คุยให้.... “คิด”

ดูบทความทั้งหมด

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต www.CsiSociety.com

11 ตุลาคม 2562
221

เมื่อโลกอยู่ในยุคของ “Monopoly” ทิวัตถ์ ชุติภัทร์

ผมค่อนข้างประทับใจกับภาพยนตร์ซีรี่ย์ที่มีชื่อว่า Inside Bill’s Brain : Decoding Bill Gates ซึ่งฉายทาง Netflix

ในหนังเล่าถึง Bill Gates หนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่มีคนจำนวนน้อยมากที่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงว่าเขาเป็นคนอย่างไร? อันที่จริงแล้ว Gates เป็นคนที่ไม่ชอบอวดรวยอะไรมากนัก และออกจะเงียบๆ ด้วยซ้ำไป บางคนก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาวางมือจาก Microsoft มาหลาย 10 ปีแล้ว นอกจากนั้นยังมีคนน้อยมากที่รู้ว่าเขามีมูลนิธิที่บริจาคเงินให้แก่โลกใบนี้สูงที่สุดในโลก ที่คอยช่วยเหลือผู้ยากไร้ในหลายๆ พื้นที่บนโลกใบนี้

ภาพยนตร์ซีรีส์ชุดนี้มีทั้งหมด 3 ตอน ตอนละประมาณ 1 ชั่วโมง ดังนั้นจึงค่อนข้างดูเพลินเลยทีเดียว ผมเองดูคืนเดียวทั้ง 3 ตอนเลย โดยตอนแรกจะถามว่า Gates เป็นคนยังไง? ชอบกินอะไร? ทานอาหารมื้อเช้าไหม? นอนกี่ชั่วโมงต่อวัน? ความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัวเป็นไง? ตอนที่สอง จะเป็นเรื่องรายละเอียดของชีวิต และการทำงาน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับภรรยาของเขา Melinda Gates เป็นอย่างไร? รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และยังเป็นเพื่อนสนิทของเขาอีกด้วยที่มีชื่อว่า Paul Allen ตอนที่สาม จะถามเรื่องราวของปัญหาที่เขามาในชีวิต ถามเรื่องของสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดในชีวิต (ไม่น่าเชื่อว่า เขาตอบเหมือนกันกับ Jack Ma มาก) นั่นก็คืออยากจะขอบคุณภรรยาของเขาให้มากกว่านี้และเรื่องราวของอนาคตของเขา ทั้งสามตอนจะแทรกไปด้วยสิ่งที่มูลนิธิของเขาพยายามที่จะทำอยู่ เช่น พยายามที่จะต่อต้านโรคต่างๆในหลายๆประเทศที่ด้อยพัฒนา ตั้งแต่ระบบสุขอนามัยในห้องน้ำที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อมากมาย โรคโปลิโอที่เขาพยายามที่จะทำให้โรคนี้หายไปจากโลกเหมือนกับโรคฝีดาษ รวมไปถึงปัญหาโลกร้อน ที่เขามองว่าปัญหาของโลกร้อนอยู่ที่เชื้อเพลิงที่เราใช้กัน โดยเขามองว่าพลังงานนิวเคลียร์รูปแบบใหม่สามารถตอบโจทย์ได้ แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่มีอยู่ในเวลานี้

และสิ่งที่ทำให้ Gates ลำบากใจมากที่สุดก็คือ เรื่องที่เขาโดนศาลตัดสินว่าบริษัทของเขาเป็น Monopoly หรือผู้ผูกขาดเมื่อปี 1998 (ซึ่งตอนนี้ Facebook Google และ Amazon ก็กำลังโดนกฎหมายป้องกันการผูกขาดที่เรียกว่า Antitrust Law เล่นงานอยู่) เนื่องจากว่าในช่วงนั้นเป็นช่วงยุคของธุรกิจ DotCom มีหลายๆ บริษัทเริ่มเข้ามาทำผลิตภัณฑ์คล้ายๆ กับ Microsoft มากขึ้น มีคู่แข่งอยู่รายหนึ่งมีชื่อว่า Netscape เขาได้เข้าสร้างโปรแกรมในการท่องเว็บไซต์ขึ้นมา ซึ่งทำได้ดีกว่าและ เร็วกว่าโปรแกรมท่องเว็บไซต์รุ่นแรกของ Microsoft ที่เรียกว่า Internet Explorer ทำให้ทีมงานของ Microsoft ต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อที่จะทำให้ Internet Explorer ของพวกเขาต้องทำงานได้ดีกว่า ปรากฏว่าใช้เวลาไม่ถึง 6 เดือน Internet Explorer สามารถทำได้เหมือนกับ Netscape ทุกประการ และยังสามารถมีประสิทธิภาพดีกว่า Netscape ถึง 6 เท่า จนสุดท้ายบริษัท Netscape ก็ต้องปิดตัวลง

ปี 1998 กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐยื่นฟ้อง Microsoft ว่าเป็นบริษัท Monopoly Gates และผู้บริหาร Microsoft เลยโดนไต่สวนกันระนาว โดยเฉพาะ Gates โดนไต่สวนอยู่ 2 วันเต็มๆสุดท้ายในปี 2000 Microsoft ก็แพ้คดี และถูกบังคับให้แบ่งบริษัทเป็น 2 บริษัท โดยบริษัทหนึ่งกลายเป็นบริษัทที่ทำแต่ระบบปฏิบัติการ และอีกบริษัทหนึ่งทำแต่ซอฟต์แวร์เท่านั้น

ในปัจจุบัน มีบริษัทที่ผูกขาดในธุรกิจต่างๆอยู่มากมาย อาทิ Luxottica (เจ้าของเป็นคนที่ร่ำรวยอันดับ 1 ของอิตาลี) Luxottica ทำแว่นกันแดดและแว่นตาให้กับแบรนด์ชั้นนำของโลกอย่าง Ray-ban, Dolce & Gabbana และแบรนด์อื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงเป็นเจ้าของร้าน Sunglasses Hut อีกด้วย ในบรรดาแว่นตาที่ขายกันอยู่ทั่วโลก Luxottica กินส่วนแบ่งการตลาดถึง 30% ของแว่นตาทั้งหมดทีเดียว (ตามรายงานของ Euromonitor)

ทางด้าน Social Media ปัจจุบันนี้มีแอปทางด้านนี้มากกว่า 5,000 แอป แต่ที่เรารู้จักและใช้กันอย่างจริงจังมีไม่ถึง 10 แอป อาทิ Facebook, Instagram, Line, YouTube และ WhatsApp ซึ่ง 3 ใน 5 ของแอปที่กล่าวมานี้ก็มีเจ้าของเป็นคนๆ เดียวกันนั่นคือ Mark Zuckerberg จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม? เขาจึงร่ำรวยติดอันดับโลก ซึ่งทุกวันนี้จำนวนคนที่ใช้ Facebook ยังมากกว่าประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่างจีนอีกด้วย ตัวเลขของคนใช้ Facebook ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ประมาณ 2.41 พันล้านคน แสดงว่าทุกๆ 2 ใน 5 คนบนโลกใบนี้ใช้ Facebook กัน

นอกจากนั้นการเป็น Monopoly ในธุรกิจใดทุกธุรกิจหนึ่ง มันมักจะเชื่อมโยงไปถึงความเป็น Monopoly ในธุรกิจอื่นๆอีกด้วย อาทิ เครือข่ายร้านกาแฟชื่อดังในเมืองไทยไม่ว่าจะเป็น True Coffee, Amazon Café, Starbucks, All Café และ Chester’s Coffee อันที่จริงมีเจ้าของอยู่เพียง 3 บริษัทเองนั่นคือ ปตท. กลุ่มซีพี และกลุ่มไทยเบฟ พอเห็นภาพไหมครับว่า ทุกวันนี้โลกเราได้เข้าสู่ยุค Monopoly ไปแล้ว และล่าสุดเมื่อ 4 ปีที่แล้ว Marriott ก็ไปซื้อ Starwood และกลายเป็นเครือข่ายธุรกิจโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ท้ายนี้ หนึ่งในคำพูดที่ผมประทับใจมาก มาจากนักบาสเก็ตบอลที่มีชื่อเสียงในระดับโลกที่มีชื่อว่า Kevin Durant เขาพูดว่า “If You Can’t Beat Them, Join Them” หรือแปลตามความว่า ถ้าคุณไม่สามารถชนะเขาได้ ก็ไปเป็นพวกเขาเลยสิ

หาอ่านบทความ และความรู้ด้านการลงทุนของผู้เขียนได้เพิ่มเติมได้ที่ www.doctorwe.com

โดย... ทิวัตถ์ ชุติภัทร์

ดูบทความทั้งหมดของ คุยให้.... “คิด”

แชร์ข่าว :
Tags: