ดร.บวร ปภัสราทร

ดูบทความทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำคอลัมน์ "ก้าวไกล วิสัยทัศน์"

9 มีนาคม 2563
350

บทบาทของมหาวิทยาลัยในการต่อสู้โควิด-19

มหาวิทยาลัยของเมืองจีนเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกที่มีอยู่มากมายหลายแห่ง

 และเป็นกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังอีกส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับโรคระบาดโควิด -19 ซึ่งคนทั่วไปจะไม่ค่อยเห็นบทบาทนี้ของมหาวิทยาลัยในเมืองจีนจนกระทั่งได้มีการเผยแพร่บทบาทของมหาวิทยาลัยจีนในการต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้ในวารสารวิจัยด้านการจัดการความเสี่ยงและการเงินเมื่อเร็วๆ นี้

บ้านเราเองก็มีมหาวิทยาลัยอยู่นับร้อยแห่งแต่ถ้าไม่นับมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนด้านการแพทย์และโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยแล้วเราแทบไม่เห็นบทบาทของมหาวิทยาลัยในการร่วมต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้พบเพียงการตั้งรับในรูปแบบการป้องกันการติดต่อในหมู่นักศึกษาและบุคลากรเท่านั้น

แหล่งที่เป็นสมองของชาติที่เมืองจีน เขาเริ่มต้นด้วยการที่อธิการบดีประกาศยืนยันให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยทราบว่าการให้บริการกับสังคมเป็นพันธกิจหนึ่งของมหาวิทยาลัย เมื่อสังคมกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบาก จึงเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นแหล่งปัญญาชนต้องลงมาช่วยกัน คนละไม้คนละมือ บุคลากรของมหาวิทยาลัยในสาขาการแพทย์ และสาขาอื่นๆ รับทราบในทันทีว่า การต่อสู้กับโรคระบาดนี้เป็นหน้าที่และเป็นความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย

เมื่อเกิดโรคระบาด ย่อมมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้ในการสู้และป้องกันโรคระบาด เหมือนกับที่บ้านเราเกิดการขาดแคลนหน้ากากและเจลฆ่าเชื้อโรค และจากการที่มีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ราคาวัสดุอุปกรณ์จึงพุ่งทะยานขึ้น มหาวิทยาลัยในเมืองจีนได้ใช้เครือข่ายศิษย์เก่าระดมจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นในการต่อสู้กับโรคระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการพยายามแสวงหาทรัพยากรที่จำเป็นจากเครือข่ายศิษย์เก่าที่ทำงานอยู่นอกประเทศจีน ซึ่งอาจยังไม่มีโรคระบาดช่วยให้จัดหาทรัพยากรกระทำได้ง่ายกว่า เสาะหากันเองภายในประเทศ นอกจากนั้นเครือข่ายศิษย์เก่ายังเป็นกำลังพลอาสาสมัครในการช่วยผลิตวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้โดยใช้ห้องปฏิบัติการและโรงประลองฝึกงานของมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ดำเนินการงานเหล่านี้ ดูว่าเป็นงานง่ายๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้สำคัญยิ่งนักคือ คนทำงานสู้กับโรคระบาด ทำงานได้อย่างมั่นใจว่ามีวัสดุอุปกรณ์เพียงพอ ไม่ใช่รักษาไปวิตกไปว่าจะไม่มีหน้ากากใช้งาน

อาจน่าตกใจขึ้นไปอีกหากได้ทราบว่ามีคณะวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยระดับโลกแห่งหนึ่งที่อยู่นอกประเทศจีนติดประกาศที่ขวดเจลแอลกอฮอลล์ว่าของขาดตลาดกำลังสั่งจองอยู่ ทั้งๆ ที่คณะนั้นมีภาควิชาเคมีที่มีอาจารย์หลายสิบคนมีห้องแล็ปและมีสารเคมีทุกชนิดที่นำมาผสมเป็นเจลฆ่าเชื้อไวรัสได้อยู่เป็นจำนวนมาก

บทบาทในเชิงวิชาการคือ รวบรวมผู้คนที่มีความสามารถในการรักษาพยาบาลจากมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการแพทย์กว่าสิบแห่ง รวมพลเดินทางเข้าพื้นที่ที่เริ่มต้นการระบาดของโรค ไม่ปล่อยให้มีการขาดกำลังพลทางการแพทย์ในการต่อสู้กับโรคระบาดในพื้นที่เริ่มต้นนั้น อีกส่วนหนึ่งก็รวมทีมกันในห้องแล็ปค้นคว้าหายาและวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในลักษณะร่วมทีมช่วยกันทำงาน แล็ปไหนเก่งด้านไหน ใครเก่งด้านนั่น ก็ไปรวมทีมกัน ไม่ใช่ต่างสำนักต่างทำกันไปเองตามความเชื่อของตนเอง คล้ายๆ กับที่มหาวิทยาลัยในบ้านเราได้กระทำอยู่ทุกวันนี้คือ ฉันก็ทำของฉัน แกก็ทำของแกไป คนเก่งเยอะจึงเหมือนคนเก่งน้อย เพราะกระจายกำลังกันไปหมด

คณาจารย์ในด้านอื่นๆ แม้ไม่ลงพื้นที่ไปสู้กับโรงระบาด แม้ไม่ได้ร่วมทำวิจัยเพื่อหาทางกำจัดโรคภัยไข้เจ็บนี้ แต่ก็ทำบทบาทในการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยผู้คนในสังคมให้ฝ่าฟันวิกฤตไปได้ด้วยความสบายใจ หรืออย่างน้อยก็มีความกังวลลดลง

มหาวิทยาลัยช่วยลดการเดินทางและการอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด ด้วยการเปลี่ยนการเรียนการสอนให้สามารถกระทำผ่านระบบออน์ไลน์ได้ พร้อมกับเพิ่มบทบาทของนักศึกษาในการช่วยการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้คนในพื้นที่ระบาดและช่วยการต่อต้านข้อความเท็จในเครือข่ายสังคม

มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของบุคลากรด้านการแพทย์ที่ลงสนามไปทำสงครามโรคระบาด ตามหลักการที่ว่าผู้นำที่ดี จริงๆ นั้นลูกน้องต้องเดินตามที่ผู้นำสั่งการได้ด้วยความปลอดภัย

บ้านเราทุ่มเทเงินทองไปที่มหาวิทยาลัยมากมายมหาศาล และโอกาสที่เป็นโชคไม่ดีครั้งนี้แหละที่จะบอกว่าที่พากันวิ่งตามนิวเอสเคิร์ฟนั้น มหาวิทยาลัยสามารถช่วยอะไรในบ้านเมืองได้บ้างหรือไม่ ในยามวิกฤติครั้งใหญ่

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.บวร ปภัสราทร

แชร์ข่าว :
Tags: