ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านภาษาอังกฤษ

25 ธันวาคม 2562
1,137

Extravert กับ Intravert

วันก่อนระหว่างขับรถไปประชุม กมธ.สาธารณสุข ตอนเช้า เปิดวิทยุฟังอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อย ปรากฎว่ามีรายการเพลงสลับการพูดคุย

โดยพิธีกรพูดสายกับผู้ที่เชิญเข้ารายการในเรื่องต่างๆ มีการพูดเรื่องคนเปิดเผย (Extrovert) กับคนเก็บตัว (Introvert) ซึ่งเป็นเรื่องจิตวิทยาสังคม หรือพฤติกรรมมนุษย์ในสังคม

คนเปิดเผย หรือ Extrovert นั้น เมื่อเข้าไปในสังคมใด ก็มักจะกล้าที่จะแสดงออก กล้าพูด กล้าแสดงความเห็นต่อหน้าคน เปิดเผยตัวตน อาจจะถึงปากโป้งก็เป็นได้ ส่วนคนที่เก็บตัว หรือ Introvert นั้น มักมีนิสัยและพฤติกรรมที่สันโดษ ชอบปลีกวิเวก อยู่คนเดียวหรือกับคนสนิทไม่กี่คน ไม่ค่อยพูด ถามคำตอบคำ หรือถามหลายคำถึงจะตอบสักคำ ถ้าอยู่ในที่ๆ มีคนเยอะก็มักจะปิดปากไม่แสดงความเห็น ชอบอะไรไม่ชอบอะไรก็ไม่บอกใคร คนที่จะคุยกับคนพวกนี้จะต้องใช้ความพยายามที่จะเข้าใจเป็นพิเศษ นี่เป็นเรื่องที่วิชาพฤติกรรมศาสตร์อธิบายไว้นานแล้ว

แต่เรื่อง Extravert หรือ Intravert นี่ยังไม่ค่อยมีคนรู้ ผมเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน

สมัยก่อน ครั้งที่เริ่มมีการใช้ computer network ครั้งแรกๆ เราเริ่มจาก Intranet ก่อนที่จะมี Internet

Intranet นั้นเป็นการสื่อสารภายในกลุ่มด้วยกันเอง เช่นภายในองค์กร ที่คนนอกองค์กรจะเข้ามาร่วมไม่ได้ และคนในองค์กรก็ส่งออกไปนอกองค์กรไม่ได้ เป็นข้อจำกัดทางเทคโนโลยีที่ไม่สามารถสื่อสารกับมหาชนที่เป็น public ทั้งโลกได้ กระทั่งศักยภาพของ Intranet เพิ่มขึ้นและสามารถสื่อสารกับคนภายนอกได้มากขึ้น จนในปัจจุบันสามารถสื่อถึงกันได้ทั่วโลก และกลายเป็น Internet ในปัจจุบัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ คนเก็บตัวที่เรียกว่า Introvert ก็สามารถเปิดเผยตัวตนได้มากขึ้นโดยผ่านตัวกลางคือระบบเชื่อมโยงกับสังคมออนไลน์ และจากคนเก็บตัวก็กลายเป็นคนเปิดเผยบางส่วน เรียกว่า Intravert แต่ก็ยังสงวนความเป็นส่วนตัวสูง และพร้อมที่จะปิดตัวเอง รักษาระยะห่างกับผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ให้เข้าถึงตัวได้ง่ายๆ และเปิดเฉพาะบางคนเท่านั้นที่จะให้เข้าถึง ส่วนคนที่เปิดเผยแต่ก็มีบางส่วนต้องการปกปิด ไม่อยากให้ใครลุกล้ำเข้ามาในเรื่องส่วนตัวบางเรื่อง ก็จะกลายเป็นพฤติกรรมของคนแนวใหม่ที่เรียกว่า Extravert

สมมติว่าหนุ่มหล่อนิสัยดีคนหนึ่งสนใจในสาวสวยคนหนึ่ง โดยปกติถ้าเขาเป็นคนเปิดเผย (Extrovert) ก็จะกล้าแสดงออก เช่นขอออกเดท ชวนไปทานข้าว ดูหนัง ฟังเพลง และกล้าที่จะไปพบญาติผู้ใหญ่ของสาวแสดงความจริงใจ

แต่พอสาวโทรศัพท์มาก็กลับเป็นนิ่งเฉย ไม่รับโทรศัพท์ ปิดโทรศัพท์ระหว่างทำงาน ปฏิเสธไม่ไปทานข้าวด้วยถ้างานยังไม่เสร็จ พฤติกรรมเช่นนี้แสดงว่าหนุ่มคนนี้เป็น Extravert เพราะไม่ได้เปิดเผยเปิดกว้างแท้จริง แต่มีความเป็นส่วนตัวสูงพอสมควร สูงขนาดที่จะไม่รับโทรศัพท์จากสาว หรือแม้กระทั่งเมื่อมาพบกันหลังจากนั้นและถูกสาวถามว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ โทร.มาหลายครั้ง เขาก็จะเงียบไม่ตอบไม่โต้แย้ง หนุ่มนิสัยแบบนี้หรือพฤติกรรมแบบนี้เป็นลักษณะของคนที่เป็น Extravert คือเปิดเผยบางส่วนและไม่เปิดเผยบางส่วน ซึ่งรวมถึงการกำหนดระยะห่างระหว่างตนเองกับกับคนที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่พิธีกรรายการนี้คุยกับผู้ที่เข้ารายการวันนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องพฤติกรรมคนโสด โดยเฉพาะผู้ชายหนุ่มโสด ที่ฝ่ายหญิงจะต้องเข้าใจ

จริงๆ แล้ว ถ้าเราลากเส้นตรงหนึ่งเส้น ปลายสุดของเส้นตรงนั้นคือคนที่เก็บตัว (Introvert) และอีกปลายสุดคือคนที่เปิดเผย (Extrovert) ก็จะพบว่าระหว่างปลายสุดของทั้งสองข้างนั้น คงจะเป็นจุดของคนที่ไม่เก็บตัวทั้งหมดและคนที่ไม่เปิดเผยทั้งหมด แต่เก็บบางส่วนหรือเปิดบางส่วน และคนที่มีพฤติกรรมที่ก้ำกึ่งๆ ระหว่างปลายสุดของคนชอบเก็บตัวถึงจุดกึ่งกลาง ก็น่าจะเป็นคนที่มีพฤติกรรมที่เรียกว่า Intravert ส่วนคนที่อยู่ระหว่างจุดกึ่งกลางกับปลายสุดด้านการเป็นคนเปิดเผยก็คงจะเป็น Extravert ในความหมายนี้

ถึงได้บอกว่า เวลาคบกับใครไม่ว่าในชีวิตจริงหรือสังคมออนไลน์ ก็ควรมีการรักษาระยะห่างไว้บ้าง เพระระยะห่างนี้แสดงว่าเราเป็นคนที่อยู่ในรูปแบบ Intravert หรือ Extravert ที่ไม่จำเป็นต้องสุดขั้วเสมอไป และก็เป็นเรื่องปกติของพฤติกรรมมนุษย์ที่จะต้องเข้าใจ มนุษย์ส่วนใหญ่ในโลกนี้น่าจะเป็น Intravert กับ Extravert มากกว่า Introvert กับ Extrovert เพราะไม่ใช่สุดขั้วทุกเรื่อง

ผมเองก็น่าจะเป็นประเภท ไม่ Intravert ก็ Extravert เหมือนกัน

(อ้อ...เรื่อง Intravert กับ Extravert นี่เป็นผลงานวิจัยนะครับ ไม่ได้โมเม...)

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

แชร์ข่าว :
Tags: