ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ

ดูบทความทั้งหมด

รองกรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์บุคคล

5 พฤศจิกายน 2562
420

อยากซื้อหุ้นวิธีใด ได้ผลตอบแทน

Equity-Linked Note (ELN) น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์นักลงทุนหลายๆ คนได้ไม่มากก็น้อย

ในช่วงนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงซบเซา ดูเงียบเหงา บรรยากาศดูไม่น่าลงทุน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ราคาหุ้นขึ้น เราตั้งซื้อหุ้นที่ดีไม่ได้ซะที อัตราเงินเบี้ยเงินฝากก็ต่ำพลาดอีกแล้วเรา

วันนี้ เรามีเกร็ดเล็กๆมาเล่าสู่กันฟัง ตั้งซื้อหุ้นไงให้ได้ผลตอบแทนดอกเบี้ย ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ทางการเงินในบ้านเรามีพัฒนาการและเติบโตขึ้นอย่างมากซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นสัญญาณที่บอกว่าคนหันมาตระหนักและใส่ใจในการลงทุนมากขึ้น ซึ่งนักลงทุนเองก็มีความต้องการที่หลากหลาย ทั้งเสี่ยงได้สูงและเสี่ยงได้ต่ำ ในส่วนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการเงินเองก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ในแวดวงการเงินมีความหลากหลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับภาวะตลาดทุนบ้านเรา SET Index ที่เรียกได้ว่าแกว่งอยู่แถวๆ 1,600 จุด นักลงทุนหลายคนอาจกล้าๆกลัวๆที่จะซื้อหุ้นที่ตนเองชอบหรือที่เล็งอยู่ทั้งที่ทำการบ้านมาพอสมควรแล้วเพราะเกรงว่าซื้อไปแล้วราคาหุ้นจะปรับตัวลงต่อ ส่งผลให้นักลงทุนหลายท่านเลือกไม่ซื้อไม่ขายหุ้นในภาวะตลาดแบบนี้ตามเหตุผลข้างต้น คำถามต่อมาคือเม็ดเงินที่เตรียมจะซื้อหุ้นที่ชอบในราคาที่ใช่ ระหว่างนี้จะไปอยู่ตรงไหนที่ให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล

จากสถานการณ์ข้างต้นโดยปกติแล้วนักลงทุนอาจนำเงินตรงส่วนนี้ไปฝากธนาคารเพื่อที่ว่าเมื่อราคาหุ้นที่เล็งไว้ปรับตัวลงมาในราคาที่ต้องการซื้อจะได้สามารถถอนเงินดังกล่าวจากธนาคารมาซื้อหุ้นได้ทันท่วงที แต่ในควาเป็นจริงมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดหนึ่งที่เริ่มได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆคือ Equity-Linked Note (ELN) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ข้างต้นได้อย่างค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

Equity-Linked Note (ELN) เป็นชื่อที่หลายๆคนฟังแล้วดูเข้าใจยาก แต่จริงๆแล้วน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์นักลงทุนหลายๆ คนได้ไม่มากก็น้อย โดย ELN ถูกออกแบบมาให้มีระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่สูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไปแต่ต่ำกว่าหุ้นสามัญ หากมองดูดีๆแล้ว ELN เป็นตราสารที่มีลักษณะพื้นฐานคล้ายหุ้นกู้ทั่วไปแต่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาหุ้น ซึ่งทำให้การจ่ายผลตอบแทนไม่แน่นอน แต่ก็ทำให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป

ตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนท่านหนึ่งต้องการซื้อหุ้น XYZ ที่ราคา 95 บาท ในขณะที่ราคาตลาดเทรดกันอยู่ที่ 100 บาท พูดง่ายๆคือต้องการซื้อหุ้นในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดอีก 5% นักลงทุนท่านนี้สามารถมาลงทุนใน ELN โดยตั้งราคาใช้สิทธิไว้ที่ 95 บาทได้ โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาหากราคาหุ้นอ้างอิงสุดท้าย (Final Security Price) สูงกว่า 95 บาท นักลงทุนจะได้รับเงินต้นพร้อมผลตอบแทนเป็นเงินสด ซึ่งโดยทั่วไปผลตอบแทน ELN จะอยู่ที่ระดับ 6%-20% ต่อปีโดยขึ้นอยู่กับภาวะตลาดในแต่ละช่วง ในทางกลับกันหากราคาหุ้นอ้างอิงสุดท้ายต่ำกว่า 95 บาท นักลงทุนจะได้รับเป็นหุ้น XYZ เสมือนนำเงินต้นรวมผลตอบแทนไปซื้อหุ้น XYZ ที่ราคา 95 บาท จะเห็นได้ว่าหากนักลงทุนมีความประสงค์จะซื้อหุ้น XYZ ที่ราคา 95 บาทอยู่แล้ว การลงทุนใน ELN สามารถช่วยลดต้นทุนในการซื้อหุ้นได้หรือถ้าไม่ได้รับคืนเป็นหุ้นก็สามารถสร้างผลตอบแทนเงินสดที่อัตราผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไปพอสมควร

สำหรับความเสี่ยงในการลงทุน ELN นอกจากเรื่องความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk) ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังต้องดูเรื่องความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ของผู้ออก ซึ่งสะท้อนความสามารถในการชำระคืนตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา ดังนั้น ELN ที่ผู้ออกมีอันดับความน่าเชื่อถือสูงจะเป็นข้อดีต่อตัวนักลงทุนเพราะสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านเครดิตที่ต่ำ โดยหลักทรัพย์บัวหลวงได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ AA ซึ่งเป็นระดับความน่าเชื่อถืออันดับต้นๆของอุตสาหกรรมแสดงให้เห็นว่ามีความเสี่ยงด้านเครดิตในระดับค่อนข้างต่ำ

หากพิจารณาดูดีๆจะเห็นว่า ELN เป็นตราสารที่สามารถทำให้การบริหารพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้เพราะนอกจากจะตอบโจทย์นักลงทุนได้แล้วยังสามารถนำมาวางกลยุทธ์ในการลงทุนได้ค่อนข้างหลากหลายและยังสามารถออกแบบให้เหมาะกับนักลงทุนรายคนได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนักลงทุนรายบุคคลที่จะลงทุนใน ELN ได้ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ กจ. 4/2560

ดูบทความทั้งหมดของ ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ

แชร์ข่าว :