ดร.ไสว บุญมา

ดูบทความทั้งหมด

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "บ้านเขาเมืองเรา"

14 กุมภาพันธ์ 2563
655

ปรากฏการณ์ที่อาจไม่มีทางสิ้นสุด

ข่าวใหญ่ในเมืองไทยช่วงนี้คงไม่มีอะไรเกินโศกนาฏกรรมที่โคราช และเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งต่อมาเรียกกว่า “โควิด-19”

ข่าวเหล่านี้กลบข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศเยเมน ที่นำไปสู่การประชุมฉุกเฉินเมื่อวานนี้ของหลายฝ่าย ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

โศกนาฏกรรมที่โคราชมีผู้เสียชีวิต 30 คนซึ่งเป็นข่าวใหญ่ในเมืองไทยที่ยังไม่จบดีและคงมีการวิพากษ์หลากหลายตามมา แต่มันเป็นข่าวใหญ่ในต่างประเทศเพียงชั่วขณะ ส่วนการระบาดของไวรัสโคโรนาซึ่งคร่าชีวิตคนไปเกิน 1,000 คน จะดำเนินต่อไปอีกนานเท่าไรยังไม่มีใครสามารถคาดได้ ถึงแม้เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เริ่มมีแนวโน้มว่าอัตราการแพร่ขยายได้เริ่มลดลงแล้วก็ตาม เนื่องจากการระบาดของโรคแบบนี้ยังมีโอกาสทำให้ชาวโลกตายนับล้าน การวิจารณ์จึงกว้างขวางและสื่อบางแห่งพาดหัวด้วยตัวอักษรขนาดยักษ์ว่า มันเป็นสงครามระหว่างมนุษย์กับจุลินทรีย์

 เหตุการณ์ในเยเมนเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ซึ่งดำเนินมาหลายปี ส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตนับแสนคน จนทำให้ประเทศประสบภาวะรัฐล้มเหลว สงครามนี้จะดำเนินต่อไปอีกนานเท่าไรไม่มีใครสามารถคาดได้ เนื่องจากขณะนี้สงครามกำลังทำให้เกิดความขาดแคลนแสนสาหัส ทั้งน้ำ อาหารและยาอย่างแพร่หลาย จนอาจส่งผลให้ประชาชนตายเพิ่มอีกมาก หลายฝ่ายที่มีบทบาทในการช่วยเหลือเยเมนจึงจัดประชุมฉุกเฉินขึ้นเพื่อปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร

สามเหตุการณ์ที่อ้างถึงนี้ไม่น่าจะมีปัจจัยร่วมกันที่ทำให้มันเกิดขึ้น กระนั้นก็ตาม หากพยายามค้นหาอาจพบว่ามี “โควิด-19” เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากอะไรยังไม่เป็นที่ประจักษ์อย่างแจ้งชัด มนุษย์เราจึงตกอยู่ในภาวะไม่รู้แม้จะสันนิษฐานกันว่ามันเกิดจากเนื้อสัตว์ป่า หรือไม่ก็จากสภาพความไม่สะอาดในตลาดสด ความนิยมรับประทานอาหารป่า ความไม่สะอาดในตลาด เกิดจากทั้งความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความประมาทของชาวจีนในเมืองอู่ฮั่น

นอกจากนั้น ผู้วิจารณ์มองต่อไปว่าไวรัสพัฒนาตัวเองจนได้สายพันธุ์ใหม่เพื่อต่อสู้กับเทคโนโลยีใหม่ที่มนุษย์พัฒนาขึ้นมาใช้ปราบพวกมัน ในอีกนัยหนึ่ง เทคโนโลยีมีคำสาปติดมา ดังที่คอลัมน์นี้พูดถึงหลายครั้ง ในกรณีนี้เทคโนโลยีใหม่กระตุ้นให้เชื้อโรคพัฒนาตัวเองอันเป็นกระบวนการต่อสู้กันแบบไม่มีที่สิ้นสุด

สงครามกลางเมืองในเยเมน มักมองกันว่าเริ่มต้นเมื่อราว 5 ปีมานี้ ทั้งที่มันเกิดมาหลายสิบปีแล้ว เพียงแต่มันอยู่ในขอบเขตจำกัด สภาพทางภูมิศาสตร์อันเป็นทะเลทราย ทำให้เยเมนมีทรัพยากรเพียงเล็กน้อยโดยเฉพาะน้ำ แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความประมาทในช่วงเวลา 50 ปีมานี้ ชาวเยเมนยังมีลูกดก ประเทศจึงตกอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการเพิ่มของประชากรสูงที่สุดในโลก หรือเกิน 3%

ชาวเยเมนยังใช้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดปลุกต้น “คัต” ซึ่งมีลักษณะของยาเสพติดชนิดหนึ่งบริโภคกันอย่างแพร่หลาย พวกเขาทำได้เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่เอื้อให้เจาะบ่อและสูบน้ำบาดาลจากแหล่งน้ำดึกดำบรรพ์ลึกนับร้อยเมตรได้ เมื่อน้ำและทรัพยากรลดลงอย่างรวดเร็ว การแย่งชิงยิ่งเข้มข้นจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองอย่างกว้างขวางที่ดูจะไม่มีทางจบ

2 เรื่องหลังที่อ้างถึงนี้ อาจทำให้สรุปได้ว่าความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความประมาท และเทคโนโลยีเป็นปัจจัยที่ทำให้ไวรัสระบาดและเกิดสงครามกลางเมือง เราจะสรุปต่อไปได้ไหมว่ามันเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมที่โคราชด้วย?

ปืนที่ใช้ฆ่าคนเป็นผลของเทคโนโลยีที่มีคำสาปติดมาแน่นอน ฆาตกรบุกเข้าไปในคลังแสงของกองทัพอาจมองได้ว่าเกิดจากความประมาท ส่วนความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจมาจากการซื้อขายบ้านที่มีการใช้อำนาจของข้าราชการและการโกงกันตามรายงานของสื่อ แม้เรื่องนี้จะยังไม่มีการยืนยันแบบฟันธง แต่ตอนนี้ดูจะมีความปักใจโดยทั่วไปแล้วว่าเป็นเรื่องจริง

ทั้งนี้เพราะการใช้อำนาจของข้าราชการและความคดโกงในสังคมไทยแพร่หลายและฝังอยู่ในกระดูกดำแล้ว ด้วยเหตุนี้ ปรากฏการณ์เช่นเดียวกับที่โคราชจะเกิดขึ้นซ้ำแบบแทบไม่มีที่สิ้นสุด

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.ไสว บุญมา

แชร์ข่าว :
Tags: