ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ

ดูบทความทั้งหมด

รองกรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์บุคคล

21 พฤษภาคม 2562
1,322

ทางเลือกลงทุนหากกลัวความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอ

เม็ดเงินลงทุนในพอร์ตที่สร้างผลตอบแทนที่ดีใน 12 เดือนที่ผ่านมากลับเป็นเงินลงทุนในกอง REITs ตราสารหนี้

ตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤษภาคมไม่ได้ปรับตัวดีตามที่นักลงทุนหลายท่านคาดหวังว่า ประเด็นการได้รับปรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นสำหรับตลาดหุ้นไทยจาก MSCI รวมถึงการเลือกตั้งได้เห็นหน้าตารัฐบาลไทยชุดใหม่ที่จะมาขับเคลื่อนต่อยอดโครงการลงทุนเดิม และออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยรอบใหม่ เนื่องจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังไม่เสร็จสิ้น ทำให้นักลงทุนและนักธุรกิจเลื่อนการตัดสินใจออกไปไม่มีกำหนด

ตลาดหุ้นทั่วโลกแม้ว่าจะปรับตัวได้ค่อนข้างดีในไตรมาสแรกปีนี้จากความคาดหวังเรื่องการเจรจาการค้าจะบรรลุผลด้านบวกต่อเศรษฐกิจของสองประเทศใหญ่ของโลก แต่หนทางไม่ได้ราบเรียบง่ายดายนัก ความไม่แน่นอนของผลเจรจาทำให้นักธุรกิจ ผู้บริโภคเลื่อนเวลาการตัดสินใจการลงทุน และการใช้เงินออกไปอีก ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวต่อเนื่องนับจากต้นปี 2561 จนถึงปัจจุบัน

แน่นอน นักลงทุนอาจสังเกตได้ว่า เม็ดเงินลงทุนในพอร์ตที่สร้างผลตอบแทนที่ดีใน 12 เดือนที่ผ่านมากลับเป็นเงินลงทุนในกอง REITs ตราสารหนี้ หรือ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่หุ้นกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนได้ดีมีเฉพาะหุ้นกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคส่วนใหญ่ แต่หุ้นในอีกหลายกลุ่มธุรกิจล้วนปรับตัวได้แย่ลงใน 12 เดือนที่ผ่านมา

ปัญหานักลงทุนไทยเผชิญคือ

1/ ค่าเงินบาท/สกุลดอลลาร์ยังคงแข็งค่า และเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ นั่นแสดงว่า คนไทยจะได้ประโยขน์เมื่อเราซื้อสินทรัพย์ หรือลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ เพราะเราใช้เงินบาทน้อยลงในการซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศ และเมื่อค่าเงินบาทแข็งมากเกินไป สุดท้ายย่อมอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆของโลก ดังนั้น เราจะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลง

2/ แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยหดตัวในไตรมาสแรก และคาดว่าจะหดตัวต่อเนื่องในไตรมาสสอง นั่นหมายถึง ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังไม่สดใสไปอีก 3-6 เดือน

3/ ราคากองทุนอสังหาฯ/REITs/ตราสารหนี้หุ้นกู้บริษัทเอกชน ปรับขึ้นต่อเนื่องจากเงินที่ไหลออกจากตลาดหุ้น ทำให้อัตราผลตอบแทนการลงทุนลดต่ำลงจนไม่ค่อยน่าจูงใจนัก แต่สภาพคล่องเงินที่เหลือจะลงทุนอย่างไรดี

กองทุน Global Wealth 10 และ 25 เป็นคำตอบสำหรับทางเลือกเพื่อการลงทุนได้ เนื่องจากกองทุนประเภทนี้คล้ายกับกองทุนตราสารหนี้ผสมสินทรัพย์เสี่ยงในสัดส่วนต่ำ กองทุนประเภทนี้จะเลือกลงทุนในตราสารหนี้สัดส่วนถึงร้อยละ 90 และร้อยละ 75 ทำให้ปลอดภัยแม้ว่าเศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดหุ้นลดลง จากกลไกเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงทั่วโลก กองทุนประเภทนี้จะได้ประโยชน์จากราคาตราสารหนี้ (ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของเงินลงทุน) ที่ปรับตัวขึ้น โดยข้อดีคือกองทุนนี้สามารถกระจายเงินไปซื้อตราสารหนี้บริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกที่มีเรตติ้งเทียบเท่าประเทศไทยแต่ได้รับอัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าพร้อมกับการทำประกันอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน

หากนักลงทุนท่านใดสนใจในกองทุน Global Wealth สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเวปไซต์ บล.บัวหลวง หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้จากผู้แนะนำการลงทุนของบริษัทที่อยู่ใกล้ท่าน หรือโทร 02-618-1111 ได้ทันที แล้วโลกการลงทุนจะไม่ใช่เรื่องยากต่อไปสำหรับท่าน

ดูบทความทั้งหมดของ ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ

แชร์ข่าว :