กลยุทธ์การลงทุนเดือนกันยายน

กลยุทธ์การลงทุนเดือนกันยายน

สวัสดีครับท่านนักลงทุนกลับมาพบกันอีกครั้ง เพื่อมาคุยกัน เรื่องกลยุทธ์การลงทุนในเดือนกันยายน

เพื่อให้ทราบว่า ท่านนักลงทุน ต้องเตรียมกำหนดกลยุทธ์ อะไรกันบ้างในเดือนนี้

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทย ทะยานขึ้นไปถึง 100  จุด และต่อมาในเดือนกรกฏาคม  ดัชนีหุ้นไทยเริ่มปรับฐานลดลง 30 จุด และปรับฐานต่อเนื่องถึงเดือนสิงหาคม ดัชนีหุ้นยังดิ่งลงมาต่อ 100 จุดโดยประมาณ สรุปได้ว่า สามเดือนที่ผ่านมาหุ้นลบไป 30 จุด

บรรยากาศการลงทุนกลับมาดีขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความหวังเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ ฯ กับจีน หลังจากที่จีนแสดงท่าทีประนีประนอมมากขึ้น โดยทางการจีนประกาศจะไม่ตอบโต้การขึ้นภาษีของสหรัฐ ฯ ในวันที่ 1 กันยายน นี้

ท่าทีของทางการจีน ทำให้ คาดว่า SET Index น่าจะแกว่งตัวขึ้นไปทดสอบ 1,647 –1,648 จุด  แต่เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังขาย เชื่อว่าดัชนีจะฟื้นเพียงชั่วคราว  

มีเรื่องอยากเน้นนักลงทุน เรื่อง ธปท.ยังไม่ใช้ DSR ในปีนี้ มาตรการ DSR (Debt service ratio)หรือการคุมภาระหนี้ต่อรายได้สูงสุด เป็นมาตรการดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือน และจะใช้กับสินเชื่อรายย่อยเป็นหลัก การเลื่อนใช้ DSR ช่วยปลดล็อคความกังวลต่อหุ้นกลุ่ม Consumer finance โดยเฉพาะ 2H เป็นฤดูกาลปล่อยสินเชื่อของกลุ่มนี้ เราคาดว่าสินเชื่อใน 2H19 จะดีกว่าครึ่งปีแรก ส่วนผลกับกลุ่ม Property เรื่อง การเลื่อนใช้ DSR ช่วยลดแรงกดดันต่อผู้ประกอบการกลุ่มกลางล่าง ซึ่งพึ่งพาสินเชื่อเป็นหลักไปได้ แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นเช่น การแข่งขันสูงและ Demand ชะลอทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้ง มาตรการ LTV ยังอยู่ การฟื้นตัวของกำไร 2H19 เป็นไปตามฤดูกาลแต่ยังไม่กลับสู่จุดเดิม

สำหรับการซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุน เดือนสิงหาคม 2562 ( ข้อมูลวันที่ 1 - 29 สิงหาคม 2562) นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 54,241.14 ล้านบาท สถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ  32,398.42 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ ขายสุทธิ 10,741.38  ล้านบาท และรายย่อย ซื้อสุทธิ  32,584.10  ล้านบาท

ในเดือนกันยายน ยังมีหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐ ฯ - จีน การประชุมธนาคารกลางต่าง ๆ โดยเฉพาะ FED รวมถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นทั้งปมถวายสัตย์ไม่ครบและการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของนายก ฯ

วันที่ 17-18 กันยายน จะมีการประชุม FED ต้องตามว่า จะมีการลดดอกเบี้ยหรือไม่ แต่ตลาดหุ้นคาดไว้ว่า FED จะลดดอกเบี้ย

เราคาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,590 – 1,650 จุดและยังมีความผันผวนสูงจากประเด็นสงครามการค้าที่ยังตึงเครียด รวมถึงภาพ Inverted Yield Curve ที่กดดันและสร้างความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อาจถดถอยในอนาคต ขณะที่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงสามารถเก็งกำไรลุ้นการรีบาวด์หากดัชนีปรับฐานลงมาบริเวณ 1,590 จุด เราจึงยังเน้นพักเงินในหุ้น Domestic และ Defensive Play ซึ่งปลอดภัยจากประเด็นดังกล่าว เช่น กลุ่มสื่อสาร กลุ่มนิคม ฯ กลุ่มการแพทย์ กลุ่มโรงไฟฟ้า เป็นต้น

เชื่อว่าการแกว่งตัวผันผวนของดัชนียังคงมีต่อในเดือนกันยายน นักลงทุนควรเข้าซื้อหุ้นในช่วงที่หุ้นปรับตัวลงเท่านั้น ไม่ควรไล่ซื้อหุ้นในวันที่หุ้นขึ้นแรง แต่ถ้าใครติดหุ้นพื้นฐานดี เมื่อหุ้นขึ้นมา ยังไม่ต้องรีบขายตัดขาดทุน เพราะปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1,730 จุด

ส่วนนักลงทุนที่ลงทุนแบบซื้อมาขายไป ควรใช้ Technical เข้าช่วยในการซื้อขาย และที่อยากเน้นย้ำก็คือ ถ้านักลงทุน ซื้อขายแบบรายวัน ถ้าเกิดขาดทุนควรตัดขาดทุนในวันไปเลย ไม่ควรเก็บเข้ามาเป็นหุ้นระยะยาว เพราะตอนซื้อเราไม่ได้ศึกษาปัจจัยพื้นฐานล่วงหน้า เราซื้อเพราะตั้งใจซื้อขายในวัน ดังนั้นถ้าแพ้ควรขายทิ้งเลย

ในเดือนนี้ตลาดหุ้นมีแนวรับอยู่ที่ 1,640 – 1,620 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,660 – 1,670 จุด ก่อนจากกันเช่นทุกครั้ง ต้องบอกกันว่า  การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง พบกันใหม่เดือนหน้า สวัสดีครับ