ดร.อาจารี ถาวรมาศ Access-Europe(www.access-europe.eu)

ดูบทความทั้งหมด

EU Watch

27 พฤษภาคม 2562
1,518

เลือกตั้งยุโรปปี 2562 กับทิศทางยุโรปจะร่วงหรือรอด?

ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่กำลังวุ่นวานกับเรื่องการเมือง การเลือกตั้ง และรอผลการเลือกตั้งกับการจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในบางประเทศและเมื่อวาน (26 พ.ค.) ในหลายประเทศยุโรป ได้มีการเลือกตั้งยุโรปปี 2562 (ค.ศ.2019) ไม่ใช่การเลือกตั้งทั่วไประดับรัฐของแต่ละประเทศสมาชิก แต่เป็นการเลือกตั้งในระดับยุโรป หรือการเลือกตั้ง สส. ยุโรปเข้าไปนั่งในสภายุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ตยุโรป ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงผู้แทนของประชาชนในสภายุโรป และปรับเปลี่ยนฝ่ายบริหารของสถาบันอียูด้วย

การเลือกตั้งยุโรปคราวนี้ (ซึ่งมีขึ้นทุกๆ 5 ปี) แตกต่างจากที่ผ่านมาก เพราะการเมืองและบทบาทของอียูที่ผ่านการบูรณาการรวมตัวกันมานานกว่า 50 ปี สั่นคลอนไปมาก มีกระแสการต่อต้านและแตกแยกเกี่ยวกับการรวมตัวกันเป็นอียูค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Brexit ที่ก็ยังไม่มีความแน่นอนอีก ผลการเลือกตั้งยุโรปและกลุ่มผู้นำยุโรปชุดใหม่ครั้งนี้ อาจเป็นเหมือนตัวชี้ชะตาการเมืองและเศรษฐกิจยุโรปในปีต่อๆ ไปว่าจะไปในทิศทางใด และจะมีบทบาทในเวทีโลกได้แค่ไหน ในขณะที่สหรัฐฯ และจีนก็ยังเดินหน้าสงครามการค้ากันต่อไป

(ตอนนี้เขียนบทความนี้ยังไม่ทราบผลการเลือกตั้ง) การคาดการณ์ของ Poll ซึ่งปกติก็ไม่คลาดเคลื่อนมากนัก ชี้ว่า สภายุโรปจะมีความแบ่งแยกระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวามากขึ้น หรือที่เรียกกว่าการ Polarisation ในสภายุโรป จากเติมที่พรรคกลุ่มกลางๆ อย่าง พรรคซ้าย-กลาง พรรคขวา-กลาง และพรรคเสรีนิยม เคยได้รับความนิยมสูง คราวนี้คิดว่าจะเสียเสียงไปมากและอาจไม่สามารถมีเสียงข้างมากได้เหมือนการเลือกตั้งยุโรปครั้งก่อนๆ (หรือ 376 ที่นั่ง จากทั้งหมด 751ที่นั่ง) และที่น่าจะสังเกต คือสหราชอาณาจักรยังร่วมลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งสภายุโรปครั้งนี้ด้วย เพราะ Brexit ได้ถูกเลื่อนออกไปอีก 6 เดือน (จนถึง 31 ต.ค. 2562)

แล้วสหราชอาณาจักรจะโหวตทำไป? จริงๆ เราไม่รู้เลยว่าผลและทิศทางของ Brexit จะไปทางไหน แต่ก็เป็นไปได้ที่ สส. สหราชอาณาจักร ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาในสภายุโรปอาจไม่ได้นั่งในสภาเลยด้วยซ้ำ เพราะแม้การเลือกตั้งมีขึ้นเมื่อ 26 พ.ค. แต่ การเปิดสภายุโรปวันแรกคือวันที่ 2 ก.ค. ซึ่งเป็่่นช่วงที่สหราชอาณาจักรกำลังจะผ่านกฎหมายเรื่องการออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งหากกฎหมาย Brexit นี้ผ่าน ก็หมายความว่าสหราชอาณาจักรจะไม่ต้องมี ส.ส. ยุโรป นั่งในสภายุโรป

ความเสี่ยงวิกฤติการเมืองในยุโรป?

Poll Eurobarometer รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า 2 ใน 3 ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในอียูเชื่อว่า การเป็นสมาชิกอียูยังมีผลในเชิงบวกกับประเทศของตน แต่ผลที่ค่อนข้างขัดแย้งกัน ปรากฎว่า ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในอียูส่วนมากกลับคิดว่า อียูอาจพังลงได้ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า

ที่น่าตกใจไปกว่านั้นอีก (สำหรับอียู) 28% ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในยุโรปคิดว่า สงครามระหว่างประเทศอียูก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ผลของการสำรวจดังกล่าวส่อให้เห็นถึงความขัดแย้งและคุณค่าที่บั่นทอนลงในยุโรปเกี่ยวกับระบบประชาธิปไตย ที่เคยเป็นคุณค่าสูงสุดของยุโรป เพราะประชาชนกำลังต่อสู้กับความรู้สึกและการตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณค่าของระบบประชาธิปไตย และความจริงหลายๆ อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้อพยพ และเรื่องเศรษฐกิจที่ไม่ได้ดีอย่างที่หวัง

สถาบันยุโรปแน่นอนเกรงกลัวทิศทางความรู้สึกนึกคิดของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน จึงได้จัดทำโครงการสำรวจอีกรอบใน 14 ประเทศยุโรป มีการสรุปทิศทางและแนวคิดที่เยาวชนกลุ่มนี้มองเกี่ยวกับอนาคตของยุโรป ได้อย่างน่าสนใจว่า

ประโยชน์ที่คนยุโรปจะต้องสูญเสียมากที่สุดหากไม่มีการรวมตัวกันของยุโรป คือประโยชน์จากการเป็นตลาดร่วมยุโรป และการใช้ชีวิต ทำงาน และเดินทางในประเทศยุโรปอื่นๆ ได้แบบไร้พรมแดน

พอพูดถึงบทบาทของยุโรปในฐานะผู้นำโลก กลุ่มเยาวชนยุโรปคิดว่า บทบาทของยุโรปในการเป็นผู้นำเรื่องการต่อสู้กับโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศนั้นเป็นบทบาทที่สำคัญของอียู

แต่ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้ให้ความคิดเห็นมองว่ายุโรปอาจจะพังลงก็ได้

นับว่าเป็นผลการสำรวจที่สร้างความหวั่นไหวให้กับอนาคตของยุโรปเป็นอย่างมาก

ผลการเลือกตั้งสภายุโรปและกลุ่มผู้บริหารยุโรปชุดใหม่ที่น่าจะเริ่มรับตำแหน่งในปลายปีนี้ คงต้องทำงานหนักเพื่อ save European Union และนำยุโรปไปในทิศทางที่สดใสขึ้นกว่าทุกวันนี้

[ดร. อาจารี ถาวรมาศ เป็นผู้บริหารบริษัท Access-Europe บริษัทที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และนโยบายเกี่ยวกับสหภาพยุโรป สำหรับภาครัฐและเอกชนไทยที่สนใจเปิดตลาดยุโรปwww.access-europe.euหรือติดตาม ได้ที่www.facebook.com/AccessEuropeCoLtd]

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.อาจารี ถาวรมาศ Access-Europe(www.access-europe.eu)

แชร์ข่าว :
Tags: