อิทธิชัย อรรถกระวีสุนทร

Think Tank , ผู้ร่วมก่อตั้ง Level Up Holding

18 เมษายน 2562
1,005

ส่อง 5 แนวโน้มการแข่งขัน สมรภูมิออนไลน์จีนปี 2562

ทุกอย่างกำลังอยู่บนอินเทอร์เน็ต ศูนย์ข้อมูลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจีน(CNNIC) ระบุว่า จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในจีนเพิ่มขึ้นถึง 800 ล้านคน

ทุกอย่างกำลังอยู่บนอินเทอร์เน็ต รายงานจากศูนย์ข้อมูลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจีน(CNNIC) ระบุว่า จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศจีนเพิ่มขึ้นถึง 800 ล้านคน คิดเป็น 57.7% จากประชากรทั้งหมด โดยการใช้งานหลักครอบคลุมที่การ Live Broadcasting, คลิปวีดิโอสั้น และการทำคอนเทนท์ซึ่งจะกลายเป็นกลยุทธ์หลักทางด้านการตลาดภายในปี 2562 นี้ และอาจจะรวมถึงปีถัดไปด้วย

สงครามโฆษณาบนโลกอินเทอร์เน็ตรุนแรงขึ้น ตามข้อมูลของไอรีเสิร์ช(iResearch) การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในการโฆษณาทางออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีมูลค่ารวมขึ้นไปแตะถึง 4.91 แสนล้านหยวนในปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 31% แล้วหากเทียบกับมูลค่ารวมของธุรกิจอินเทอร์เน็ตในจีน เท่ากับ 1 ใน 10 แล้วยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีกในปีถัดไปด้วย

สำหรับสงครามที่รุนแรงที่สุดคือการทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใช้งานบนมือถือ ซึ่งในปี 2018 ที่ผ่านมา คิดเป็น 24% ของมูลค่ารวมทั้งหมด โดยแบ่งเป็น ระบบค้นหา Search Engine 31.7% ช่องทางอีคอมเมิร์ซ 19.5% และโฆษณาดิสเพลย์(Display ads) 11.4%

เมืองระดับรองของจีนกำลังมาแรง รายงานจาก Chinainternetwatch ระบุว่า มากกว่า 16% ของผู้ซื้อสินค้าแบรนด์เนมหรูหราในจีน มาจากผู้บริโภคในหัวเมืองระดับ 3 หรือ ที่อยู่ต่ำกว่านั้น

สำหรับสถิติน่าสนใจคือ นี่เป็นตัวเลขที่สูงกว่าผู้บริโภคจีนในหัวเมืองชั้นแรก ซึ่งมียอดการซื้ออยู่ที่ประมาณ 8% ส่วนหัวเมืองชั้นสองอยู่ที่ 9% และอีกกว่า 51% ของผู้บริโภคหลักของจีนมาจากเมืองระดับล่าง โดยกลุ่มใหญ่ดังกล่าวมีพฤติกรรมที่จะค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและบนโซเชียลออนไลน์เป็นหลักด้วย

คนจีนหาข้อมูลของแบรนด์เนมบนออนไลน์และซื้อแบบออฟไลน์ สินค้ากลุ่มแบรนด์เหนมหรูแบบ Luxury กำลังมาแรงมาก ซึ่งพบว่าพฤติกรรมของคนจีนวัยหนุ่มสาวมักหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้เป็นแนวทางสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าเช่น ยี่ห้อ ราคา รูปลักษณ์ โปรโมชั่น การบอกต่อ เป็นต้น

แต่สำหรับการตัดสินใจเลือกซื้อ จะเป็นการไปซื้อร้านของแบรนด์เหล่านั้นในห้างสรรพสินค้าหลังจากค้นหาข้อมูลทางออนไลน์แล้วมากกว่า นอกจากนี้ยังมีตัวเลขระบุว่า ผู้บริโภคจีนกว่า 45% จะไปเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าของแบรนด์ดังในต่างประเทศมากกว่า

ช่องทางการทำตลาดหลากหลายขึ้น ตามรายงานของ Chinainternetwatch ระบุอีกว่า รูปแบบการทำตลาดด้วยคลิปวีดีโอออนไลน์ การทำ Live สด มีการเพิ่มขึ้นมาก รวมถึงแพลตฟอร์มหลายช่องทางก็ทำให้รูปแบบการทำโฆษณาเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

สำหรับมูลค่าของการทำโฆษณาด้วยวีดีโอออนไลน์ มีมูลค่าขึ้นไปแตะถึง 4.59 หมื่นล้านหยวน ถือว่าเป็นรูปแบบที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ ซึ่งในปี 2018 ที่ผ่านมามีรูปแบบคอนเทนท์ มากมายบนโลกโซเชียลของจีนที่เล่นผ่านแอพยอดนิยมอย่าง Tiktok Kwai และ Miaopai เป็นต้น

ตัวกระตุ้นสำคัญคือ ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่างอาลีบาบา และเจดีดอทคอม JD.com ที่แข่งขันกันผลิตคอนเทนท์ เป็นคลิปวีดีโอผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ มากกว่า 10 ช่องทางเป็นอย่างต่ำ โดยเฉพาะเว็บไซต์เจ้าใหญ่อย่าง Taobao และ Tmall มีการผลิตคลิปวีดีโอที่มีจำนวนผู้เข้าชมรวมแล้วมากกว่า 100 ล้านครั้งเลยทีเดียว

แชร์ข่าว :
Tags:

NOW26