นริศ สถาผลเดชา

ดูบทความทั้งหมด

หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร TMB Analytics

3 พฤษภาคม 2562
4,725

ท่องเที่ยว... เครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ใกล้หยุดแล้ว?

ช่วงนี้นักวิเคราะห์หลายๆที่ก็มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจลง จากการส่งออกสินค้าที่ชะลอลงมากกว่าที่คาด

ทั้ง ๆที่ส่งออกเคยเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในช่วงสองปีก่อน คราวนี้ ถ้าเราลองมาพิจารณาตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของไทยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าค่อย ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นะครับ ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงปี 2015-2016 เราพึ่งการลงทุนภาครัฐที่โตได้ถึง 28.4% และ 9.5% ต่อปี พอปีต่อมาเราก็หันมาพึ่งการส่งออกที่กลับมาขยายตัวได้เกือบ 10% หนุนโดยการขยายตัวดีของเศรษฐกิจโลก และล่าสุดปี 2018 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยก็หันมาพึ่งการบริโภคภาคเอกชนแทน โดยขยายตัวได้กว่า 4.6% สูงสุดในรอบห้าปี

แต่หนึ่งในเครื่องยนต์หลักที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมาก็คือ การท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ที่ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 20% ของ GDP ไทยแล้ว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยปีละ 34 ล้านคน ขยายตัวเฉลี่ยปีละกว่า 11.6% คิดเป็นรายรับต่อปีเกือบ 2 ล้านล้านบาท

โดยหากพิจารณาชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยในปี 2018 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 28% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด หรือ 10.5 ล้านคน ขยายตัวจากปีก่อน 7.4% แม้จะมีเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนหดตัวต่อเนื่องถึง 4 เดือนก็ตาม โดยไทยมีรายรับจากนักท่องเที่ยวจีนกว่า 5.8 แสนล้านบาท หรือ 29% ของรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

แต่หากพิจารณาเป็นรายจ่ายต่อคน จะพบว่านักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซียเป็นชาติที่มีรายจ่ายต่อหัวสูงที่สุด โดยในปี 2018 มีรายจ่ายประมาณ 74,000 บาท และ 78,500 บาท ต่อคน สร้างรายได้รวม 6.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 31% ของรายรับจากนักท่องเที่ยวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปและรัสเซียกลับขยายตัวลดลง โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ลดลงจากที่ขยายตัวได้กว่า 23.5% ในปี 2017 เหลือเพียง 9.4% ในปี 2018

ในส่วนของแนวโน้มนักท่องเที่ยวปีนี้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวรวมในไตรมาสแรกก็ชะลอลงเช่นกัน โดยขยายตัวลดลงจาก 8% ในปี 2018 เหลือ 1.5% ทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวขยายตัวเพียง 0.1% ซึ่งการชะลอดังกล่าวมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและยุโรปเป็นหลัก เลยอาจมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการท่องเที่ยวปีนี้ เพราะหากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติแย่ลง ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าการชะลอลงดังกล่าวมาจากปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น โดยตลาดนักท่องเที่ยวจีนได้รับผลจากฐานสูงในปีก่อน ในขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปก็ได้รับผลจากการเหลื่อมวันของเทศกาลอีสเตอร์ซึ่งเป็นวันหยุดยาวของนักท่องเที่ยวยุโรป ทำให้เห็นการขยายตัวที่ลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปในช่วงไตรมาสแรก

โดยในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะขยายตัวได้ 7.1% ทำให้ทั้งปีมีนักท่องเที่ยวรวม 40.4 ล้านคน คิดเป็นรายรับจากการท่องเที่ยวกว่า 2.1 ล้านล้านบาท โดยผลของมาตรการรัฐบาลที่ขยายเวลายกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival ต่อไปอีก 6 เดือน ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้แนวโน้มพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้นของนักท่องเที่ยวในเอเชีย การที่ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายกินเที่ยวที่ไม่สูงทำให้แข่งขันได้กับเมืองใหญ่อื่นๆได้สบาย และหากไทยมีความพร้อมในเรื่องความปลอดภัยและเอาใจใส่อย่างจริงจังมากขึ้น  ผมจึงมองว่าการท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะยังคงเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ได้ต่อครับ

ดูบทความทั้งหมดของ นริศ สถาผลเดชา

แชร์ข่าว :
Tags: