อาร์ม ตั้งนิรันดร

ดูบทความทั้งหมด

คณะนิติศาสตร์ และผู้อำนวยการ ศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คอลัมนิสต์ประจำ "มองจีนมองไทย"

24 ตุลาคม 2562
953

เศรษฐกิจราตรี

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นโยบายสำคัญอันหนึ่งของรัฐบาลจีนในช่วงที่ผ่านมา

คือการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ เพื่อทดแทนการส่งออกและการลงทุนที่หดตัวลง

มีคำศัพท์คำหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในวงการเศรษฐศาสตร์และนโยบายของจีน นั่นก็คือคำว่า เศรษฐกิจราตรี” (Night Economy) โดยมีความหมายถึงภาคเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงเวลาตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 6 โมงเช้า

ภาคเศรษฐกิจในช่วงเวลาราตรีนี้มักอยู่ในภาคบริการเป็นหลัก ซึ่งก็ตรงกับอีกจุดเน้นหนึ่งของการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน คือการส่งเสริมภาคบริการ ทดแทนภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มไม่ขยายตัว โดยภาคบริการจะสามารถดูดซับแรงงานได้เป็นจำนวนมาก และยังเป็นตลาดแรงงานที่มีการกระจายรายได้ดีกว่าภาคอุตสาหกรรม เพราะรายได้มักกระจายถึงมือผู้ให้บริการโดยตรง ต่างจากภาคอุตสาหกรรมที่คนงานมักได้ส่วนแบ่งรายได้น้อย เมื่อเทียบกับเจ้าของโรงงาน

เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีจีน เพิ่งประกาศแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจราตรีให้เป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

หลังจากนั้น เมืองใหญ่ๆ ในจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา เสินเจิ้น ฯลฯ ล้วนมีการออกมาตรการแผนพัฒนาเศรษฐกิจราตรีของแต่ละเมือง มีข่าวว่ารัฐบาลของมหานครเซี่ยงไฮ้ยังมีการแต่งตั้งประธานคณะทำงานเศรษฐกิจราตรี และผู้บริหารเขตเศรษฐกิจราตรีขึ้นมาเป็นการเฉพาะ

ตัวอย่างของเซี่ยงไฮ้นับว่า สะท้อนแนวทางการพัฒนาของจีน ที่มีการตั้งโจทย์ใหม่ๆ เพื่อมุ่งแก้ปัญหาบางอย่าง รวมทั้งมีการตั้งผู้รับผิดชอบโดยตรงและประสานงานกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งยังมีการประชาสัมพันธ์จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในสังคม จนได้แรงสนับสนุนและพลังสร้างสรรค์ร่วมจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการด้วย

ตอนนี้มีรายงานว่า พิพิธภัณฑ์ ห้างสรรพสินค้าและโรงพยาบาลหลายแห่งในเมืองใหญ่ในจีนเริ่มมีการขยายเวลาปิดทำการ หรือจัดโซนพิเศษที่เปิดจนดึก นอกจากนั้นยังมีการคิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เช่น ร้านหนังสือและร้านกาแฟ 24 ชั่วโมง เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นเด็กเรียนที่ต้องการสถานที่อ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งวัยรุ่นเด็กเที่ยวซึ่งหาที่นั่งเล่นหลังจากเที่ยวราตรีเสร็จแล้ว

เมืองใหญ่เหล่านี้ยังมีการพัฒนาตลาดกลางคืนที่มีสีสัน เต็มไปด้วยร้านเล็กร้านน้อยรวมทั้งแผงขายของทั้งอาหารการกินและสินค้าต่างๆ ตลาดเหล่านี้ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของเมืองอีกด้วย

นอกจากนั้นยังมีการพยายามพัฒนาการติดไฟประดับแลงสีในช่วงค่ำคืน โดยเฉพาะในย่านท่องเที่ยวหรือใจกลางเมืองให้มีความสวยงาม เพื่อส่งเสริมให้คนออกมาเดินเล่น ถ่ายภาพ และจับจ่ายใช้สอยในช่วงกลางคืน นำไปสู่เพิ่มตัวเลขการบริโภค ซึ่งสุดท้ายก็จะไปเพิ่มตัวเลขการเติบโตของจีดีพีของเมืองนั่นเอง

บริษัทออนไลน์ต่างๆ ของจีน เช่น บริษัทรับสั่งและจัดส่งอาหาร ก็เริ่มเปิดบริการ 24 ชม. Meituan ยักษ์ใหญ่ด้าน delivery ของจีนรายงานสถิติว่า 2 ใน 3 ของยอดขายในช่วงกลางคืนมาจากการสั่งในช่วง 3 - 5 ทุ่มของแต่ละวัน และยอดขายในช่วงกลางคืนมีการเติบโตถึง 127%

มีการพูดกันว่า โมเดลเศรษฐกิจราตรีของจีนมาจากเศรษฐกิจราตรีที่คึกคักในมหานครเช่น นิวยอร์กและลอนดอน ซึ่งเป็นมหานครที่ไม่มีการหลับใหล แต่ทั้ง 2 เมืองนั้น ล้วนแล้วแต่มีการแสดงด้านวัฒนธรรมในช่วงค่ำคืน เช่น ละครบรอดเวย์ที่มีชื่อเสียง ขณะที่เมืองใหญ่ในจีนมักขาดมิติด้านวัฒนธรรมเหล่านั้น การส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรม เช่น การแสดงงิ้วจีนหรือการจัดแสดงดนตรีในยามค่ำคืน จึงนับเป็นอีกด้านหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจราตรีของจีนด้วยครับ

การพัฒนาเศรษฐกิจราตรีจำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบโดยตรง และมีแผนนโยบายที่ครอบคลุมรอบด้าน เพราะต้องมีการจัดการจราจร ความปลอดภัย ปัญหาเสียงรบกวน การจัดโซนนิ่ง และการมองภาคเศรษฐกิจต่างๆ ว่าเชื่อมโยงกันอย่างไรในช่วงกลางคืน มิติด้านใดยังขาดและควรต้องส่งเสริม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจราตรีอย่างมีคุณภาพครับ

 

ดูบทความทั้งหมดของ อาร์ม ตั้งนิรันดร

แชร์ข่าว :
Tags: