ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ

ดูบทความทั้งหมด

รองกรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์บุคคล

7 พฤษภาคม 2562
1,227

ตลาดหุ้นไทยในครึ่งปี 2562 โตจากฐานต่ำ

ครึ่งปีหลังคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้

แนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในช่วงครึ่งปีแรก 2562 การส่งออกยังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนการเจรจากีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน นับจากไตรมาสแรกของปี 2561 จนถึงปัจจุบัน รวมถึงภาวะราคาพืชผลเกษตรหลายประเภทยังไม่ฟื้นตัว อาทิเช่น ราคายางพารา ราคาข้าว ราคาน้ำตาล เป็นต้น ทำให้การบริโภคของประชาชนในต่างจังหวัดโดยส่วนใหญ่ซบเซา การลงทุนเอกชนชะลอตัว สินเชี่อธนาคารในไตรมาสแรกปีนี้ เห็นสัญญานการหดตัวในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อส่งออก SMEs และสินเชื่ออสังหาฯ ดังนั้น เศรษฐกิจโดยรวมยังซบเซา ชะลอ แม้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว waive VISA fee, การให้เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 1500 บาท/เดือน

กำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสสุดท้ายปี 2561 ลดลงราว 30% จากกลุ่มเกี่ยวข้องน้ำมัน และปิโตรเคมี สื่อโฆษณา การบริโภค และกลุ่มการส่งออกอิเลคทรอนิคส์ เป็นต้น

สำหรับกำไรไตรมาสแรก กลุ่มธนาคารประกาศตัวเลขกำไรเบื้องต้นค่อนข้างน่าผิดหวังจากสินเชื่อหดตัว และการตั้งสำรองฯ รวมถึงค่าใช้จ่ายจากผลการเปลี่ยนแปลงด้านระเบียบเรื่องเงินเกษียณจ่ายเพิ่มขึ้น (ปรับบันทึกบัญชีครั้งเดียว) และกลุ่ม real sector คาดว่าจะยังคงอยู่ในทิศทางกำไรหดตัว แม้ว่าราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นในไตรมาสแรกและส่งผลดีต่อกำไรกลุ่มธุรกิจก็ตาม อาทิเช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ปิโตรเคมี ขนส่งทางทะเล ไอซีที วัสดุก่อสร้าง เป็นตัน โดยกลุ่มที่กำไรขยายตัวได้แก่ กลุ่มคอนซูเมอร์ ไฟแนนซ์ อาหาร ก่อสร้าง โรงพยาบาล และสื่อมีเดีย ทีมวิจัยฯคาดว่า กำไรรวมไตรมาสแรกจะหดตัว 16% YoY แต่ขยายตัว +67% QoQ

สำหรับกำไรไตรมาสสอง ทีมวิจัยฯ คาดว่ากำไรจะหดตัว 14% YoY และหดตัว 13% QoQ โดยกลุ่มที่คาดกำไรหดตัวได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิค ชิ้นส่วนรถยนต์ ปิโตรเคมี รับเหมา อสังหาฯ สื่อมีเดีย ไอซีที ขนส่งทางทะเล เป็นต้น กลุ่มที่คาดว่า กำไรจะขยายตัว ได้แก่ คอนซูเมอร์ ไฟแนนซ์ ธนาคาร นิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น 

อย่างไรก็ดี ครึ่งปีหลัง เราคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ไปจนถึงเป้าหมายปลายปี 1,738 จุดได้จาก ปัจจัยคือ

1)ธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารแห่งประเทศไทยคาดไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น แต่ธนาคารกลางอียู และจีน คาดเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน เพื่อผลักดันการขยายตัวเศรษฐกิจตัวเอง

2)ผลกระทบจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนมีพัฒนาด้านบวก

3)ราคาน้ำมันดิบเริ่มทรงตัว ไม่ผันผวนมาก

4)การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมล่วงหน้าในหลายประเทศในเอเซีย โดยเฉพาะจีน ซึ่งน่าจะเห็นการกลับมาขยายตัวของการส่งออก รวมถึงประเทศไทยด้วย จากนี้

5)รัฐบาลไทยมีการจัดตั้งเสร็จสิ้น และประกาศแผนการลงทุนระยะยาว รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน กลุ่มอสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง และการจับจ่ายท่องเที่ยวเมืองรองในประเทศ เป็นต้น

6)ตลาดหุ้นไทยได้รับการเพิ่มน้ำหนักจากคำนวนดัชนี MSCI ผ่าน NVDR และฐานกำไรครึ่งปีหลังต่ำกว่าปกติ เนื่องจากกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีขาดทุนจากสต็อคสินค้าในคลัง ส่งผลให้กำไรจะมีลักษณะกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง ระยะสั้นอาจยังคงทรงตัว

ดูบทความทั้งหมดของ ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ

แชร์ข่าว :