ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านภาษาอังกฤษ

31 ตุลาคม 2562
152

วุฒิสภากับแผนการปฏิรูปประเทศ

จำได้ว่ารู้สึกสมเพชตัวเอง ที่อุตส่าห์ดูทีวีรัฐสภาถ่ายทอดการประชุมวุฒิสภา เรื่องรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ

ตั้งแต่ 4 โมงเช้าถึง 3 โมงเย็น ฟังเหล่า ส.ว. สมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติอภิปราย

ไม่ได้นั่งดูทีวีอย่างเดียว แต่ทำอย่างอื่นไปด้วย ทั้งดูข่าวต่างประเทศทางเน็ต ทั้งเล่นเฟส ทั้งแช้ต ให้อาหารเหมียว ถ้าดูอภิปรายอย่างเดียวคงจะบ้าตาย เพราะฟังท่าน ส.ว.ผู้ทรงเกียรติอภิปรายในประเด็นปฏิรูปทั้งหลายแล้วก็คิดว่าที่พูดมาทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เรื่องการปฏิรูปเลย เป็นแค่เรื่องปรับปรุง พัฒนา แก้ไข เพิ่มเติม ที่เป็นรายละเอียด ที่เพ้อเจ้อมากสุดก็คือเรื่องควิกวิน (Quick Win) ที่ดูจะเป็นคำที่ฟังแล้วแสนฉลาด แต่ไม่รู้ว่าคนที่อภิปรายนั้นเข้าใจแค่ไหน เพราะดูเหมือนอะไรๆก็ ควิกวิน ๆๆๆ ไปหมด

การปรับปรุงพัฒนาองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน มีถ้อยคำมากมายที่ใช้กับการปฏิรูปองค์กร ที่เรียกว่า...Reform...ที่มักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า ...Re...เยอะแยะมาก ไม่ว่า Restructure, Reorganize, Reengineer หรือคำอื่นที่ใช้ในภาคเอกชน กับพวกที่ใช้ในภาครัฐเช่น Political Reform, Economic Reform, Social Reform, Educational Reform และอื่นๆ

คำว่า...ปฏิรูป...นี้มาจากภาษาอังกฤษคือ ...Reform...ซึ่งแปลตรงๆ ก็ง่ายๆ... Re = อีกหรือใหม่ ส่วน...Form...ก็เท่ากับรูปแบบ เพราะฉะนั้นคำว่าปฏิรูป หรือ Reform ก็แปลได้อย่างเดียวคือ...รูปแบบใหม่...

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ก็เพราะหลังจากฟังการอภิปรายเรื่องการปฏิรูปด้านต่างๆ เกือบจะไม่ได้ยินคำว่า...รูปแบบใหม่..เลย เหล้าเก่าในขวดเก่า ทั้งนั้น สิ่งที่อภิปรายกันทั้งหมดนี้ ถ้าจะเรียกให้ถูก ก็ต้องเรียกว่าการปรับปรุงให้กระชับขึ้น ซึ่งในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Streamlining

ส่วนการปฏิรูป หรือ Reform นั้นต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ พูดง่ายๆ ก็คือถึงรากถึงโคนขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง หรือระบบ ตัวอย่างเช่นปฏิรูปตำรวจก็เปลี่ยนให้ตำรวจขึ้นกับท้องถิ่น ปฏิรูปท้องถิ่นก็เช่นผู้ว่าราชการมาจากการเลือกตั้ง ปฏิรูประบบศาลก็ให้ผู้พิพากษามาจากการเลือกตั้งในท้องถิ่น ปฏิรูปสาธารณสุขก็เปลี่ยนโครงสร้างให้สถานพยาบาลรัฐไปอยู่กับท้องถิ่น หรือปฏิรูประบบก็เช่นเปลี่ยนระบบวิธีงบประมาณ เปลี่ยนระบบบริหารจัดการจากที่ผ่านหลายขั้นตอนเหลือเพียงหนึ่งหรือสองขั้นตอน เปลี่ยนโครงสร้างจากองค์กรแนวตั้งเป็นองค์กรแนวราบ เปลี่ยนระบบการสื่อสารจากระบบราชการเป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเป็นต้น สาระสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงที่จะถือว่าเป็นการปฏิรูปนั้นต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญจริงๆ ไม่ใช่แค่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแบบพัฒนาต่อยอดเล็กๆน้อยๆ

แต่ถ้าบ้านเรายังคิดแต่เพียงเท่านี้ แล้วบอกว่าเป็นการปฏิรูป หรือ Reform แล้ว และใครๆก็ยอมรับ ก็คงต้องเป็นไปตามนั้น ส่วนประชาชนเต็มขั้นอย่างเราๆท่านๆคงทำอะไรไม่ได้นอกจาก...สมเพชตัวเอง...

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

แชร์ข่าว :
Tags: