อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล

ดูบทความทั้งหมด

อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น

15 สิงหาคม 2562
872

Neuralink เปิดฉาก นวัตกรรมสมองเชื่อม AI

ภาพแถลงข่าวการเปิดตัวบริษัทนิวรอลลิงค์ (Neuralink) ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2019 อาจเปรียบได้กับการเปิดฉากของนิยายไซไฟ

เรื่องใหม่ที่มนุษย์สามารถสั่งงานคอมพิวเตอร์ได้ โดยการนึกคิด ผ่านนวัตกรรม Brain–Machine Interface (BMI) อีกทั้งยังไขความลับเกี่ยวกับบริษัทใหม่ของอีลอนที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2016 พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอีกขั้นของเทคโนโลยีด้าน Neurotechnology และ Biomedical Engineering (BioMed) ซึ่งคนส่วนมากอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงทฤษฏีหรืองานวิจัยในห้องทดลองที่ยังอยู่ไกลตัว

การฝังประสาทเทียมในสมองถูกนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) แล้วกว่า 150,000 ราย โดยเป็นการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นสมองให้ส่งกระแสไฟฟ้าผ่านเนื้อเยื่อเพื่อควบคุมการสั่นของคนไข้ อย่างไรก็ตามทีมงาน Neuralink เชื่อว่านวัตกรรม BMI ที่บริษัทพัฒนาขึ้นจะช่วยให้การอ่านสัญญาณประสาทดีมากกว่าที่มีอยู่ในขณะนี้ และสร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อสมองน้อยกว่าการฝังอุปกรณ์ในสมองคนไข้เช่นการรักษาในปัจจุบัน โดยจากรายงานของ Neurotech Reports ระบุว่าตลาดของ NeuroTech อาจมีมูลค่าสูงถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2020

 

เชื่อมสมองเข้ากับคอมพิวเตอร์

ในระหว่างการแถลงข่าว อีลอนได้เปิดตัวทีมงานและผู้ร่วมก่อตั้งบางคนของ Neuralink ซึ่งเป็นบุคลากรจากหลากสาขาวิชา อาทิ Max Hodak (President/BioMed), Dr. Matt McDougall (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดสมอง), Dr. Vanessa Tolosa (BioMed และหัวหน้าทีม Neural Interfaces), Dongjin Seo (วิศวกรไฟฟ้าและหัวหน้าทีม Implant Systems) และ Dr. Philip Sabes (ศาสตราจารย์กิติคุณด้าน Neuroscience) ซึ่งต่างมีบทบาทในการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำหน้านี้ เพื่อเชื่อมคำสั่งจากสมองเข้ากับการทำงานของอุปกรณ์ภายนอกร่างกายผ่านระบบไร้สาย (Wireless) โดยสามารถควบคุมผ่านแอพในสมาร์ทโฟน เพื่อรักษาโรคและอาการทางสมองโดยใช้นวัตกรรม BMI

อีลอนได้กล่าวถึงเทคโนโลยี BMI จาก Neuralink ที่มีจุดเด่นด้านการพัฒนาด้าย (Thread) เพื่อใช้ยึดอิเล็คโทรด ซึ่งมีขนาดความกว้างของด้ายเพียง 4 ถึง 6 ไมครอนและมีขนาดเล็กกว่าเส้นผม ทำให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าด้ายที่ใช้ทางการแพทย์ในปัจจุบัน และช่วยลดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อในสมอง โดยคาดว่าจะสามารถยึดอีเล็คโทรดได้มากถึง 3,072 ตัวในด้าย 96 เส้น

Vanessa Tolosa ได้อธิบายถึงปัญหาของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันว่า ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของ BMI ที่ทีมงานต้องการ จนทำให้ทีมงานต้องพัฒนาชิ้นส่วนและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้สามารถใช้งานภายในร่างกายมนุษย์ได้เป็นเวลานาน ต้องทำจากวัสดุที่ใช้กับงานทางชีวภาพที่มีขนาดเล็กมาก โดยชิพหรืออุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าจะตัองถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหากับร่างกาย หรือเป็นแพ็คเกจที่เรียกว่า “Hermetic Packaging” ที่ต้องทำงานได้ทั้งเพื่อการบันทึกข้อมูลและการกระตุ้นนิวรอน ที่สำคัญในขบวนการผลิตคือต้องสามารถขยายการผลิตโดยที่ยังรักษาคุณสมบัติการทำงานที่สม่ำเสมอแม้อุปกรณ์จะมีขนาดเล็กเพียงระดับไมครอนก็ตาม

Matt McDougall ได้กล่าวถึงหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบเพื่อใช้งานว่า สามารถฝังด้ายกว่าร้อยเส้นและอีเล็คโทรดกว่าพันชิ้นเข้าสู่สมองส่วนคอร์เทกซ์ (Cortex) อย่างแม่นยำด้วยสเกลระดับไมครอน ซึ่งหุ่นยนต์จะเลือกฝังด้ายในตำแหน่งที่ได้ถูกกำหนดแผนการฝังไว้แล้วอย่างแม่นยำและต่อเนื่อง โดย Neuralink หวังว่าในที่สุดแล้วการผ่าตัดจะไม่ซับซ้อนและสามารถทำได้เช่นเดียวกับการทำเลสิก (Lasik) ในคลีนิก

Dongjin Seo ผู้เคยร่วมค้นคว้าในโครงการ Neural Dust ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียร์ เบิร์กลีย์ (Berkeley) ได้อธิบายถึงนวัตกรรมการพัฒนาชิพที่เรียกว่า “N1 System On Chip (SOC)” ซึ่งมีขนาดเพียง 4 x 5 มิลลิเมตร เพื่อบันทึกสัญญาณประสาทจากนิวรอน จากนั้นทำการขยายสัญญาณ กรองและแปลงสัญญาณให้เป็นดิจิทัล และใช้ดิจิทัลโลจิกเพื่อจัดการและคัดข้อมูลเพื่อส่งไปยัง BMI โดยคำนึงถึงคุณภาพของสัญญาณ ขนาดของชิพ การใช้พลังงานที่ต่ำเพื่อลดความร้อนและประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ รวมทั้งคำนึงถึงการลดการรบกวนของสัญญาณ (Noise) เพื่อให้ได้คุณภาพสัญญาณที่ดีที่สุด

Max Hodak และศาสตราจารย์ Philip Sabes ได้อธิบายว่าเทคโนโลยีของ Neuralink มาจากการพื้นฐานงานวิจัยทางการแพทย์และ Neuroscience ในอดีต ไม่ใช่สิ่งที่เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่มีทฤษฏีและการพัฒนาที่น่าเชื่อถือรองรับ ซึ่งอีลอนย้ำว่านวัตกรรม BMI ไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ในเร็ววัน หากแต่ต้องใช้เวลาและการทดลองอีกมาก โดยหากผ่านการอนุญาตจากองค์การอาหารและยา (U.S. Food and Drug Administration) จะเริ่มทดลองกับคนไข้ในก่อนปลายปี 2020

 

Consumer-Friendly

ไม่เพียงแต่เงินลงทุนเริ่มต้นจำนวน 100 ล้านดอลลาร์ของอีลอนที่ช่วยให้สตาร์อัพน้ำดีอย่าง Neuralink ลดความกังวลด้านการเงินลงเท่านั้น แต่เชื่อว่าด้วยความรอบรู้ด้านการผลิตที่ล้ำหน้าของอีลอนอาจช่วยให้การวิจัยพัฒนาด้าน NeuroTech เกิดรวดเร็วขึ้นและสร้างความสนใจให้กับผู้คนและวงการแพทย์ โดยเฉพาะกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีสมองซึ่งต้องการผลงานที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนและมีหลักฐาน จึงเป็นการช่วยสานฝันให้กับทีมงาน Neuralink และผลักดันเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้ล้ำหน้าต่อไป การผ่าตัดที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายกำลังผลักดันการแพทย์ให้ก้าวสู่ยุคของ “Consumer-Friendly NeuroTech” ที่มนุษย์สามารถเชื่อมต่อกับ AI เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างจริงจัง

 

 

ดูบทความทั้งหมดของ อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล

แชร์ข่าว :
Tags: