ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านภาษาอังกฤษ

12 พฤศจิกายน 2562
230

ทุนมนุษย์ เรื่องสำคัญที่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญ

หายนะกำลังจะมาเยือนประเทศไทย ถ้ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์จริงจัง ตัวอย่างคือวันก่อนที่อภิปรายในสภานานถึง 2 วันเต็ม

แต่ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวพูดถึงเรื่องสำคัญคือ ทุนมนุษย์ หรือ human capital เลย แสดงถึงความไม่มีวิสัยทัศน์อย่างสิ้นเชิง เพราะทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านคงคิดไม่ถึงว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตอันใกล้ จึงไม่มีใครหยิบยกมาอภิปรายในสภา

ที่จริงเรื่องนี้ พวกนักสังคมศาสตร์ที่สนใจเกี่ยวกับประชากรศาสตร์ (population study หรือ demographic study) ได้เห็นมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องผู้สูงอายุมากกว่า เมื่อสมัยที่อยู่ใน กมธ.สาธารณสุข มีการประชุมรับฟังเรื่องของผู้สูงอายุหลายครั้ง ทั้งจัดประชุมสัมมนาภายนอกและไปดูงานดูแลผู้สูงอายุบ่อยๆ แต่ไม่เคยมีแม้แต่ครั้งเดียวที่ประชุมอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในเรื่องอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างรวดเร็วเฉียบพลัน ทั้งที่จะมีผลเกี่ยวข้องกับสังคมผู้สูงอายุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศเดียวในโลก ที่อัตราการเกิดเท่าๆกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสวิทเซอร์แลนด์ หรือฟินแลนด์ ทั้งๆ ที่รายได้ประชากรคนไทยเพียงปีละ $6,182 ในขณะที่สวิทเซอร์แลนด์ $78,816 และฟินแลนด์ $48,580 ซึ่งโดยทั่วไป ประเทศที่อัตราการเกิดต่ำแบบประเทศไทยนี้มีเพียงประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น

แต่ประเทศไทยเป็นสิ่งที่แปลกแยกจากที่อื่น เพราะมีอัตราการเกิดต่ำ เหมือนประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งๆ ที่ยังค่อนข้างยากจนเหมือนประเทศกำลังพัฒนาทั่วไป ปัญหาที่จะเกิดตามมาคือ เงินที่รัฐบาลจ่ายให้ผู้เกษียณในระบบสวัสดิการต่างๆน่าจะหมดไปใน 15 ปีข้างหน้า ถ้าระบบภาษียังเป็นเช่นทุกวันนี้ เพราะประเทศมีแต่คนแก่ที่ไม่มีรายได้ ไม่มีคนวัยทำงานมาแทนที่

ในปี 2060 ประเทศไทยจะมีคนแก่อายุเกิน 60 ปีมากถึง 25% ของประเทศ ที่สำคัญคือ เป็นคนแก่ที่ยากจน อัตราการเกิดประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้วคือ 6.6% แต่ในปัจจุบันเหลือแค่ 1.5% ต่ำกว่าจีน 1.7% ที่ใช้นโยบายลูกคนเดียวมายาวนานที่เพิ่งเลิกไปเมื่อ 4 ปีที่แล้วเสียอีก ในขณะที่สภาวะสมดุลจะอยู่ที่ 2.2% ถึงจะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

รายงานจากธนาคารโลกเรื่องทุนมนุษย์แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยที่นับวันจะถดถอยถ้ายังย่ำอยู่กับที่ดังเช่นทุกวันนี้ เพราะใน 20 ปีข้างหน้าความสามารถในการแข่งขันของคนไทยในประชาคมโลกจะอยู่ที่ 60% เท่านั้น สิ่งที่รายงานนี้วิเคราะห์ก็คือรัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้จริงจัง แม้กระทั่งพรรคการเมืองทั้งหมดไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ไม่มีแม้แต่พรรคเดียวที่พูดถึงเรื่องนี้เลย มีแต่พูดเรื่องคนแก่ แต่ไม่พูดเรื่องคนเกิด

ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่า ประเทศไทยจะเดินไปสุดทางที่ตรงไหน ไม่รู้จะเข้าตำรา ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา หรือไม่ เพราะนักการเมืองและพรรคการเมืองบ้านเราไม่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้เลย ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน พอๆกัน

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

แชร์ข่าว :
Tags: