ทัศนะจากผู้อ่าน

ดูบทความทั้งหมด

ผู้อ่านสามารถส่งเรื่องมาได้ที่ [email protected]

15 พฤษภาคม 2562
1,844

ระบบขนส่งสิงคโปร์ สะดวก ปลอดภัย รวดเร็ว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางมาสิงคโปร์อยู่บ่อยครั้ง แต่ปีนี้มีโอกาสมาใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่สิงคโปร์

จึงได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางภายในประเทศแห่งนี้ที่่มีขนาดเล็กที่สุดในอาเซียน หากแต่ร่ำรวยติดอันดับโลก ประชาชนชาวสิงคโปร์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่แตกต่างจากประชาชนในประเทศที่พัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดในพื้นที่อื่นของโลก และศูนย์กลางของเมืองเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่ที่มีบ้านอยู่รอบนอกต้องเดินทางเข้ามายังศูนย์กลางธุรกิจของเมืองเพื่อทำงาน แม้ว่าผู้คนจะเดินทางเข้ามายังศูนย์กลางในช่วงเวลาเร่งด่วน พร้อมๆ กัน หากแต่การจราจร และการเดินทางไม่ได้วุ่นวายเหมือนในเมืองใหญ่อื่นๆ การจราจรก็ไม่ได้ติดขัดเหมือนในหลายประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากการพัฒนาและการจัดระเบียบระบบขนส่งอย่างจริงจังของภาครัฐ

ประชาชนจำนวนมากในสิงคโปร์ยังนิยมใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาจราจรติดขัด และจำนวนรถที่อาจมากเกินไปโดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วน รัฐบาลจึงได้ออกกฎหมายเพื่อลดปริมาณจำนวนรถยนต์โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน อาทิเช่น มีการเรียกเก็บเงินในเส้นทางรอบบริเวณพื้นที่ศูนย์กลางของประเทศ คล้ายๆ การเก็บเงินทางด่วนของบ้านเรา โดยหากรถยนต์คันใดต้องการผ่านเข้ามาในบริเวณศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศก็ต้องจ่ายเงินผ่านระบบ cash card หรือ บัตรเติมเงินที่ติดอยู่หน้ารถของตนเอง ทั้งนี้ราคาที่ต้องจ่ายขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ต้องการเข้ามายังพื้นที่นั้นๆ ดังนั้นราคาในแต่ละช่วง และในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันไป โดยผู้ขับขี่รถยนต์สามารถดูราคาได้จากป้ายบอกข้อมูลราคาค่าผ่านทางซึ่งจะแสดงไว้ก่อนที่จะขับรถเข้าไปในพื้นที่ โดยราคาการผ่านเข้าพื้นที่ต่างๆเริ่มต้นตั้งแต่ 1 เหรียญดอลล่าร์สิงคโปร์

นอกจากการเก็บค่าผ่านทางดังกล่าวแล้ว ยังมีการกำหนดราคาป้ายทะเบียนรถที่แตกต่างกัน หากประชาชนไม่ต้องการจ่ายค่าลงทะเบียนป้ายทะเบียนรถยนต์ที่แพงมากนักอาจหันไปสมัครป้ายทะเบียนสีแดง หรือ Red Plate ซึ่งจะใช้รถได้เฉพาะในช่วงวันหยุด (weekend car) ซึ่งราคาจะถูกกว่าป้ายทะเบียนปกติหลายเท่า

การเดินทางโดยรถเมล์ในสิงคโปร์ น่าจะเป็นทางเลือกที่สะดวกมากที่สุด เนื่องจากรถเมล์ของสิงคโปร์มาอย่างต่อเนื่องตรงเวลา ครอบคลุมทุกพื้นที่ แล้วยังมีการจัดทำ application ช่วยในการดูเส้นทาง และตรวจสอบพร้อมทั้งติดตามเวลาการมาถึงของรถเมล์แต่ละสายด้วย เช่น application Mytransportation หากผู้โดยสารกลัวจะหลงทาง application นี้ยังสามารถติดตามเส้นทางเดินทางของรถเมล์ว่าผ่านป้ายใดไปแล้วบ้างในช่วงที่เรากำลังเดินทางจึงช่วยให้ผู้โดยสารที่อาจไม่คุ้นเคยกับเส้นทางสามารถรู้ได้ว่าเดินทางถึงที่ไหนแล้ว และไม่พลาดในการลงรถเมล์ให้ถูกป้าย นอกจากนี้ในระหว่างรอรถเมล์ application Mytransportation ยังบอกด้วยว่ารถเมล์จะมาถึงภายในกี่นาที เป็นรถชั้นเดียว หรือสองชั้น และมีผู้โดยสารมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้ผู้โดยสารใช้เป็นข้อมูลในการเลือกว่าจะขึ้นรถเมล์สายใด เพื่อความสะดวกในการจ่ายค่ารถเมล์ สิงคโปร์ยังได้ใช้บัตรเติมเงิน ซึ่งสามารถใช้ได้กับทั้งรถไฟใต้ดินด้วย ค่าบัตรราคา 12 เหรียญดอลล่าสิงคโปร์ และเติมเงินเพื่อใช้ในการเดินทาง ที่สำคัญที่สุดรถเมล์ในสิงคโปร์ก็คงเหมือนรถเมล์ในประเทศพัฒนาแล้วทั้วไป คือ จอดตรงป้าย ต่อแถวเข้าป้าย ไม่แย่งลูกค้ากัน และขับอยู่ในความเร็วจำกัด ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อสร้างความปลอดภัยและอุ่นใจให้แก่ผู้โดยสาร

นอกจากรถเมล์โดยสารแล้ว สิงคโปร์ยังพัฒนาเครือข่ายรถไฟใต้ดินอย่างต่อเนื่อง ขยายไปในทุกพื้นที่ของประเทศ รถไฟใต้ดินของสิงคโปร์หรือMRT มีการเชื่อมต่อกันทุกสาย พร้อมทั้งมีความสะอาด และปลอดภัย นอกจากนั้นหากเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินแล้วก็ยังสามรถมาต่อรถเมล์ได้อย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วย ที่น่าสังเกตอีกประการคือ ในหลายพื้นที่ของสิงคโปร์ตอนนี้ยังคงมีการก่อสร้างเพิ่มเติมเครือข่ายรถไฟใต้ดิน หากแต่การก่อสร้างเหล่านั้นไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาจราจร หรือมลพิษเหมือนที่เกิดขึ้นในบ้านเรา

ความจริงแล้วหากบ้านเราต้องการพัฒนาระบบขนส่งให้ทันสมัย และสร้างความสะดวกสะบายให้กับประชาชนพร้อมทั้งลดปัญหาการจราจรอันติดขัดอย่างจริงจัง การนำรูปแบบการพัฒนาระบบขนส่งของในสิงคโปร์ไปใช้อาจช่วยยกระดับให้ระบบขนส่งในทุกรูปแบบของประเทศเรามีความสะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นระบบเครือข่ายที่แก้ปัญหาความหนาแน่นของจราจรได้อย่างจริงจัง

โดย... 

พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์

ISEAS - Yusof Ishak Institute.

[email protected]

ดูบทความทั้งหมดของ ทัศนะจากผู้อ่าน

แชร์ข่าว :
Tags: