น่าห่วง! สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 'โควิด19' ระวังพิษโปรไฟไหม้

น่าห่วง! สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 'โควิด19' ระวังพิษโปรไฟไหม้

ประเด็นร้อน เรื่องน่าเป็นห่วง! สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า "โควิด19" ระวังพิษโปรไฟไหม้.. "รองฯอนุทิน" เอาอยู่?

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด19 (COVID-19) น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะภาพใหญ่ทั่วโลกในขณะนี้ (26 ก.พ.) เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนกว่า 80,000 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2,700 ราย ในอิหร่านมีผู้ติดเชื้อจำนวน 95 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 16 ราย หนึ่งในนั้น เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข อีกด้วย

น่าห่วง! สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า \'โควิด19\' ระวังพิษโปรไฟไหม้

ขณะที่ สถานการณ์ในประเทศไทย นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงเมื่อเวลา 11.30 น. (26 ก.พ.) ว่าเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด19 (COVID-19) ว่า ในประเทศไทย มีคนติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย ทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน โดยรายแรกเป็นชายไทยอายุ 65 ปี มีประวัติเดินทางกลับจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น กลับมา 3 วันแล้วมีอาการไข้ เข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2563 ปัจจุบันมีอาการปอดอักเสบ รายที่ 2 เป็นภรรยารายแรก ไปเที่ยวด้วยกันและมีอาหารไข้ ไอ และรายที่ 3 เป็นหลาน อายุ 8 ปี ไม่ได้ไปต่างประเทศด้วย แต่ใกล้ชิดผู้ป่วย 2 รายแรก มีอาการน้อย

ทำให้หลายฝ่ายออกมาตรการป้องกันทันที โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ชี้แจงว่า จากการที่ผู้ป่วยปกปิดและปฏิเสธประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ ส่งผลให้บุคลากรทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฯในกลุ่มที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เสี่ยงต่อการติดเชื้อCOVID-19 จำนวน 30 คน

น่าห่วง! สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า \'โควิด19\' ระวังพิษโปรไฟไหม้

ธนาคารทีเอ็มบีและธนชาติ แจ้งสั่งปิดแบงก์ธนชาต สาขาดอนเมืองทันที เพื่อบิ๊กคลีนนิ่งเดย์สาขาชั่วคราว ฆ่าเชื้อป้องกันโควิด19 หลังพบครอบครัวของพนักงานติดเชื้อ แม้ว่าผลตรวจพนักงานล่าสุด จะปลอดเชื้อก็ตาม

มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงกรณีการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระบุว่า เนื่องจากมีบุคลากรที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าอาจสัมผัสเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID- 19) จากการเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงที่มีการระบาดต่อเนื่อง และมีอาการไข้ภายใน 14 วัน

น่าห่วง! สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า \'โควิด19\' ระวังพิษโปรไฟไหม้

"มหาวิทยาลัยได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และอยู่ในระหว่างรอผลการตรวจยืนยัน และได้มีการดูแลผู้ที่สัมผัสกับบุคลากรดังกล่าวตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม อย่างเคร่งครัด"

ขณะเดียวกัน ส่วนของรัฐบาล นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด19 (COVID-19) ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข วอนคนไทยให้ยับยั้งชั่งใจอย่าไปลุ่มหลงกับตั๋วถูกหรือโปรไฟไหม้ ที่หลายบริษัททัวร์จัดทำขึ้นในราคาลดกระหน่ำ พร้อมขอให้หยุดการให้บริการช่วงนี้ก่อน

158269920761

พร้อมสั่งให้หน่วยงานราชการในสังกัดทรวงสาธารณสุข ห้ามไม่ให้เดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง แต่ถ้าต้องไปขอให้กักตัวดูอาการตนเอง 14 วัน ใส่หน้ากากอนามัย ใช้เจลล้างมือ กินร้อน ช้อนกลาง อย่างเคร่งครัด ช่วงบ่ายนี้จะมีการเซ็นรับรองโรคติดต่ออันตราย แล้วจะมีประกาศราชกิจจานุเบกษา ภายใน 2 - 3 วัน พร้อมย้ำว่า ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3 อยู่ที่ระยะที่ 2 เท่านั้น

พลันได้ฟัง "รองนายกฯอนุทิน" เรื่องโปรไฟไหม้ บริษัททัวร์ทำราคาลดกระหน่ำแถมสายการบินออกโปรราคาตั๋วลดพิเศษ ย่อมล่อใจคนไทยที่อยากไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

158269954341

แต่จะห้ามได้หรือ!! ตัวอย่างที่ชัดเจน กรณีคนไทยติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย ทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เดินทางกลับจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เมื่อป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ จนทำให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เสี่ยงติดเชื้อถึง 30 คน และที่ทำงานของคนใกล้ชิดคนป่วยอย่าง แบงก์ธนชาต สาขาดอนเมืองถูกปิดชั่วคราวทันที

สถานการณ์ "ข่าวสาร" แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างความหวั่นวิตกไปทั่วทุกกลุ่มโซเชียล กลายเป็นไวรัลทั้งข่าวจริงและข่าวลือผสมปนเปจนน่ากลัวยิ่งนัก

ท่ามกลางกระแสสังคมตั้งคำถามถึงรัฐบาล เกี่ยวกับ "มาตรการเชิงรุก" เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID- 19) หรือทำได้แค่เพียงขอวอนคนไทย อย่าเที่ยวต่างประเทศ เพราะโปรไฟไหม้เท่านั้นหรือ?