ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านภาษาอังกฤษ

8 พฤศจิกายน 2562
192

ควบคุมราคายาและเวชภัณฑ์ดีหรือไม่

เรื่องกำหนดควบคุมราคายา เวชภัณฑ์ ค่ารักษาพยาบาล และบริการของโรงพยาบาลเอกชน โดยกระทรวงพาณิชย์

นี่ ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแค่ไหน เพราะแม้ว่ารัฐจะมีอำนาจ แต่ถามว่าธุรกิจรักษาพยาบาลของเอกชนนี่ มันถึงขนาดต้องไปควบคุมหรือไม่ เพราะไม่ใช่เรื่อง monopoly ไม่ใช่เรื่องมีอำนาจเหนือตลาด ไม่ใช่เรื่องที่ผู้บริโภคไม่มีทางเลือก

จริงๆ แล้วมันเป็นธุรกิจเต็มตัว ตลาดเป็นตัวกำหนด แต่มีบางเรื่อง ที่เอาตลาดมากำหนดไม่ได้เพราะเป็นเรื่องความเป็นความตาย เช่นเรื่องฉุกเฉิน อันนี้ ไม่ว่าโรงพยาบาลไหนก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ แล้วไปคุมเขาทำไม คุมแล้วได้อะไร คุมเขาแล้วเขาทำธุรกิจไม่ได้ ไม่มีกำไร เขาก็ต้องเลิกกิจการ แล้วใครได้อะไร

ที่จริงก็รู้ๆ กันอยู่ โรงพยาบาลไหน ถ้ายาแพง รักษาแพง เวชภัณฑ์แพง ก็อย่าไปใช้บริการ นอกจากฉุกเฉินเร่งด่วนที่ทุกโรงพยาบาลไม่ว่าโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนต้องดูแลรักษา ปฏิเสธไม่ได้ และอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นอกเหนือจากนั้น ประชาชนย่อมมีเสรีภาพในการซื้อหาใช้บริการที่ถูกกว่าได้ ประชาชนไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องไปโรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง อีกทั้งโรงพยาบาลเอกชนก็มีหลายระดับ ทีไม่แพงมากก็มี เขาวางตำแหน่งให้บริการประชาชนระดับกลาง แบบนี้จะไม่แพงมาก ถ้าไปประเภทที่ให้บริการชาวต่างประเทศก็จะแพงมาก โรงพยาบาลที่ให้บริการต่างชาติเป็นหลักนั้นคิดค่าบริการเดียวกันทั้งคนไทยและต่างชาติ เราเป็นคนไทยก็ต้องจ่ายเท่าต่างชาติ ไม่เช่นนั้นก็ไปที่อื่นได้ ไม่ว่ากัน

ปัจจุบันหลายกลุ่มโรงพยาบาลจัดลำดับเกรดของโรงพยาบาลเป็นระดับบน ระดับกลาง ระดับล่างค่อนข้างชัดเจน ระดับบนค่าบริการจะแพงมากสำหรับรองรับต่างชาติ ระดับกลางและระดับล่าง ราคาก็จะถูกลง รองรับผู้ใช้สิทธิประกันสังคม หรือหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประชาชนเลือกเอา

บริการรักษาพยาบาลในทางธุรกิจนี่ก็คล้ายๆ กับโรงแรม หรือภัตตาคาร ที่มีหลายระดับ ตั้งแต่ไม่มีดาว ถึงสองดาว สามดาว สี่ดาว ห้าดาว หกดาว มีเงินมากก็เข้าระดับห้าดาว หกดาว ไม่มีเงินมากก็กินอาหาร street food ร้านอาหารริมทางข้างทาง ไม่มีดาว จึงไม่แน่ใจว่า การออกกฎระเบียบอะไรที่ว่าจะไปควบคุมราคาเขาเป็นสิ่งที่ make sense แค่ไหน นอกจากพวกที่ถือโอกาสฟัน ขาจรที่บังเอิญต้องเข้าโรงพยาบาลใกล้ อย่างนี้ต้องเอาให้หนัก เพราะซ้ำเติมผู้เดือดร้อน แต่ถ้าเขาแจ้งราคาแล้ว รับได้ ก็ถือว่าตกลงกันแล้ว

สิ่งที่รัฐน่าจะทำมากที่สุดคือโรงพยาบาลรัฐทั้งหลาย จะทำอย่างไรให้ยกระดับการบริการและบริบาลให้ดีกว่านี้ ให้ยาที่ดีกว่า ใช้เวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ บุคคลากรทางการแพทย์ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างความอุ่นใจว่ามาถึงมือแพทย์แล้ว เชื่อใจได้ ไม่ต้องห่วง

ไม่ใช่บริการแบบอนาถา นอนรอพบแพทย์ตามทางเดินระเกะระกะ แทนที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น กลับไปดึงเขาให้ต่ำลง จะได้อยู่กันแบบจนๆกันถ้วนหน้ามั้ง

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

แชร์ข่าว :
Tags: