ทัศนะจากผู้อ่าน

ดูบทความทั้งหมด

ผู้อ่านสามารถส่งเรื่องมาได้ที่ [email protected]

31 กรกฎาคม 2562
831

สถาบันบริหาจัดการธนาคารที่ดิน มุ่งลดปัญหาที่ดินหลุดจำนอง

เกษตรกรและผู้ยากจนที่มีปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินของตนเอง ทั้งกรณีหลุดจำนองขายฝากและถูกบังคับคดี สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน หรือ “บจธ.

ได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียด เงื่อนไขในการขอรับเงินความช่วยเหลือในโครงการฯให้ใหม่ ยืนยันถึงเป็นหนี้ ก็ยังมีที่ดินทำกินอยู่โดยเปลื่ยนมาเป็นวิธีให้สินเชื่อโดยวิธีการให้เช่าซื้อ ที่ดินไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท และให้เป็นสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไม่เกินรายละ 2 แสนบาท

สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. กำลังดำเนินการ โครงการแก้ปัญหาการสูญเสียสิทธิ์ในที่ดินของเกษตรกรและผู้ยากจน เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่มีปัญหา โดย บจธ. จะจัดซื้อที่ดินที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์และเหมาะสมสำหรับการทำการเกษตรและอยู่อาศัย แล้วจัดให้เกษตรกรและผู้ยากไร้เข้าทำกินหรืออยู่อาศัยในที่ดินของตนเองต่อไป โดยการให้เช่าซื้อ อีกทั้งยังให้สินเชื่อ แก่เกษตรกรและผู้ยากจน ที่มีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน หรือสูญเสียสิทธิในที่ดินไปแล้ว รวมถึงเกษตรกรและผู้ยากจน และผู้ที่เคยได้รับสินเชื่อจาก บจธ. แล้ว

สำหรับโครงการนี้เป็นการแก้ปัญหาจากโครงการเดิมที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559-2560 ที่ผ่านมา ปัญหาที่พบมักเกิดจากเกษตรกรไปเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ของคนอื่น พอลูกหนี้ที่ตัวเองไปค้ำประกันชำระไม่ได้ เจ้าหนี้ก็จะมาบังคับคดีกับที่ดินที่จำนองไว้กับ บจธ. เลยต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ โดย บจธ. จะไปซื้อที่ดินดังกล่าวมา แล้วนำมาให้เจ้าของที่ดินเช่าซื้อระยะยาว 30 ปี ด้วยวิธีการนี้มั่นใจได้ว่า ต่อให้คุณเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว คุณก็ยังมีที่ทำกิน

ทั้งนี้ได้กำหนดลักษณะที่ดินที่ บจธ. จะให้ความช่วยเหลือ คือ ต้องเป็นที่ดินที่เหมาะสมกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ที่ผู้ขอความช่วยเหลือใช้ประกอบอาชีพ หรือเป็นที่อยู่อาศัย โดยต้องไม่เป็นที่ดินที่มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ต้องเป็นที่ดินเกษตรกรรม หรือที่อยู่อาศัย ที่อยู่ระหว่างระยะเวลาไถ่ถอนจำนอง หรือไถ่ถอนขายฝาก หรือเป็นที่ดินที่อยู่ระหว่างจะถูกยึดตามคำสั่งศาลเพื่อบังคับชำระหนี้ หรือถูกยึดเพื่อบังคับคดี และอยู่ระหว่างการขายทอดตลาด ถ้าเป็นที่ดินที่ถูกขายทอดตลาด หรือหลุดขายฝากไปแล้ว เกิน 5 ปี และผู้ขอความช่วยเหลือต้องทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับวงเงินที่ บจธ. ให้ความช่วยเหลือ กรณีให้เช่าซื้อที่ดิน ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท กรณีสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไม่เกินรายละ 2 แสนบาท ทั้งนี้กรณีเช่าซื้อ ส่วนที่เป็นค่าเช่าซื้อ เกษตรกรผู้เช่าซื้อต้องชำระค่าเช่าซื้อเท่ากับมูลค่าที่ดินที่ได้จัดซื้อและค่าธรรมเนียม รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ กับดอกเบี้ย ตามที่ บจธ. กำหนด โดยมีระยะเวลาชำระค่าเช่าซื้อและดอกเบี้ยไม่เกิน 30 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อ 3% ต่อปี ถ้าเป็นกรณีการให้สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม ระยะเวลาชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย ไม่เกิน 5 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี

ส่วนจำนวนที่ดินที่ บจธ. ให้เช่าซื้อเพื่อทำเกษตรกรรม ไม่เกิน 15 ไร่ต่อครอบครัว และให้เช่าซื้อเพื่ออยู่อาศัย ไม่เกิน 100 ตารางวาต่อครอบครัว สำหรับการแก้ไขปัญหาในโครงการนี้ ได้ช่วยเหลือเกษตรกรไปจำนวน 302 ราย ที่มีปัญหาที่ดินหลุดมือไปแล้ว จากการจำนองและขายฝาก ทำให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินกลับคืนมาเป็นของตนเอง คิดเป็นพื้นที่โดยรวมประมาณ 2,394ไร่

ลักษณะหนี้ตามโครงการนี้ จะต้องเป็นหนี้อันเนื่องมาจากการนำที่ดินไปขายฝาก หรือจำนองไว้กับเจ้าหนี้ สำหรับกรณีหนี้ที่เกิดจากการจำนองกับนิติบุคคลธนาคาร หรือสถาบันการเงิน ต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดีแล้วเท่านั้น ส่วนหนี้ที่เกิดจากการจำนองกับบุคคลธรรมดา ไม่ต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดีก็ได้ และจะต้องเป็นหนี้สินตามคำพิพากษาได้ทั้งในฐานะผู้กู้หรือผู้ค้ำประกัน

 อย่างไรก็ตาม เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของ บจธ. เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคัง ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความสุขของคนไทย เน้นสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการกระจายการถือครองทรัพย์สินให้มีความเป็นธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม

ยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดไว้ 6 ด้าน คือ ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาศและความเสมอภาคทางสังคม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งการดำเนินงาน ของ บจธ. จะอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 4 คือ การสร้างโอกาสและความเสมอทางเศรษฐกิจและสังคมให้คนทุกคนในสังคม

นอกจากนี้ แผนการดำเนินงานของ บจธ. ยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ส่วนที่ 4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมหล้ำในสังคม สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อเป็นกลไกที่ทำให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินที่จะช่วยให้เกษตรกร กลุ่มเกษตร ผู้ยากจน ได้มีที่ดินทำกินและมีที่อยู่อาศัย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเมินว่า เศรษฐกิจมีความเจริญเติบโตเป็นที่น่าพอใจ มีเสถียรภาพ และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแต่ยังมีปัญหาการกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรมและยั่งยืน การใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เต็มศัยภาพและไม่เหมาะสม ความมั่นคงในที่ดินทำกินของเกษตรกรและผู้ยากจนมีน้อย

อย่างไรแล้ว สำหรับเกษตรกรและผู้ยากจนที่ต้องการรับการช่วยเหลือเงินสินเชื่อดังกล่าว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์www.labal.or.th หรือส่งอีเมลล์ที่ [email protected] หรือโทรติดต่อได้ที่ โทร 0 2278-1244,02278-1648 ต่อ 601,602,610มือถือ 09 2659 1689 เพื่อรับความช่วยเหลือต่อไป

 โดย... 

สมชาย นุชธานี

ผู้อำนวยการกองการตลาด

สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) 

ดูบทความทั้งหมดของ ทัศนะจากผู้อ่าน

แชร์ข่าว :
Tags: