ประชา บูรพาวิถี

ดูบทความทั้งหมด

ชุมทางบางนา

13 ธันวาคม 2562
6,604

‘อนาคตใหม่’ ภาค 2 ‘ต๋อม-ติ่ง’ ชูธงนำทัพ

พลันที่ กกต.มีมติเสียงข้างมาก ส่งเรื่อง “ยุบพรรคอนาคตใหม่” ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเงินกู้ของหัวหน้าพรรค

 สภากาแฟทุกตรอกซอกซอยต่างฟันธงล่วงหน้า “ยุบแน่ๆ” แถมพ่วงกรรมการบริหารพรรค 15 ชีวิต ต้องถูกเว้นวรรคทางการเมือง

หัวข้อสนทนาของผู้คนก็มีอยู่ 2 ประเด็นหลักคือ ธนาธร-ปิยบุตร จะนำมวลชนลงถนนหรือไม่? ส.ส.อนาคตใหม่ 80 ชีวิตจะไปทางไหน?

ฟังจากคนใกล้ชิดแกนนำอนาคตใหม่ เกี่ยวกับการเมืองท้องถนน ปล่อยให้เป็นเรื่องของมวลชน “ลุกขึ้นสู้” เองตามกฎวิวัฒนาการสังคม “ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นมีการต่อสู้” ธนาธรจะไม่จัดตั้งองค์กรนำขึ้นมานำมวลชนแบบ นปช.

ส่วนเรื่องอนาคตของ ส.ส.อนาคตใหม่ หากมีการยุบพรรคจริง ก็มีเวลา 60 วัน ในการเตรียมการย้าย ส.ส.รุ่น พิมพ์นิยมสีส้มไปอยู่พรรคใหม่ได้ทัน ซึ่งได้มีการตระเตรียมเรื่องพรรคสำรองไว้แล้ว

เมื่อ 2 ธ.ค.2562 ธนาธรไปพบปะสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (เอฟซีซีที) ตอนหนึ่ง ธนาธรประเมินว่า มี ส.ส.ราว 60 คนที่ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ และจะย้ายไปอยู่พรรคใหม่ด้วยกัน

ตรวจดูรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 15 คน ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของ “สองสหายรัก" ของธนาธรคือ ชัยธวัช ตุลาธน และศรายุทธ์ ใจหลัก

คนวงในอนาคตใหม่ จึงเชื่อว่า “ต๋อม ชัยธวัช” และ “ติ่ง ศรายุทธ์” จะถือธงนำทัพอนาคตใหม่ ภาค 2 มีภารกิจสืบทอดอุดมการณ์ และรักษาผู้คน

157623896364

ทุกวันนี้ ต๋อมมีตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค ขอไม่เปิดหน้า ด้วยเหตุผลส่วนตัว เขาเป็นนักคิด นักทฤษฎี นักยุทธศาสตร์ จึงเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์การต่อสู้ของพรรค

ส่วน “ติ่ง” เป็นผู้อำนวยการพรรค มีบุคลิกถึงลูกถึงคน จึงถนัดลุยงานจัดตั้งมวลชน และส่งคนใกล้ชิดเข้ายึดกุมการนำในสาขาพรรคแต่ละจังหวัด

สมัยเรียนมหาวิทยาลัก “เอก ธนาธร”,“ต๋อม ชัยธวัช” และ“ติ่ง ศรายุทธ์” เป็น “เด็กวิดวะ” แต่คนละสถาบัน เอกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ต๋อมเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และติ่งเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์

เอก ต๋อม ติ่งยังเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ซ้ายไทยยุคหลังป่าแตก และทำกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัยในนาม สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย” (สนนท.) ช่วงปี 2541-2543

ต๋อมเป็นเลขาธิการ สนนท.ปี 2541 ติ่งเป็นเลขาธิการ สนนท.ปี 2543 และเอกเป็นรองเลขาธิการ สนนท.ปีเดียวกัน สามสหายได้เข้าร่วมม็อบสมัชชาคนจน และม็อบต้านท่อก๊าซจะนะ มีประสบการณ์การทำงานมวลชนพอสมควร

ปี 2561 สามสหายได้สุมหัวคิดกับ “ป๊อก ปิยบุตร” เกี่ยวกับการจัดตั้งขบวนการภาคประชาสังคม เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย ไม่ใช่องค์กรเอ็นจีโออย่างที่มีอยู่ คุยไปคุยมา สุดท้ายตกผลึกเป็นตั้งพรรคการเมืองชื่อ “พรรคอนาคตใหม่”

สถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก สามสหายคาดหวังผลการเลือกตั้ง แค่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง แต่กลับได้ทั้ง ส.ส.เขต และส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 80 กว่าที่นั่ง

พรรคอนาคตใหม่ ภาค 2 จะต้องเกิดขึ้น และสามสหายเชื่อว่า หากมีการเลือกตั้งใหม่ จะได้ ส.ส.มากนี้หลายเท่า พวกเขาจึงกล้าพูดว่า หนังม้วนเก่า แต่จะจบไม่เหมือนเดิม

ดูบทความทั้งหมดของ ประชา บูรพาวิถี

แชร์ข่าว :
Tags: