กรองกระแสท่องเที่ยว

ดูบทความทั้งหมด

ศ.ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ผู้อำนวยการสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

1 สิงหาคม 2562
1,518

รับมือท่องเที่ยวขาลงด้วยกิ๊กอีโคโนมี

ในวงการท่องเที่ยวไทยขณะนี้กำลังมีความวิตกกังวลว่า การท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศกำลังอยู่กำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ได้ลดเป้าหมายรายได้ปีนี้จาก 3.4 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราการเจริญเติบโต 10% เหลือ 3.38 ล้านล้านบาท เป็นอัตราการเจริญเติบโต 9.5% หรือลดลงกว่า 20,000 ล้านบาท สาเหตุของการชะลอตัวของการท่องเที่ยวนี้เกิดจากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะถดถอย จากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ อีกทั้งค่าเงินบาทของไทยก็แข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์และเงินสกุลอื่นๆ ทำให้การค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยสูงกว่าการไปเที่ยวในประเทศคู่แข่งอื่นๆ

ที่จริงแล้ว ในช่วงที่เป็นฤดูฝนจัดว่าเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจะน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว ช่วงเข้าพรรษาจึงเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะได้มีเวลาของการซ่อมบำรุง ทั้งอาคารและอุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เตรียมพร้อมสำหรับใช้งานในฤดูท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นช่วงที่ปล่อยให้ทรัพยากรธรรมชาติมีโอกาสฟื้นตัว 

อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ผู้ประกอบการก็ไม่สามารถหยุดการดำเนินงานได้ จึงมีความจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายแปรผัน วิธีการรับมืออย่างหนึ่งก็คือการพัฒนาระบบการจ้างงานแบบกิ๊กอีโคโนมี (Gig economy) คือเศรษฐกิจที่มีการจ้างงานแบบชั่วคราวหรือการให้บริการแบบไม่ประจำ ผู้รับจ้างทำงานเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งได้ค่าตอบแทนที่ตกลงกัน ผู้ทำการในระบบนี้จะเรียกว่ากิ๊กเวิร์คเกอร์ (Gig workers) 

อาจมีผู้เห็นว่าแรงงานในกิ๊กอีโคโนมีนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่มีมาตั้งแต่เดิมแล้ว ที่เป็นผู้รับจ้างในเศรษฐกิจนอกระบบ เช่น พวกที่รับจ้างทำสวน รับจ้างเล่นดนตรี การรับจ้างนวดแผนไทย ผู้ให้บริการแท็กซี่ หรือแม้แต่ผู้ให้บริการทางเพศ การทำงานไม่เต็มเวลาของนักเรียนหรือนักศึกษาเพื่อหารายได้เสริม รวมไปถึงแรงงานทักษะสูง เช่น ทนายความหรือที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นต้น

แต่แรงงานกิ๊กในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่แรงงานที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกิ๊กโดยภาวะจำยอม แต่เข้าสู่ระบบนี้ด้วยเหตุผลส่วนตัว เช่น สามารถจัดการเวลาของตัวเองได้ตรงตามใจมากขึ้น เช่น แม่บ้านสามารถที่จะไปรับงานชั่วคราวเพื่อสามารถที่จะดูแลครอบครัวได้ด้วยหรือสามารถจัดการการใช้ทรัพยากรของตนได้มากขึ้น เช่น การรับจ้างขับรถแกร๊บ(Grab car) หรือเอาห้องนอนที่ไม่ใช้ในบ้านเข้า Airbnb เป็นต้น 

แรงงานกิ๊กยุคใหม่จะมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นคือ สามารถส่งมอบงานตามมาตรฐานที่ตกลงกันได้ แรงงานกิ๊กเหล่านี้อาจจะรับจ้างงานโดยตรงกับผู้ว่าจ้าง หรืออาจจะรับงานจากบริษัทจัดหางานและชั่วคราว เช่น บริษัทที่จัดหาผู้ทำความสะอาด บริการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) 

ส่วนผู้จ้างงานก็สามารถปรับการจ้างงานให้เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจและลดค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการต่างๆ ที่ต้องจัดหาให้ตามที่กฎหมายกำหนด กิ๊กอีโคโนมีจะอำนวยให้เกิดการเข้าสู่และรับซื้อแรงงานที่โปร่งใส มีการส่งมอบงานตามมาตรฐานที่ตกลงกันและจับคู่ความต้องการที่ตรงกันได้ดีขึ้นผ่านระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม

ในต่างประเทศนั้นมีแนวโน้มว่า กิ๊กอีโคโนมีจะมีการขยายตัวมากขึ้น ในประเทศไทยก็อาจขยายตัวในทำนองเดียวกัน เนื่องจากแรงงานรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงหรือสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น

ผู้ที่สนใจเข้าสู่กิ๊กอีโคโนมีโดยสมัครใจมีอยู่ 2 – 3 กลุ่มด้วยกันคือ 1) กลุ่มเจน Y รุ่นเล็ก 2) กลุ่มเจน Z และ 3) กลุ่มผู้สูงวัยที่มีทักษะ สำหรับกลุ่มที่มีอายุน้อยนั้นสนใจที่เข้าสู่ระบบกิ๊กอีโคโนมี เนื่องจากสามารถจัดการเวลาของตนเองได้ เช่นทำงาน 2 – 3 เดือนแล้วก็ไปท่องเที่ยวพักผ่อนหรือหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม ส่วนกลุ่มสูงวัยก็เป็นกลุ่มที่ต้องการจะหารายได้เสริมเพื่อลดเวลาว่างลง แต่ก็ไม่ประสงค์จะทำงานเต็มเวลาทุกวัน ในประเทศญี่ปุ่นแรงงานสูงวัยเป็นแรงงานที่สำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น ตามภัตตาคารที่ขายอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจะพบผู้สูงวัยเป็นผู้ให้บริการ ทั้งการต้อนรับขับสู้ ทำอาหาร เสิร์ฟอาหารทั้งหญิงและชาย นอกจากนั้น แรงงานสูงวัยยังสามารถทำหน้าที่ที่ไม่ต้องใช้กำลังมากๆ เช่น ขายตั๋ว การเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ การจัดระเบียบรถยนต์ ในที่จอดรถ การจัดระเบียบผู้เข้าชมสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยมีการศึกษาที่เชียงใหม่พบว่า ผู้ขับรถUber มักเป็นผู้เกษียณอายุหรือผู้อยู่ในวัยใกล้เกษียณ

กิ๊กอีโคโนมี เปิดโอกาสให้มีผู้รับจ้างอิสระ(Free-lance) มากขึ้น สามารถรับลูกค้ากลุ่มย่อย(FIT) ได้มากขึ้น เช่น เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยวสามารถจัดการบริการท่องเที่ยว (Destination management) ที่เป็นเอกลักษณ์ มีความพิเศษเฉพาะตลาดได้มากขึ้น เช่น กลุ่มชอบปั่นจักรยาน กลุ่มชอบนั่งสมาธิเจริญสติ โดยอาศัยแพลตฟอร์มตัวกลางเพื่อขายสินค้าและบริการ ส่วนผู้ประกอบการก็จะลดต้นทุนค่าใช้จ่าย เช่น ไม่ต้องมีพนักงานประจำดูแลห้องถึง100% มีแค่ 50% ก็พอ อีก 20% อาศัยกิ๊กอีโคโนมีที่มีมาตรฐาน โรงแรมไม่ต้องมีรถยนต์หรูที่มีค่าลงทุนรักษาและบริการสูง ฝ่ายบุคคลของผู้ประกอบการขนาดใหญ่อาจต้องเริ่มทำฐานข้อมูลกิ๊กเวิร์คเกอร์(Gig worker)ที่มีคุณภาพเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพของการจ้างงานชั่วคราว ส่วนผู้ประกอบการขนาดเล็กก็อาจต้องผจญกับการแข่งขันจากกิ๊ก เช่น ไกด์อาจรับทัวร์กลุ่มเล็กโดยไม่พึ่งบริษัทนำเที่ยว เป็นต้น

แม้ว่ากิ๊กอีโคโนมีจะสร้างโอกาสใหม่สำหรับผู้จ้างงานและผู้ขายแรงงานก็จริง แต่รัฐบาลอาจต้องมีนโยบายเข้าไปกำกับเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ขายแรงงานในระบบกิ๊กอีโคโนมีในระบบเดิมและระบบใหม่ เช่น คนขับรถแท็กซี่แบบเดิมกับคนขับรถ Grab เป็นต้น รวมทั้งการกำหนดการกำกับดูแลความปลอดภัยของทั้งแรงงานกิ๊กและผู้ว่าจ้างแรงงานกิ๊ก ตลอดจนถึงความเป็นธรรมต่อสังคมโดยให้มีระบบการเสียภาษีที่ถูกต้องของแรงงานกิ๊กอีกด้วย รวมทั้งหยิบยื่นโอกาสให้กิ๊กรุ่นเก่าเข้าสู่ระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น

การสนับสนุนกิ๊กอีโคโนมีที่เป็นระบบจะช่วยให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองรอง ซึ่งการขยายตัวของการท่องเที่ยวยังมีความเป็นฤดูกาลสูง ผู้ประกอบการที่คาดหวังการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนทั้งปีอาจเป็นไปได้ยากในยุคสมัยนี้ ดังนั้น การหันมาอาศัยกิ๊กเวิร์คเกอร์เป็นแรงหนุนแทนย่อมเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม แต่ควรต้องรีบตั้งรับกันเสียตั้งแต่ตอนนี้

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ มาลองจัดระบบกิ๊กกันสักยกเถอะค่ะ!

 

ดูบทความทั้งหมดของ กรองกระแสท่องเที่ยว

แชร์ข่าว :
Tags: