ระเบิดการเมือง หรือไฟใต้ขยายวง

 ระเบิดการเมือง  หรือไฟใต้ขยายวง

หากย้อนดูไทม์ไลน์คดีระเบิดนอกพื้นที่ชายแดนใต้ที่ส่งสัญญาณถึงการเมืองในส่วนกลาง และมือระเบิดเป็นคนจากปลายด้ามขวาน จะพบข้อสังเกตที่น่าสนใจ

ปี 49 มีระเบิด 9 จุดกลางกรุงเทพฯช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ สันติบาลรวบตัววัยรุ่นจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ แต่ผลสอบไม่คืบหน้า เพราะรัฐบาลในขณะนั้นพุ่งเป้าไปที่ ระเบิดการเมือง โยงไปยังทหารนอกแถวฝ่ายตรงข้าม

ปี 56 ระเบิดหน้าร้านทำผมย่านรามคำแหง คดีนี้ถึงศาลฎีกาแล้ว ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 คนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนละ 33 ปี 4 เดือน

ปี 58 คาร์บอมบ์ในลานจอดรถห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งใช้รถยนต์และทีมงานจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขับหลบด่านลงเรือไปวางระเบิด

ปี 59 เดือน ส.ค. ระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ตำรวจออกหมายจับ 13 คน เป็นกลุ่มที่เรียกว่า “ทีมปัตตานีจับกุมได้ 3 คน

เดือน ต.ค.ปีเดียวกัน ช่วงใกล้ประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเซีย หรือ เอซีดี จับกุมผู้ต้องหา 14 คนเตรียมการลอบวางระเบิดป่วนกรุง เป็น “ทีมนราธิวาส-ศรีสาคร” ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก

ปี 62 ล่าสุด ระเบิดป่วนกรุงเกือบ 10 จุด ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน และช่วงผลัดเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ จนถึงขณะนี้ตำรวจจับกุม 3 ผู้ต้องสงสัยจาก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

เป็นที่น่าสังเกตว่า วิกฤติการณ์ทางการเมืองในบ้านเราตั้งแต่ปี 49 จนถึงปัจจุบัน ผ่านมาแล้ว 13 ปี มีการรัฐประหาร 2 ครั้ง มีการก่อเหตุระเบิดและตระเตรียมก่อเหตุในลักษณะ วินาศกรรม-ก่อการร้าย ที่มีหลักฐานเชื่อมโยง ทีมปฏิบัติการ” จากชายแดนใต้ 6 ครั้ง ในจำนวนนี้ 5 ครั้งเกิดในรัฐบาลทหาร หรือรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจมาจากการรัฐประหาร

การค้นหา มูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ ถือว่าสำคัญมาก เพราะหากกลุ่มขบวนการในภาคใต้สามารถขึ้นรถทัวร์มาก่อเหตุป่วนกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ได้เป็นระยะๆ โดยไม่ได้ถูกจ้าง ย่อมหมายถึงศักยภาพของกลุ่มขบวนการที่มั่นคงแข็งแรง หรืออาจเกิดกลุ่มฮาร์ดคอร์ใหม่ๆ ที่ไม่ขึ้นการบังคับบัญชากับขบวนการแบ่งแยกดินแดน สามารวางแผนก่อเหตุได้อย่างอิสระ (เรียกว่ามีโจรอิสระ หาทุนเอง ก่อเหตุเอง) ฉะนั้นโอกาสที่ไฟใต้จะมอดดับตามคำโฆษณา...คงต้องเลิกหวัง

แต่ถ้ามีกลุ่มการเมืองผสมโรงกดปุ่มสั่งการทีมจากชายแดนใต้ให้วางระเบิดป่วนเมืองได้ด้วย ก็ย่อมหมายถึงสถานการณ์ยิ่งล่อแหลม แก้ไขปัญหายากขึ้นไปอีก

คำตอบทั้งหมดจึงย้อนกลับมาที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงว่าจะสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้ได้หรือไม่ และปัญหาภาคใต้ดูจะยิ่งซับซ้อนซ่อนเงื่อน จนอาจทำให้ประเทศไทยหาความสงบที่แท้จริงไม่ได้อีกต่อไป