ชลเดช เขมะรัตนา

ดูบทความทั้งหมด

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินเทค (ประเทศไทย) จำกัด

25 มิถุนายน 2562
1,475

Libra นวัตกรรมเปลี่ยนโลกการเงินในอนาคต (อันใกล้)

ผนวกความน่าเชื่อถือให้กับ Libra ด้วยการมีสินทรัพย์อ้างอิง

ในตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงกระแสข่าวที่ว่า Facebook จะมีการเปิดตัว Cryptocurrency ของตัวเอง หลังจากนั้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา Facebook ก็ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกด้วยการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสกุลเงินดังกล่าวภายใต้ชื่อ 'Libra' พร้อมกับเปิดตัวพันธมิตรชื่อดังหลายรายที่จะร่วมพัฒนาศักยภาพของ Libra ให้กลายเป็นสกุลเงินระดับโลกและโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยให้ประชากรโลกหลายพันล้านคน มีสิทธิเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียม ในต้นทุนที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับบริการด้านการเงินในปัจจุบัน ตามคำพูดของพี่ Mark Zukkerberg ที่จะทำให้การโอนเงินมีความง่ายเหมือนกับการส่งรูปภาพผ่านทาง Social Media กันเลยทีเดียว

เป้าหมายเปลี่ยนโลกครั้งนี้ มีความคล้ายคลึงกับจุดกำเนิดของ Bitcoin ซึ่งเป็น Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกรรมโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งระบบเดิมอย่างเช่น Western Union มีต้นทุนค่าโอนที่สูงมาก อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้เป็นเงินสำหรับซื้อสินค้าและบริการมากนัก เนื่องจากมีมูลค่าที่ไม่แน่นอน มีความผันผวนสูง อีกทั้งยังไม่สามารถรองรับธุรกรรมปริมาณมาก ๆ ได้ในเวลาสั้น ๆ อีกด้วย Libra จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยยังคงรักษาจุดเด่นด้านความปลอดภัยของ Cryptocurrency ที่ทำงานบนระบบ Blockchain และเพิ่มความสามารถในการ Scale เพื่อรองรับธุรกรรมของประชากรโลกหลายพันล้านคนได้ 

พร้อมกับผนวกความน่าเชื่อถือให้กับ Libra ด้วยการมีสินทรัพย์อ้างอิงที่วัดมูลค่าได้อย่างโปร่งใสภายใต้ระบบ Libra Reserve ช่วยให้ Libra มีสถานะเป็น Stable Coin ที่เหมาะกับการใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและสะสมมูลค่า ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญขั้นพื้นฐานของเงินนั่นเอง

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของแต่ละสกุลเงินคือการควบคุมปริมาณเงิน การสร้างแต่ละหน่วยของ Libra นั้นต้องเกิดจากการนำ Fiat Currency มาแลกในอัตราแลกเปลี่ยนตามราคาตลาด ณ ตอนนั้น เมื่อเทียบกับเงินสกุลท้องถิ่นของแต่ละประเทศ คล้ายกับการแลกเงินเพื่อไปเที่ยวต่างประเทศในปัจจุบัน หลังจากนั้น Libra Association ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรและจดทะเบียนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะดูแลการนำ Fiat Currency ซึ่งได้รับแลกมา ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง ได้แก่ เงินฝากธนาคารและตราสารหนี้ระยะสั้น ของรัฐบาลในประเทศที่มีความน่าเชื่อถือสูง โดยที่สินทรัพย์ดังกล่าวจะถูกกระจายความเสี่ยงเก็บไว้กับ Custodian ที่มีความน่าเชื่อถือหลายรายทั่วโลก มีการคาดการณ์ว่า Libra Reserve จะมีลักษณะคล้ายกับ SDR: Special Drawing Right ของ IMF ซึ่งเป็นตะกร้าเงินที่อิงกับ USD, EUR, CNY, JPY, GBP แต่ Libra Reserve อาจจะไม่มี CNY ด้วยเหตุผลหลายประการ

ผลตอบแทนที่เกิดจาก Libra Reserve จะไม่ได้ถูกจ่ายให้กับผู้ถือเงิน Libra แต่จะเป็นแหล่งรายได้ให้กับ Libra Association ซึ่งในช่วงแรกรายได้ดังกล่าวคงจะไม่เพียงพอต่อต้นทุนการบริหารงาน ดังนั้น สมาชิกผู้ก่อตั้งหรือ Founding Member ของ Libra Association แต่ละรายจึงจำเป็นต้องนำเงินมาลงขันกัน โดยที่ Facebook จะมีสิทธิ์เป็นแค่เพียงหนึ่งใน Founding Member เท่านั้น การดำเนินงานของ Libra Association จะอ้างอิงจากการ Vote ของสมาชิก ซึ่งแต่ละรายจะถูกจำกัดสิทธิ์ในการ Vote ไว้ไม่เกิน 1% ไม่ว่าจะลงหุ้นมามูลค่าเท่าไหร่ก็ตาม

Libra เป็นเรื่องใหม่ที่มีรายละเอียดน่าสนใจในหลายด้าน ในตอนถัดไปผมจะขอพูดขยายความเกี่ยวกับ Libra Association ว่าทำงานอย่างไรและมี Founding Member รายไหนที่ควรจับตามอง และประเด็นคำถามที่อาจอยู่ในใจของหลายคนในตอนนี้ว่า … Facebook และพวกเราทุกคนจะได้ประโยชน์อะไรจาก Libra!

ดูบทความทั้งหมดของ ชลเดช เขมะรัตนา

แชร์ข่าว :