โหมโรง

ดูบทความทั้งหมด

ปกรณ์ พึ่งเนตร

16 กันยายน 2562
535

หยุดจับแพะชนแกะ

สังคมที่ขัดแย้งแบบหน้ามืด รอไม้ขีดก้านเดียวก็ฆ่ากันได้ทันที มักจะมีสภาพการณ์แบบที่กำลังเกิดในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้นี่แหละ

จับแพะชนแกะ กล่าวหากันไปมา ข้าชั่วเอ็งก็เลว ทั้งๆ ที่มันไม่ได้เกี่ยวกันสักเท่าไร แต่เน้นสะใจเป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขุนพลฝ่ายค้านออกมาแอ่นอกยอมรับว่า เป็นคนสะกิดให้สื่อออสเตรเลียขุดประวัติผู้กองธรรมนัสเอง ในเรื่องที่สงสัยว่า เคยติดคุกในคดีค้ายา ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลก็โต้ทันทีว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ค้ายาเหมือนกัน ตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เองก็เคยถูกสอบทุจริตจัดซื้อมอเตอร์ไซค์ไทเกอร์ ถึงกับส่งสัตวแพทย์ไปแถลงแฉประจานกันที่สภา

ถามว่า แฉกลับแล้วได้อะไร นอกจากความสะใจ ข้อกล่าวหาที่มีต่อผู้กองธรรมนัสจะถูกลบไป กลายเป็นคนไม่มีประวัติหรืออย่างไร วุฒิการศึกษาปริญญาเอก กลายเป็นซูเปอร์ดอกเตอร์กระนั้นหรือ หน้าที่ในทางการเมืองของผู้ถูกกล่าวหา คือชี้แจงข้อกล่าวหาของตนเองอย่างชัดเจน โปร่งใส (ผู้กองธรรมนัสก็ทำอยู่ อันนี้ต้องยอมรับ) 

ส่วนรัฐบาลก็ต้องตั้งเรื่องตรวจสอบ เพราะข้อกล่าวหามันร้ายแรง อับอายขายหน้าเขาไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่เรื่องกระพี้ อย่างที่นายกฯพูด 

รัฐมนตรีอุดมศึกษาต้องออกมาขยับแสดงบทบาท รองนายกฯฝ่ายกฎหมายต้องช่วยเอกซเรย์อีกแรง ไม่ใช่เอาแต่ปกป้อง เพราะนี่คือรัฐบาลตัวแทนประเทศ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของคนในครอบครัว หรือปัญหาในบ้านจันทร์โอชา สิ่งที่ควรทำกลับไม่ทำ ดันไปสะกิดให้ลิ่วล้อออกมาแฉกลับคนที่แฉ 

คงมีแต่บ้านนี้เมืองนี้เท่านั้นแหละ ที่ทุ่มเทตรวจสอบฝ่ายค้าน เอาเป็นเอาตายกับคนทำหน้าที่ตรวจสอบ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้มีอำนาจรัฐ ฝ่ายตัวเองต่างหากที่มีอำนาจรัฐ ถ้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เคยโกง ก็ไปร้องทุกข์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการ

จะว่าไป ยุคนี้มันยุคจับแพะชนแกะจริงๆ เป็นกันทั้งสองฝ่าย ฝากความหวังกับใครไม่ได้ เพราะอีกด้าน แม่ทัพพรรคสีส้ม ก็เดินสายปลุกต้านเผด็จการ หยิบทุกประเด็นมาเป็นปมขัดแย้งระหว่าง เผด็จการกับประชาธิปไตย” 

อย่างเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ไปพูดเรื่องที่ดินแสมสาร โยงไปถึงเผด็จการรังแกชาวบ้าน ทั้งๆ ที่ข้อพิพาทเรื่องนี้มีความซับซ้อน และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งแต่การเป็นพื้นที่ทรงสงวน สมัย ร.6 เพื่อประโยชน์ทางความมั่นคงของชาติ ฉะนั้นจึงไม่ควรมาสรุปมั่วๆ ด้วยวาทกรรมสั่วๆ เช่นนี้

หรือไปลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม แทนที่จะแจกของ ดูแลชาวบ้าน ไปพล่ามเรื่องงบสร้างรถไฟฟ้า เทียบกับงบจัดการน้ำในจังหวัดที่ถูกน้ำท่วม ถามว่ามันเทียบกันได้ไหม เป็นการเปรียบเทียบบนฐานเดียวกันหรือไม่ แล้วรถไฟฟ้าที่กรุงเทพฯ คนต่างจังหวัดไม่ได้ใช้หรืออย่างไร หรือว่ามีกำแพงกั้น แยกกันอยู่ ลูกหลานคนชนบทไม่ได้มาทำงานกรุงเทพฯ หรือ พูดเอาแต่สะใจ เน้นแต่สร้างความแตกแยก

พลังประชารัฐตัวแทนคนยุคเก่า อัศวินสีส้มพลังคนรุ่นใหม่ หากตั้งความหวังกับใครไม่ได้ บ้านเมืองก็คงใกล้ถึงจุดจบ!

 

ดูบทความทั้งหมดของ โหมโรง

แชร์ข่าว :
Tags: