ดร.ไสว บุญมา

ดูบทความทั้งหมด

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "บ้านเขาเมืองเรา"

8 พฤศจิกายน 2562
454

การสมคบคิดที่จะมีผลร้ายต่อเมืองไทยสูงสุด

ในยุคโบราณ ปรากฏการณ์ใหญ่ๆ มักถูกอธิบายว่ามาจากการดลบันดาลของผู้มีอำนาจที่ไม่มีร่างกายปรากฏให้เห็น

 การฆ่าคนบูชายัญเป็นหนึ่งในวิธีที่สังคมมายาทำกันเพื่อเอาใจผู้มีอำนาจดังกล่าว แต่ผู้มีอำนาจอาจไม่พอใจ จึงบันดาลให้สังคมมายาล่มจม ต่อมาการศึกษาปัจจัยในสังคมมายาสรุปว่า ไม่น่าจะเป็นผู้มีอำนาจ หากเป็นธรรมชาติซึ่งถูกชาวมายาทำลายเอาคืนส่งผลให้อารยธรรมมายาแตกดับ

หมุนนาฬิกาให้เดินหน้ามาหลายร้อยปี มีการอธิบายปรากฏการณ์หลายอย่างว่าเกิดจากบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งสมคบคิดกันทำให้มันเกิดขึ้นเชื่อกันว่าบุคคลเหล่านั้นทำงานตามอุดมการณ์ผ่านองค์กรลับซึ่งสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน เช่น กลุ่มช่างก่ออิฐและกลุ่มอิลลูมินาตี ความเชื่อแนวนี้มีอยู่แม้กระทั่งในคำอธิบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เขาจะเชื่อจริงหรือไม่ หรือใช้เป็นเพียงข้ออ้างเมื่อตนจนแต้มไม่เป็นที่ประจักษ์ ผู้ติดตามความเป็นไปในสหรัฐทราบดีว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างบ่อยๆ ว่าปัญหาสารพัดที่เขาเผชิญเกิดจากสิ่งที่เขาเรียกว่า Deep State อันเป็นกลุ่มบุคคลที่สมคบคิดกันต่อต้านการทำงานของเขา

เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา คอลัมน์นี้มีข้อความว่า นายทรัมป์อาจก่อความโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้งปีหน้าถ้าการซาวน์เสียงแสดงว่าเขาน่าจะแพ้การเลือกตั้งค่อนข้างแน่นอน เขาจะโทษการสมคบคิดดังกล่าวอีกหนว่าเป็นต้นเหตุและชาวอเมริกันนับร้อยล้านคนก็จะเชื่อ

ทฤษฎีสมคบคิดถูกใช้อธิบายปรากฏการณ์มากมายในโลกปัจจุบัน ทั้งปรากฏการณ์จำพวกที่เกิดขึ้นในระยะสั้นเพียงครั้งเดียวและปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแบบซ้ำแล้วซ้ำอีกในช่วงเวลานาน การจี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำและบังคับให้บินไปชนตึกเมื่อปี 2544 เป็นการสมคบคิดกันกระทำเพียงครั้งเดียว ส่วนวิกฤติเศรษฐกิจเป็นการสมคบคิดกันทำข้ามศตวรรษให้เกิดหลายครั้ง การอธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้มีข้อมูลประกอบน่าประทับใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้คัดค้านที่มีข้อมูลและเหตุผลมากมายอันน่าเชื่อถือได้เช่นกัน ณ วันนี้ จึงยากที่จะสรุปว่าใครถูก อย่างไรก็ดี มีปรากฏการณ์ที่มีการสมคบคิดเป็นตัวขับเคลื่อนแน่นอน เช่น กลุ่มจี 7 ซึ่งประกอบด้วยประเทศก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ 7 ประเทศที่สมคบคิดกันตั้งกฏเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อเอาเปรียบประเทศอื่น

เมืองไทยในอดีตมีการอ้างทฤษฎีสมคบคิดบ้างเป็นครั้งคราว ประเด็นที่พูดถึงกันมากเกี่ยวกับภาคการศึกษา กล่าวคือ มักพูดกันว่าชนชั้นนำซึ่งมักมั่งคั่งสมคบคิดกันมิให้ชาวบ้านเข้าถึงการศึกษาชั้นดี เพราะมันจะทำให้พวกเขามีโอกาสแข่งขันและแย่งงานจากชนชั้นนำ เรื่องนี้กลับมามีนัยสำคัญอีกครั้งหลังภาคการศึกษาประสบปัญหาเรื้อรังจนถึงขั้นวิกฤติซึ่งยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากภาคการศึกษา ประเด็นที่น่าพิจารณาที่สุดได้แก่เรื่องใครสมคบคิดกับใครเพื่อหวังจะทำคนไทยให้อ่อนแอผ่านนโยบายที่ส่งผลให้เกิดภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวและเสพติดประชานิยมแบบเลวร้าย การกระตุ้นให้คนไทยบริโภคแบบไม่หยุดยั้งพร้อมทั้งช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้หลากหลายนำไปสู่การกู้หนี้ยืมสินจนต้องสูญเสียที่ดินให้แก่นายทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะนายทุนไทยเท่านั้น หากยังเอื้อให้นายทุนต่างชาติเข้ามามีบทบาทในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการลงทุนทำกิจการแบบผูกขาดอีกด้วย

สำหรับด้านการสร้างความอ่อนแอด้วยการเสพติดประชานิยมแบบเลยร้ายมาตั้งแต่ปี 2544 นั้น นอกจากการยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ทุกรัฐบาลมีแต่มาตรการเสริมความเข้มข้นในรูปแบบและชื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเป็นมาตรการอันประหลาดยิ่ง นั่นคือ การแจกเงินให้คนไทยไปเที่ยวกินและใช้ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นแม้แต่น้อยนิด

การมอง หรือกล่าวหาว่ารัฐบาลจงใจทำให้คนไทยอ่อนแอมิได้หยุดแค่นั้น หากยังพูดกันต่อไปว่าคนในรัฐบาลเต็มใจให้บริการแก่รัฐบาลต่างชาติที่กำลังล่าอาณานิคมอีกด้วย เหตุนี้ทำให้มีข้อความปรากฏในสื่อสังคมบ่อยๆ ว่า รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการขายชาติอย่างเข้มข้น แม้เรื่องนี้จะมีความเป็นไปได้ในระดับต่ำ แต่รัฐบาลน่าจะทำทุกอย่างให้โปร่งใส คนไทยส่วนใหญ่จะได้ไม่กังวล

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.ไสว บุญมา

แชร์ข่าว :
Tags: