดียวจบ แต่จะมีหลายระลอก ตามศูนย์กลางการระบาดที่เปลี่ยนแปลงไป ที่หนึ่งเริ่มควบคุมได้ แต่การระบาดอาจแพร่ไปอีกที่ ที่น่ากลัวก็คือตอนนี้เริ่มลุกลามจากขั้วหนึ่งคือจีน เปลี่ยนไประบาดที่อีกขั้วหนึ่งคือสหรัฐ ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจโลกเช่นเดียวกัน

เราอาจเห็นภาพที่เราไม่คาดคิดก่อนหน้านี้ก็ได้คือเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้น แต่เศรษฐกิจจีนกลับกลายเป็นเศรษฐกิจที่หันมาพึ่งพิงและอยู่ได้ด้วยการบริโภคภายในประเทศ คนจีนไม่เดินทางท่องเที่ยว เพราะกลัวการระบาดในประเทศอื่น และหันมาจับจ่ายใช้สอยและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในของตัวเอง ในขณะที่ต่างประเทศกลับวุ่นวายต่ออีกหลายระลอก

 

ดูบทความทั้งหมดของ อาร์ม ตั้งนิรันดร

แชร์ข่าว :
Tags: