ชลเดช เขมะรัตนา

ดูบทความทั้งหมด

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินเทค (ประเทศไทย) จำกัด

13 สิงหาคม 2562
1,652

ทำไมต้องรู้จัก Libra Association

เอกชนกลุ่มแรกที่ประกาศตัวเป็นสมาชิก Libra Association นั้นมีทั้งหมด 28 ราย

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการมาประมาณหนึ่งเดือนกว่า Libra ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในแวดวงการเงินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมุมมองของรัฐบาลและธนาคารกลางของแต่ละประเทศ จนล่าสุด David Marcus (ซึ่งเป็น Head of Calibra บริษัทลูกของ Facebook ที่จะทำหน้าที่เป็น Digital Wallet ให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเก็บ Libra เพื่อการจับจ่ายใช้สอย หรือการโอนต่อให้กับผู้ใช้งานอื่น) ก็ได้เข้าไปตอบข้อสงสัยในสภาคองเกรสเป็นที่เรียบร้อย โดยคำถามส่วนใหญ่จะเน้นถึงความน่าเชื่อถือของ Libra ในประเด็นเรื่องการรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นประเด็นที่ Facebook ได้เคยทำเสียชื่อเอาไว้ หากถามว่า Facebook ได้เตรียมรับมือกับที่จะต้องถูกโจมตีนี้อย่างไร คำตอบคือ Facebook ต้องพยายามออกแบบ Libra ให้มีความโปร่งใสที่สุด และ Libra ต้องไม่อยู่ภายใต้การบริหารงานของ Facebook

Libra Association จึงถือกำเนิดขึ้นเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ซึ่งจดทะเบียนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยที่ Facebook เป็นแค่เพียงหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งเท่านั้น เป้าหมายของ Libra Association คือการมีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งอย่างน้อย 100 รายในวันที่เริ่มใช้งาน Libra ซึ่งคาดการณ์กันว่าอาจจะเป็นปี 2020 โดยที่ Libra Association จะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนการพัฒนา Libra ในทุกด้าน รวมถึงต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและอนุมัติธุรกรรมที่เกิดขึ้นใน Libra Blockchain อีกด้วย

สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งแต่ละรายต้องเอาเงินมาลงขันใน Libra Association นี้อย่างน้อยรายละ 10 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาระบบนิเวศน์ของ Libra อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของรายได้ที่จะทำให้ Libra Association ทำหน้าที่ได้อย่างยั่งยืนนั้น ผลตอบแทนที่ได้รับจากการนำ Libra Reserve ไปลงทุนในเงินฝากธนาคาร และตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยรัฐบาล จะถือเป็นรายได้ของ Libra Association (ไม่ใช่รายได้ของผู้ถือ Libra) ถ้าในอนาคต Libra Reserve มีจำนวนสูง จนทำให้รายได้ส่วนนี้มีมากเกินกว่าค่าใช้จ่ายของ Libra Association แล้ว สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งจะได้รับการปันส่วนผลตอบแทนนี้ตามสัดส่วนการถือหุ้น อย่างไรก็ตาม สิทธิ์การออกเสียงของสมาชิกแต่ละรายจะถูกจำกัดไว้ไม่ให้เกิน 1% ไม่ว่าจะใส่เงินเข้ามาใน Libra Association มากแค่ไหน

หาก Libra ได้รับความนิยมในการใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน Libra Association จะเป็นองค์กรที่ทรงอิทธิพลมาก เทียบเคียงกับธนาคารกลางของประเทศมหาอำนาจเลยทีเดียว สำหรับในบางประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงและคนไม่เชื่อมั่นในสกุลเงินท้องถิ่น อาจมีความเป็นไปได้ว่าคนในประเทศนั้นจะถือและใช้ Libra แทนเงินของประเทศตัวเอง เหมือนกับปัจจุบันที่เราสามารถใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในบางประเทศได้เลย สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้น การดำเนินนโยบายการเงินอาจจะมีประสิทธิผลที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ เนื่องจากคนท้องถิ่นเชื่อมั่นและเลือกที่จะถือ Libra ซึ่งหนุนหลังโดย Libra Reserve แบบ 1 ต่อ 1 มากกว่าถือเงินของประเทศตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีอะไรหนุนหลังเลย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ภาครัฐในหลายประเทศจะมีมุมมองแบบระมัดระวังเกี่ยวกับ Libra ในขณะที่ภาคเอกชนบางรายที่มองเห็นโอกาสจะรีบกระโดดเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง Libra Association

ภาคเอกชนกลุ่มแรกที่ประกาศตัวเป็นสมาชิก Libra Association นั้นมีทั้งหมด 28 ราย ซึ่งรวมทั้ง VISA และ Master จึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่าผู้ใช้งานทั่วไปที่มี Digital Wallet เพื่อเก็บ Libra ไว้ จะสามารถใช้เงิน Libra นี้ผ่านร้านค้าที่รับการชำระเงินด้วยบัตร VISA และ Master ในปัจจุบัน ส่งผลให้การใช้งาน Libra มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วกว่า Cryptocurrency แบบอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย คำถามถัดไปคือ จะมีบริษัทในไทยที่ควรเข้าร่วม Libra Association หรือไม่ และคนไทยจะได้ประโยชน์อะไร เอาไว้รออ่านครั้งหน้านะครับ

ดูบทความทั้งหมดของ ชลเดช เขมะรัตนา

แชร์ข่าว :