ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านภาษาอังกฤษ

17 กันยายน 2562
532

รัฐบาลนี้น่าจะอยู่ได้นานครบเทอม

ดูการอภิปรายในรัฐสภาตั้งแต่เริ่มครั้งแรกเมื่อมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาฯ และสุดท้ายที่รัฐบาลแถลงนโยบาย

ก็พอจะเห็นเงาลางๆว่าอนาคตการทำงานของรัฐสภาไทยน่าจะไปทางไหน

ฟากรัฐบาล ยกให้การอภิปรายของรองนายกฯสมคิดดีที่สุดในเนื้อหา การอภิปรายสองวัน รองนายกฯสมคิดชี้ให้เห็นปัญหาและพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจที่เป็นกับดักของประเทศมายาวนานเพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบ่อยครั้ง แต่เราก็กลับมาได้และทำได้ดีในหลายๆเรื่อง ที่เห็นด้วยมากที่สุดคือระบบเศรษฐกิจของเราต้องปฏิรูปทั้งระบบ

เมื่อสักสองสามปีมานี้ได้อ่านบทความจากธนาคารโลกเรื่องนโยบายทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศกำลังพัฒนาว่า เมื่อประเทศติดกับดักพัฒนาไม่ได้เร็ว อัตราการเจริญเติบโตช้าลงต่อเนื่อง จะต้องเปลี่ยนแนวคิดว่าเพียงแค่นโยบายการเงิน (Monetary Policy) และนโยบายการคลัง (Financial Policy) คงไม่สามารถผลักดันประเทศขึ้นจากหล่มได้ เพราะทั้งสองนโยบายเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ถ้าจะให้พ้นจากกับดักที่ทำให้ติดหล่มจะต้องใช้นโยบายด้านโครงสร้าง (Structural Policy) หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเท่านั้น ซึ่งได้เขียนเป็นบทความลงหนังสือพิมพ์ ประกอบรายงานเรื่องการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ จากทั้งหมดเกือบยี่สิบด้านต่อเนื่องเกือบหนึ่งปี
การปฏิรูปโครงสร้าง (Structural Reform) หรือการออกนโยบายด้านโครงสร้างของประเทศเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้สรรพกำลังระดมจากทุกองคาพยพ ถ้าเพียงแต่ให้ธนาคารชาติดูแลเรื่องนโยบายด้านการเงิน เรื่องดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก และกระทรวงการคลังดูแลเรื่องนโยบายด้านการคลัง ที่เป็นเรื่องการออกกฎหมายจัดเก็บภาษี เพิ่มภาษี ลดภาษี ยกเว้นภาษี อย่างนี้ไม่มีทางแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมได้ทั้งหมด เพราะเมื่อแก้ที่เรื่องหนึ่งก็มักจะไปโป่งอีกเรื่องหนึ่ง เหมือนบีบลูกโป่ง บีบตรงนี้ก็ไปปูดตรงโน้น เพราะอากาศยังวนเวียนอยู่ในลูกโป่งเหมือนเดิม นโยบายด้านโครงสร้างจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำเพื่อแก้ไขทั้งระบบ

สำหรับฟากฝ่ายค้าน ประทับใจใน สส.ของพรรคอนาคตใหม่สองสามคนที่แม้มีประสบการณ์ไม่มาก แต่มีการศึกษาดี และมีความตั้งใจในการทำงานออนุญาตเอ่ยนาม คือคุณศิริกัญญา ตันสกุล คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และคุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ การอภิปรายของสองสามท่านนี้แสดงถึงการศึกษาเนื้อหาที่ตรงจุดตรงประเด็น แสดงให้เห็นการเชื่อมโยงของระบบต่างๆที่ทำให้เกิดปัญหาที่ต่อเนื่องประเทศติดหล่ม เป็นคนหนุ่มสาวที่น่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ผลักดันประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกหวังว่าจะมีคนหนุ่มสาวที่ทำงานในรัฐสภาอย่างสองสามท่านนี้เพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ฝ่ายค้านมีการค้านอย่างเข้มแข็ง มีเหตุผล มีหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์ มากกว่าการใช้วาทะกรรมตอบโต้กันไปมาที่ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรให้กับสังคมและประเทศชาติ

ในจำนวนรัฐมนตรีที่อภิปรายชี้แจงตอบข้อซักถามในสภานี้ รองนายกฯสมคิดเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ทำงานต่อเนื่องจึงสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ดี สำหรับรัฐมนตรีหน้าใหม่ยังไม่ได้เริ่มทำงานจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจตอบคำถามอะไรได้ไม่มากนัก ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไป

ยังมีหลายคนที่ยังพูดถึงเรื่องรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ และคาดว่ารัฐบาลนี้อาจมีอายุไม่นาน แต่สำหรับผม กลับคิดตรงกันข้ามว่า เสียงปริ่มน้ำไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลย เพราะถ้ารัฐบาลมีทีมงานที่เข้มแข็งทำงานต่อเนื่องและมีผลงานชัดเจน สิ่งเหล่านี้มีความเป็นรูปธรรมมากกว่าวาทะกรรมที่พูดกันไปมา ไม่มีแก่นสาร ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน

สิ่งที่ฝ่ายค้านจะต้องแก้ไขคือการทำงานที่มีรากฐานจากข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรม มีการศึกษาปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ฉาบฉวยเพียงแค่ลงพื้นที่พูดจากับชาวบ้านไม่กี่คนแล้วมาสรุปเป็นปัญหาระดับชาติเพื่อให้รัฐบาลแก้ไข วิวาทะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ไม่สร้างสรรค์ ไม่ทำให้ประชาชนที่มีความคิดประทับใจ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนแท้จริง

สิ่งที่น่าห่วงก็คือ พรรคการเมืองฝ่ายค้านที่เป็นหลักยังมีวิธีคิดแบบเก่าๆ ใช้วิธีการแบบเก่าๆ แล้วก็หวังว่าจะได้ผลแบบที่เคยได้ในวันเก่าๆ ทั้งๆที่โลกเปลี่ยนไปมากแล้ว พรรคการเมืองที่อยู่ในวังวนนี้คงจะไม่มีโอกาสเติบใหญ่ในอนาคต นอกจากจะมีการปรับโครงสร้างเอาคนใหม่ แนวคิดใหม่ วิธีการใหม่ ไม่เช่นนั้นก็รอวันล่มสลาย

ถึงได้บอกว่า แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่ความอ่อนแอของพรรคฝ่ายค้านทำให้รัฐบาลนี้ทำงานได้ต่อเนื่อง ยิ่งมีโอกาสทำงาน ก็ยิ่งสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชน ถ้าการทำงานนั้นตรงไปตรงมา โปร่งใส ไม่มีนอกมีใน ไม่มีทุจริตคอรัปชั่น แล้วพรรคฝ่ายค้านจะเอาอะไรไปล้มรัฐบาล

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

แชร์ข่าว :
Tags: